ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 9

เกมวัดใจในห้องทำงาน

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงล็อกกลอนประตูดัง *‘คลิก’* เบา ๆ แต่กลับก้องกังวานชัดเจนในโสตประสาทของผม ราวกับมันคือสัญญาณเตือนภัยจากสนามรบที่ไม่มีวันชนะ *ให้ตายเถอะ... กันต์ธีร์! คุณกล้าดียังไงถึงกล้าเดินหนีผมไปดื้อ ๆ แบบนี้!* ประโยคคำสั่งกึ่งตัดพ้อของท่านประธานหนุ่มยังคงดังก้องอยู่ในหัว ทันทีที่ผมก้าวพ้นจากวงสนทนาหน้าห้องประชุมใหญ่ คณาธิปก็ไม่ปล่อยให้ผมได้ตั้งตัว เขากระชากแขนผมแล้วดันเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวขนาดใหญ่บนชั้นสูงสุดของบริษัท พร้อมกับจัดการล็อกประตูเสร็จสรรพในเวลาไม่ถึงสามวินาที บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ร่างสูงใหญ่ของคณาธิปยืนขวางประตูไว้ทั้งหมด แผ่นหลังกว้างเกือบจะบังกรอบบานไม้นั่นมิดชิด ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเป็นจุล ทว่าลึกลงไปในความดุดันนั้น กลับซ่อนความหงุดหงิดระคนไม่สบอารมณ์เอาไว้เสียจนผมจับสังเกตได้ "ล็อกห้องทำไมครับ ท่านประธานคณาธิป" ผมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้หน้ากากความยโส "ถ้าคนอื่นมาเห็นเข้าแล้วเข้าใจผิดว่าเรากำลังทำเรื่องมิชอบในเวลางาน ภาพลักษณ์ท่านประธานผู้ทรงเกียรติจะเสียหายเอานะครับ" "คุณคิดว่าผมสนสายตาคนอื่นมากกว่าเรื่องที่เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ?" คณาธิปสาวเท้าเข้ามาใกล้ ช้า ๆ ทว่าทรงพลัง ทุกก้าวที่เขาย่างเข้ามาราวกับแรงโน้มถ่วงรอบตัวถูกบีบอัดให้แคบลงเรื่อย ๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแบรนด์โปรดปะปนกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านโชยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้ผมต้องถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนกระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับตู้เก็บเอกสารกระจกใส *ตึ้ง.* เสียงหลังชนตู้เบา ๆ แต่กลับทำให้หัวใจผมกระโดดไปอยู่ที่ตาตุ่ม คณาธิปไม่ปล่อยให้ผมมีช่องว่าง เขาใช้มือข้างหนึ่งทาบลงบนกระจกตู้เหนือหัวผม กักขังร่างของผมไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาคมกริบก้มลงมองผมจากมุมสูง ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้แทบไม่มีอากาศหลงเหลือ "ถอยไปหน่อยครับ คุณกำลังคุกคามผมนะ" ผมเบี่ยงหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาร้อนแรงนั้น แต่ปลายคางกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงของเขาเชยขึ้นให้หันกลับมาสบตาตรง ๆ "คุกคาม?" คณาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำรaiด้วยความเยาะหยันที่แฝงความคลั่งรักไว้เกินพิกัด "คุณกล้าเดินหนีผมกลางที่ประชุม กล้าทิ้งให้ผมนั่งหน้าชาอยู่คนเดียว แล้วคุณยังกล้ามาหาว่าผมคุกคามคุณอีกเหรอ กันต์ธีร์... ปากกล้าแบบนี้ ตั้งแต่เกิดมาเคยกลัวอะไรทราบบ้างไหม" "ผมมีเหตุผลของผมครับ งานออกแบบโปรเจกต์รีสอร์ทนั่นผมส่งให้ตรวจสอบล่วงหน้าสามวันแล้ว แต่คุณกลับมาติงเรื่องดีเทลยิบย่อยต่อหน้าบอร์ดบริหารเพื่ออะไรล่ะครับ? ต้องการดิสเครดิตผม หรือแค่หาเรื่องแกล้งผมเล่นแก้เซ็งกันแน่" ผมสวนกลับทันควัน ไม่ยอมลดละความกأسให้ความกดดันของเขา ดวงตากลมโตจ้องตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอกแล้วก็ตามที ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว ยิ่งใกล้ ยิ่งรับรู้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ผมยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวแห่งความซับซ้อนทางอารมณ์ "ผมไม่ได้หาเรื่องแกล้ง" คณาธิปกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนผมเผลอหยุดหายใจ "ที่ดีเทลมันต้องแก้... เพราะผมไม่ชอบให้ใครมามองงานของคุณแล้วติได้ต่างหาก งานของคุณต้องไร้ที่ติ และที่สำคัญที่สุด..." เขาเว้นจังหวะไปนิด ปลายสายตาคมกริบกวาดมองตั้งแต่หน้าผากลงมาถึงริมฝีปากของผมอย่างจงใจ "ผมไม่ชอบเวลาที่คุณไปยิ้มแย้มใส่ไอ้ปกรณ์หรือสถาปนิกทีมอื่น มันน่าหงุดหงิด... คุณเข้าใจคำว่าหงุดหงิดไหม" คำพูดตรงไปตรงมาอย่างไร้การปรุงแต่งนั้นทำเอาสมองผมรวนไปชั่วขณะ *นี่เขา... กำลังหึงผมอยู่หรือไง?