ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 10

อุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *คลิก... คลิก...* เข้ามาใกล้ห้องทำงานของประธานบริษัทเรื่อยๆ ทุกจังหวะก้าวสะท้อนความมั่นอกมั่นใจของหญิงสาวผู้มาเยือน ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึมจนแทบหายใจไม่ออกในห้องนี้ ผมยืนพิงกรอบประตูด้วยท่าทีสบายๆ ต่างจากเจ้าของห้องที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่หลังโต๊ะทำงานขนาดใหญ่ ร่างสูงใหญ่ของคณาธิปแผ่รังสีความหงุดหงิดออกมาจนแทบจะจับต้องได้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองผมด้วยซ้ำ แต่กลับจ้องเขม็งไปยังบานประตูที่กำลังจะถูกผลักเปิดออกโดย ‘คู่หมั้นทางธุรกิจ’ ที่เขาเกลียดนักหนาแต่ปฏิเสธผู้ใหญ่ไม่ได้ “อ้าว... คุณกรณ์คะ ดิฉันนึกว่าจะต้องรอเก้อเสียอีก” เสียงหวานหยดย้อยของมีนาราดังขึ้นพร้อมกับร่างเพรียวในชุดสูทแฟชั่นแบรนด์เนมที่ก้าวเข้ามาเต็มตัว ดวงตาคู่สวยกวาดตามองสำรวจรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผมซึ่งยืนขวางทางอยู่พอดี เธอยิ้มเยาะด้วยหางตา “แล้วนี่... สถาปนิกโปรเจกต์รีสอร์ตถึงกับต้องมาต้อนรับแขกด้วยตัวเองเลยเหรอคะเนี่ย นึกว่าพนักงานต้อนรับเสียอีก” ผมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างไม่นึกโกรธ คนอย่างกันต์ธีร์ไม่เคยเสียเวลาร้อนรนกับคำพูดถากถางไร้สาระแบบนี้อยู่แล้ว ผมเพียงแค่ส่งยิ้มหวานระดับการค้ากลับไปให้เธอ “พอดีผมเป็นคนอัธยาศัยดีครับ คุณมีนารา... ยิ่งแขกคนสำคัญระดับคุณมาเยือนถึงที่ ทั้งท่านประธานและผมก็ยิ่งต้องต้อนรับให้สมเกียรติสิครับจริงไหมครับท่านประธาน” ผมจงใจลากเสียงยาวพร้อมกับเหลือบตาไปมองร่างสูงที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะเป็นรูปปั้นหินอ่อน “กันต์... ออกไปก่อน” เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นบ่งบอกชัดเจนว่าความอดทนของคณาธิปกำลังจะขาดผึ่ง ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองมีนาราเลยด้วยซ้ำ เขากลับจ้องมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทั้งดุ ดัน และ... มีร่องรอยของความร้อนรนบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ “จะให้ผมออกไปไหนล่ะครับ ในเมื่อเอกสารสรุปแบบแปลนเฟสแรกยังอยู่บนโต๊ะทำงานของคุณเลย ให้ผมยืนอยู่ตรงนี้แหละครับ จะได้ช่วยคุณ ‘เคลียร์งาน’ กับคุณมีนาราไปด้วยเลยทีเดียว” ผมจงใจเน้นเสียงคำว่าเคลียร์งานให้มีน้ำหนัก เพื่อกวนประสาทคนตัวโตที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ “กันต์ธีร์!” คณาธิปคำรามต่ำในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนน่ากลัว “อุ๊ย... เรียกชื่อเต็มเลย แสดงว่าเริ่มหงุดหงิดผมแล้วใช่ไหมครับเนี่ย” ผมยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ “นี่พวกคุณสองคนพูดเรื่องอะไรกันคะ? ดิฉันมาคุยเรื่องงานแต่งงานของเรานะคุณกรณ์ ไม่ใช่มาฟังพวกพนักงานระดับล่างยืนเถียงกันเรื่องไร้สาระ” มีนาราขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจเมื่อเห็นว่าเธอกลายเป็นอากาศธาตุในสายตาของผู้ชายสองคน คำว่า ‘งานแต่งงาน’ ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ สร้างความเงียบงันขึ้นมาในชั่วพริบตา ผมหุบยิ้มลงทันที ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบผ่านเข้ามาในอก แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่านี่คือเกมธุรกิจและการคลุมถุงชนตามประสงค์ของผู้ใหญ่ แต่พอได้ยินผู้หญิงคนนี้ประกาศกร้าวออกมาต่อหน้าต่อตา มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึก... หงุดหงิดแปลกๆ ขึ้นมาในใจ แต่ก่อนที่ผมจะได้สวนกลับอะไรออกไป คณาธิปก็ขยับตัวพรวดพราด ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าฉับๆ ออกมาจากหลังโต๊ะทำงานด้วยความเร็วที่ไม่มีใครคาดคิด แรงปะทะจากการก้าวเดินอย่างหัวเสียของเขาทำให้กองเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะข้างโซฟาที่ผมยืนพิงอยู่ถูกสะบัดด้วยข้อศอกอย่างแรง! *พรึบ! แพล็บ!