เสียงหัวesทุ้มต่ำและรอยยิ้มมุมปากที่เจือความท้าทายยังคงติดตรึงอยู่บนโสตประสาทของกันต์ธีร์ แม้เหตุการณ์ระทึกใจเมื่อคืนในห้องทำงานส่วนตัวจะผ่านพ้นไปหลายชั่วโมงแล้วก็ตาม สัมผัสจากลมหายใจร้อนผ่าวที่รดรินอยู่เหนือริมฝีปากยังคงสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องได้อย่างน่าประหลาด
แต่ในความเป็นจริงของเช้าวันทำงานอันเร่งรีบ... สนามรบจริงไม่ได้อยู่หลังบานประตูห้องประธานที่ปิดทึบ หากแต่อยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้นสิบห้าต่างหาก
"แบบร่างโครงสร้างเฟสสองตรงนี้ ถ้าเราขยับแนวคานรับน้ำหนักออกไปอีกสักแปબ્ น่าจะช่วยให้พื้นที่ใช้สอยดูโปร่งขึ้นนะครับคุณกันต์"
เสียงทุ้มนุ่มของ 'ธาม' สถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องร่วมทีมพ่วงตำแหน่งดีกรีเกียรตินิยมดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่ส่งมาให้รุ่นพี่ร่วมสำนักงานอย่างสนิทสนม มือหนาเอื้อมไปแตะลงบนมุมกระดาษแปลนพิมพ์เขียวใกล้กับมือของกันต์ธีร์โดยไม่ได้ตั้งใจ
กันต์ธีร์ยิ้มรับด้วยความเอ็นดูในฐานะรุ่นพี่ "ความคิดเข้าท่านี่ธาม สมกับที่จบจากอังกฤษ... เอาสิ เดี๋ยวผมช่วยปรับสเกลส่วนนี้เพิ่มให้"
รอยยิ้มพิมพ์ใจและบรรยากาศการทำงานที่ดูรื่นไหลเป็นกันเองนั้น อาจจะดูปกติธรรมดาสำหรับคนทั่วไป หากแต่ไม่ใช่... สำหรับสายตาคู่คมที่กำลังจดจ้องมองผ่านผนกระจกใสฝ้าของห้องประชุมวีไอพี ที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกันพอดี
คณาธิปขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน แฟนเอกสารในมือถูกบีบจนกระดาษยับยู่ยี่โดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบฉายแววคุกรุ่นราวกับมีไฟบรรลัยกัลป์สุมอยู่ข้างใน
*ไอ้เด็กนั่นมันเป็นใคร... ถึงกล้าส่งยิ้มพร่ำเพรื่อใส่กันต์ขนาดนั้น? แล้วดูท่าทางสนิทสนมนั่นอีก... มือไม้จะวางเกินขอบเขตไปหน่อยแล้วมั้ง!*
ประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรอสังหาฯ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างหงุดหงิด ขายาวก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่สนใจแฟ้มงานกองโตที่รอการอนุมัติอยู่บนโต๊ะแม้แต่น้อย ความรู้สึกร้อนรุ่มในอกมันประท้วงให้เขาต้องเดินไป "ตรวจงาน" ที่ห้องประชุมนั้นเดี๋ยวนี้
ปกรณ์ที่นั่งเคลียร์ตารางงานอยู่บริเวณหน้าห้องถึงกับสะดุ้งโหย่ง เงยหน้าขึ้นมองตามเจ้านายหนุ่มที่เดินผ่านไปด้วยความเร็วระดับพายุหมุน พล M อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเบา ๆ พรางอมยิ้มมุมปาก
"โอ้โห... อาการหนักว่าที่คิดแฮะ ประธานผู้เยือกเย็นคนนั้นหายไปไหนซะแล้วล่ะเนี่ย" ปกรณ์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมแคปภาพความหึงหวงระดับสิบของเพื่อนสนิทไว้แบล็กเมลในยามจำเป็น
ทางด้านห้องประชุมใหญ่ กันต์ธีร์กำลังก้มหน้าก้มตาอธิบายรายละเอียดงานเพิ่มเติมให้ธามฟัง โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าภัยเงียบกำลังคืบคลานเข้ามาประชิดตัว
"ถ้าตรงนี้แก้ตามที่คุณธามเสนอ ผมว่า..."