* ให้ตายเถอะ คณาธิปเนี่ยนะจะพูดคำว่าหึงออกมาตรง ๆ คนปากแข็งอย่างเขาน่ะนะ! "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ผมเม้มปากแน่น รู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมารวมกันบนใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ "ผมจะยิ้มให้ใครมันก็เรื่องส่วนตัวของผม งานก็ส่วนงาน ชีวิตส่วนตัวก็ส่วนชีวิต ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มา..." "ไม่มีสิทธิ์?" คณาธิปทวนคำเสียงสูง แววตาไหววับด้วยความดื้อรั้นแบบเด็ก ๆ ที่ถูกขัดใจ "งั้นลองบอกผมหน่อยสิครับ ว่าต้องมีสถานะไหน ถึงจะมีสิทธิ์จัดการเรื่องส่วนตัวของคุณได้" ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันอย่างบ้าคลั่ง คณาธิปโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่น ๆ รินรดอยู่บนพวงแก้ม ผมทำได้เพียงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงกับความบุ่มบ่ามที่เกินขอบเขตของประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชาคนนี้ นิ้วมือหนาที่เคยเชยคางผมเปลี่ยนมาเป็นเกลี่ยไล้กรอบแก้มแผ่วเบਾ สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่ากลัว ขัดกับแววตาที่ดุดันและเต็มไปด้วยความต้องการจะครอบครองอย่างชัดเจน "ถ้าคุณยังปากแข็งแบบนี้... ผมอาจจะใช้วิธีอื่นในการทำให้คุณจำใส่ใจก็ได้นะครับ ว่าใครกันแน่ที่เป็นเจ้าของสิทธิ์นั้น" คณาธิปกระซิบชิดริมฝีปาก เสียงทุ้มพร่าต่ำจนชวนให้สั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ เขาก้มหน้าลงมาเรื่อย ๆ จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่ถึงเซนติเมตร ดวงตาคู่คมปิดลงครึ่งหนึ่ง สื่อความหมายชัดเจนว่าเขากำลังจะทำอะไรบางอย่างที่เกินเลยกว่าเจ้านายกับลูกน้องจะทำกัน ผมหลับตาปี๋ หัวใจเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปหมด มือทั้งสองข้างกำชายเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว สมองขาวโพลนคิดคำปฏิเสธไม่ออกแม้แต่คำเดียว ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของเราเกือบจะสัมผัสกันนั้นเอง *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเสียงบิดลูกบิดดังกร็อกแกร็ก ทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมความร้อนระอุพังทลายลงในพริบตา "คุณกรณ์คะ! คุณกรณ์อยู่ในนั้นหรือเปล่าคะ พอดีมีเอกสารด่วนจากท่านรองประธานต้องให้คุณเซ็นอนุมัติเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!" เสียงแหลมใสคุ้นหูของ 'มีนารา' คุณหนูไฮโซคู่หมั้นทางธุรกิจ ดังทะลุผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับแรงผลักบานประตูจากด้านนอกที่ทำให้ตัวล็อกแทบหลุด คณาธิปชะงักกึก ดวงตาที่เต็มไปด้วยประกายความคลั่งรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและหงุดหงิดจัดในเสี้ยววินาที เขาถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวด้วยความหัวเสียอย่างเห็นได้ชัด ผมรีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่าง แล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว "ดูเหมือนว่า... 'เจ้าของสิทธิ์ตัวจริง' ของคุณมาตามแล้วนะครับ ท่านประธาน" ผมยิ้มหวานหยดให้เขาอย่างเย้าแหย่ ก่อนจะเดินเลี่ยงผ่านร่างหนาที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความขัดอารมณ์ตรงหน้าไปเปิดประตูต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้านนอก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%