* เอกสารนับร้อยแผ่นปลิวว่อนกระจายกลางอากาศราวกับฝนกระดาษสีขาว บิลด์ดิ้งแปลน งบประมาณ และเอกสารสัญญาต่างๆ ร่วงหล่นลงมาปกคลุมพื้นห้องทำงานจนแทบมองไม่เห็นพรม “เฮ้ย!” ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจ รีบก้าวถอยหลังเพื่อหลบกองกระดาษ ทว่า... จังหวะนั้นเองที่พื้นห้องซึ่งเพิ่งถูกแม่บ้านขัดเงาจนวาววับเล่นตลกกับผม รองเท้าหนังของผมเกิดลื่นไถลไปบนแผ่นกระดาษที่หล่นลงมากองบนพื้นพอดี ร่างกายเสียศูนย์วูบวาบไปข้าง ผมหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกกับพื้นหินอ่อนแข็งๆ ตรงหน้าแล้วเชียว หมับ! ทว่า ความเจ็บปวดที่คิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น สัมผัสที่โอบกอดรอบเอวสอบของผมไว้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดคืออ้อมแขนแกร่งที่ทั้งร้อนระอุและคุ้นเคย สัญชาตญาณดิบของความเป็นนักกีฬาเก่าทำให้คณาธิปคว้าตัวผมเข้าหาอกกว้างได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงจากการคว้าตัวทำให้เราทั้งคู่เซถอยหลังไปชนกับชั้นวางหนังสือมุมห้องอย่างจัง *ตึง!* หนังสือเล่มหนาหล่นตุ้บบนพื้น แต่ไม่มีใครสนใจเสียงนั้นอีกแล้ว ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของผมแนบชิดติดกับแผงอกกว้างของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ใบหน้าของเราอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าข้างแก้มทำให้ผมต้องลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบของคณาธิปอยู่ใกล้แค่เอื้อม... ใกล้จนผมเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีเข้มคู่นั้น แววตาเย็นชาที่เคยใช้มองคนอื่นราวกับมดปลวกในยามปกติบัดนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความไหววับที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนยากจะคาดเดา ทั้งความตกใจ ความโล่งอก และบางสิ่งที่ร้อนแรงจนน่ากลัว เราสบตากันเนิ่นนาน... ท่ามกลางกองเอกสารที่ยังคงปลิวว่อนตกลงพื้นทีละแผ่นอย่างไร้เสียง ไม่มีใครขยับตัว ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมา ราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงนี้ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกันจนดังสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ “เอ่อ... ท่านประธานคะ!” เสียงแหลมสูงของมีนาราที่ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน ทำให้คณาธิปสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาดุคู่นั้นเลิกมองหน้าผมแล้วหันขวับไปมองผู้หญิงที่ยืนหน้าเสียอยู่กลางห้องทันที ทว่า... แขนแกร่งที่โอบรอบเอวผมอยู่กลับไม่ได้คลายออกเลยแม้แต่น้อย รังสีความหึงหวงและแรงกดดันที่คณาธิปแผ่ออกมาในวินาทีนี้ ทำให้มีนาราถึงกับผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว ผมกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะอยู่ในอกข้างซ้าย ไม่ใช่เพราะตกใจเหตุการณ์เมื่อครู่... แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนเอวของผม ต่างหาก “คุณมีนารา...” คณาธิปเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและดุดันที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา สายตาที่เขามองคู่หมั้นสาวในตอนนี้ ราวกับต้องการจะฆ่าคนให้ตายคาสนามบิน “ถ้าคุณยังไม่มีมารยาทพอที่จะเคาะประตูรอให้ผมอนุญาต... เชิญกลับไปก่อนครับ วันนี้ผมไม่มีเวลาว่างคุยเรื่องไร้สาระกับคุณ” มีนาราหน้าซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธและความอับอาย “คุณกรณ์! คุณกล้าไล่ดิฉันเพื่อ... เพื่อพนักงานคนนี้เนี่ยนะ!” “ใช่ครับ ผมกล้า” คณาธิปตอบเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดจนเฉือนเนื้อคนฟัง “และถ้าคุณยังไม่เดินออกไปตอนนี้ ผมจะให้ระบบรักษาความปลอดภัยเชิญคุณออกไป... พร้อมกับยกเลิกสัญญาโปรเจกต์ทั้งหมดระหว่างตระกูลของเราด้วย” คำขู่ที่ทรงพลังและจริงจังจนน่ากลัวนั้นทำให้มีนารากรีดร้องในลำคอด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดัง *ปัง!