"ประชุมอะไรกันนานสองนาน... งานการไม่มีทำหรือยังไง ถึงได้มานั่งส่งยิ้มบริหารเสน่ห์กันอยู่ในเวลางานแบบนี้!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่เอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมสะดุดกึกทันที ธามรีบชักมือกลับและยืนตรงด้วยความตกใจ ขณะที่กันต์ธีร์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผู้มาใหม่ด้วยแววตานิ่งสงบ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้ทัน
คณาธิปยืนกอดอก ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงจนแทบจะเป็นเลขแปด ดวงตาคมกวาดมองไปยังสถาปนิกหนุ่มรุ่นน้องด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา
"อ้าว... ท่านประธานลงมาตรวจงานถึงนี่เองเหรอครับ นึกว่าติดภารกิจสำคัญอยู่เสียอีก" กันต์ธีร์เอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เจือความกวนประสาทไว้ในที
"ผมมีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบความคืบหน้าของทุกโปรเจกต์ในบริษัทนี้... และดูเหมือนว่าโปรเจกต์นี้ ประสิทธิภาพในการทำงานมันจะ *'ต่ำกว่ามาตรฐาน'* ไปหน่อยนะ ถึงได้เอาแต่เล่นหูเล่นตากกันอยู่ได้" คณาธิปสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มงวดถูกนำมาใช้กลบเกลื่อนความร้อนรุ่มในใจอย่างแนบเนียน
ธามหน้าเสียเล็กน้อย รีบโค้งศีรษะให้ผู้บริหาร "ขอประทานอภัยครับท่านประธาน พอดีเรากำลังปรึกษารายละเอียดเรื่องโครงสร้างกันอยู่ครับ งั้นผมขอตัวไปเคลียร์แบบแปลนก่อนนะครับ..." ว่าแล้วรุ่นน้องหนุ่มก็รีบเก็บเอกสารแล้วเดินจ้ำอพยพออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันในความเงียบ
ประตูห้องประชุมปิดสนิทลง
กันต์ธีร์ถอนหายใจเบา ๆ วางปากกาในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยังคงยืนกอดอกจ้องมองเขาด้วยแววตาคาดคั้น
"มีปัญหาอะไรเหรอครับคุณคณาธิป งานตรงไหนที่ต่ำกว่ามาตรฐานที่คุณว่า... หรือว่าคุณแค่หงุดหงิดที่เห็นผมคุยกับคนอื่นกันแน่?" ประโยคคำถามที่ยิงตรงเข้าประเด็นทำเอาคณาธิปชะงักไปเล็กน้อย แต่คนอย่างประธานหนุ่มปากแข็งมีหรือจะยอมรับง่าย ๆ
"ผมเนี่ยนะหงุดหงิด? คุณหลงตัวเองเกินไปแล้วกันต์ธีร์" คณาธิปแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้าประชิดตัวคนตัวเล็กที่ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ "ผมแค่ไม่อยากให้เวลางานของบริษัทต้องมาเสียไปกับการยืนออดออเซาะอย่างไร้สาระ"
"อ้อ... ออดออเซาะเหรอครับ?" กันต์ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่เริ่มหลบเลี่ยง "แต่เท่าที่ผมจำได้เมื่อกี้ เราแค่วางแผนเรื่องคานรับน้ำหนักกันนะ หรือว่าในสายตาคุณ... การที่ผมคุยกับผู้ชายคนอื่น มันทำให้คุณ *'หึง'* จนตาพร่ากันแน่ล่ะครับ"
คำพูดที่จี้ใจดำแบบตรงไปตรงมาทำเอาคณาธิปถึงกับพูดไม่ออก มือหนาที่กอดอกอยู่คลายออกโดยอัตโนมัติ ความเงียบโรยตัวปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สะท้อนความตึงเครียดและแรงดึงดูดประหลาด
คณาธิปก้มมองริมฝีปากที่ขยับพูดจาฉอด ๆ นั้นอย่างนึกหมั่นเขี้ยว อยากจะจัดการปิดปากคนปากเก่งตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอื้อมมือไปคว้าตัวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ตามสัญชาตญาณ
*ก๊อก ๆ ๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างเพรียวบางของคุณหนูไฮโซในชุดสูทเข้ารูปหรูหราก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม
"พี่กรณ์คะ... อยู่นี่เอง มีนาตามหาซะทั่วเลย พอดีคุณพ่อฝากเอกสารชุดนี้มาให้พี่กรณ์ตรวจสอบด่วนค่ะ..."
มีนาราชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพคนทั้งสองยืนประชิดกันในระยะประชิดตัวภายในห้องประชุมที่ปิดทึบ ดวงตาคู่สวยฉายแววแปลกใจปนไม่พอใจขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วส่งยิ้มหวานให้กันต์ธีร์
กันต์ธีร์ผถอยหลังเว้นระยะห่างทันที รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย เขาปรายตามองคู่หมั้นสาวทางธุรกิจของประธานหนุ่มแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับคณาธิปที่กำลังใบหน้ามืดมนลงกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
"ดูเหมือนคุณจะมีธุระสำคัญกับคู่หมั้นสินะครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานต่อก่อน... เชิญตามสบายเลยครับท่านประธาน"
กันต์ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เย็นชา หมุนตัวเตรียมจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตู
"เดี๋ยวก่อนกันต์..." คณาธิปเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวเอาไว้แน่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงแต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและไม่ยอมปล่อยให้อีกฝ่ายเดินหนีไปง่าย ๆ ดวงตาคมมองตามด้วยความร้อนใจ
"ปล่อยเถอะครับ..." กันต์ธีร์กระซิบเสียงลอดไรฟัน พลางก้มมองมือใหญ่ที่กุมข้อมือตนไว้ "แขกของคุณรอนานแล้ว... ไปเคลียร์ธุระของคุณให้เรียบร้อยเถอะครับ ค่อยมาเล่นเกมกับผมทีหลัง"
คณาธิปขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดเมื่อเห็นรอยยิ้มเยินยอที่แฝงความประชดประชันนั้น แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอื้อnคำปฏิเสธใด ๆ ออกมาเพื่อรั้งร่างบางไว้
"พี่กรณ์คะ... ตกลงเอกสารนี่ พี่จะตรวจให้มีนาก่อน หรือจะให้มีนาเอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานคะ?" เสียงหวานใสของมีนาราเอ่ยแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมมาแตะแขนแกร่งของคณาธิปอย่างถือวิสาสะ
กันต์ธีร์อาศัยจังหวะชุลมุนนั้นสะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมได้อย่างง่ายดาย ร่างโปร่งก้าวเดินผ่านหน้าคุณหนูไฮโซออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
คณาธิปยืนนิ่งค้าง สายตาคมกริบมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปจากกรอบประตู ความรู้สึกหงุดหงิดระคนร้อนรุ่มตีรวนอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก
*ให้ตายเถอะ... กันต์ธีร์! คุณกล้าดียังไงถึงกล้าเดินหนีผมไปดื้อ ๆ แบบนี้!*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนของเฮียกรณ์ด้วยนะครับ!
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 8
สายตาที่ฟ้องความหึง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!