* สนั่นหวั่นไหว ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงผมกับคณาธิปที่ยังคงยืนค้างอยู่ในท่าเดิม ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวสูงที่ยังคงกอดผมไว้แน่นราวกับกลัวว่าผมจะสลายหายไปไหน “ปล่อยได้แล้วมั้งครับ ท่านประธาน...” ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากขยับอยู่ห่างจากปลายคางของเขาแค่คืบเดียว “แขกเขา ลับไปนานแล้วนะ หรือว่าติดใจอ้อมกอดพนักงานตลาดล่างคนนี้เข้าแล้วจริงๆ ครับ?” คณาธิปไม่ตอบ เขายังคงจ้องหน้าผมนิ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่ปลายนิ้วแกร่งจะออกแรงกระชับเอวผมให้แนบชิดเข้าไปอีกจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดอยู่ริมฝีปากของผม “ปากดีนักนะกันต์...” เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมฝีปากผม “ทีเมื่อกี้ทำเป็นเก่ง... ถ้าฉันไม่คว้าไว้ นายคงหัวฟาดพื้นไปแล้ว รู้ตัวไหมหห๊ะ?” “ก็เพราะใครล่ะครับที่เดินสะบัดตูดสะบัดไหล่เข้ามาจนเอกสารมันปลิวว่อนแบบนี้...” ผมเถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมแพ้ ดวงตาจ้องสู้ตรงไปที่นัยน์ตาคู่คมอย่างไม่เกรงกลัว “เพราะความเป็นห่วงนายต่างหาก... เจ้าคนปากแข็ง” ประโยคสุดท้ายนั้นไม่ได้ออกจากปากของคณาธิป... แต่มันหลุดออกมาแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้ผมได้ยิน ทว่ามันกลับดังชัดเจนก้องอยู่ในโสตประสาทของผม ผมเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ขณะที่คณาธิปเองก็ชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดความในใจออกไปเสียแล้ว ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศระหว่างเราจะทันได้ละลายหายไปกับความเงียบ ประตูห้องทำงานที่เพิ่งปิดลงไปเมื่อครู่ก็ถูกกระชากเปิดผางขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีการเคาะเตือนใดๆ ทั้งสิ้น! “ไอ้กรณ์! แย่แล้วเว้ย! ทางบอร์ดบริหารใหญ่เพิ่งส่งอีเมลฉุกเฉินมาหาแก...” เสียงหอบแฮกของปกรณ์ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตาของเพื่อนสนิทเจ้ากรรมดันกวาดมาเห็นภาพที่ประธานหนุ่มผู้เย็นชา กำลังโอบกอดสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้าเอาไว้แนบอกในระยะประชิดติดริมฝีปากอย่างพอดิบพอดี ปกรณ์อ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน มือที่ถือแท็บเล็ตสั่นเทา ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นบนใบหน้าของเพื่อนรักตัวแสบ “อุ๊ย... กูเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย?เชิญพวกมึงกอดกันต่อตามสบายเลยนะ... เดี๋ยวค่อยคุยเรื่องบอร์ดบริหารบริหารทีหลังก็ได้!” ปกรณ์ทำท่าจะหันหลังเดินกลับออกไปพร้อมกับหัวเราะคิกคัก แต่คณาธิปกลับหันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนสนิทด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย พร้อมกับเสียงคำรามลอดไรฟันที่ดังลั่นห้อง “ไอ้ปกรณ์! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! เข้ามาเคลียร์ปัญหานรกนี่เดี๋ยวนี้เลยไอ้เพื่อนเวร!” -------------------------------------------------------------- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%