ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 24

คุณแม่อยากเจอ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“ฉันไม่ไป และคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทนผมด้วย” กันต์วางปากกาในมือลงบนโต๊ะเขียนแบบเสียงดังสนั่น ดวงตาเรียวรีจ้องมองชายหนุ่มร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานของเขาด้วยแววตาไม่เป็นมิตร คณาธิปในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบดูหงุดหงิดผิดปกติ กรามแกร่งของเขาขบกันจนขึ้นสันนูน “กันต์ธีร์ อย่าให้ฉันต้องพูดซ้ำ คุณแม่ต้องการเจอคุณ มันไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันเป็นคำสั่ง” “คำสั่ง?” กันต์แค่นหัวเราะ สองเท้าก้าวเข้าไปหาคนตัวสูงกว่าโดยไม่มีความเกรงกลัว “ผมเป็นลูกน้องคุณในบริษัท แต่ผมไม่ใช่สมบัติส่วนตัวที่คุณจะลากไปไหนก็ได้ โดยเฉพาะเรื่องครอบครัวของคุณ ผมไม่มีธุระอะไรที่ต้องไปข้องแวะ” “อย่าดื้อได้ไหม!” คณาธิปกระชากแขนกันต์เข้ามาใกล้จนแผ่นอกของทั้งคู่แนบชิด กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของประธานหนุ่มปะทะจมูกคนตัวเล็กจนชะงัก “แม่เขาสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ของเรา และถ้าคุณไม่ไปจบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง ให้ฉันไปพูดเอง รับรองได้เลยว่าคุณจะไม่ได้มานั่งดีดนิ้วใส่หน้าผมแบบนี้แน่” กันต์นิ่งงัน หัวใจเต้นรัวไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะน้ำเสียงที่แฝงความร้อนใจของอีกฝ่าย คณาธิปกำลังกังวล... คนปากแข็งที่วันๆ เอาแต่ด่าเขาและหาเรื่องกลั่นแกล้ง กำลังกลัวว่าแม่จะทำอะไรเขาอย่างนั้นหรือ? “ทำไม? กลัวผมจะโดนแม่คุณเฉดหัวทิ้งหรือไง หรือกลัวว่าแผนการ ‘แกล้งเป็นแฟน’ ของคุณจะล่มก่อนกำหนด?” กันต์ย้อนถาม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่น คณาธิปนิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่ววูบ ก่อนจะกลับมาเฉยชาเหมือนเดิม “ผมแค่ไม่อยากให้เรื่องมันยุ่งยาก บริษัทกำลังจะประมูลโครงการใหญ่ ผมไม่มีเวลามานั่งแก้ปัญหาเรื่องส่วนตัวที่ไร้สาระหรอกนะ” “งั้นก็บอกแม่คุณไปสิว่าเราเลิกกันแล้ว จบ ง่ายดี” “คุณพูดอะไรออกมาน่ะ!” คณาธิปบีบต้นแขนกันต์แน่นขึ้นจนอีกฝ่ายนิ่วหน้า “เลิก? ใครบอกว่าผมอนุญาตให้เลิก!” เสียงของเขาดังจนพนักงานที่เดินผ่านห้องทำงานต้องก้มหน้าก้มตาหนี กันต์เบิกตากว้างกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากคนซึนเดะตรงหน้า ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปาก “เฮียกรณ์ครับ... ถ้าอยากให้ผมไปพบคุณแม่ ก็บอกมาตรงๆ ว่า ‘ห่วง’ ไม่ใช่เอาเรื่องงานมาอ้างแบบนี้ มันน่าสมเพชครับ” คณาธิปชะงักไปครู่ใหญ่ มือที่จับต้นแขนกันต์ปล่อยลงราวกับถูกไฟลวก ใบหน้าคมเข้มเริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ก่อนจะรีบหันหลังกลับ “ให้เวลาสิบนาที ไปเปลี่ยนชุดซะ ถ้าช้าผมจะหักเงินเดือนคุณ” ... บรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลคณาธิปเงียบเชียบจนน่าอึดอัด กันต์นั่งตัวตรงอยู่บนโซฟาหลุยส์ราคาแพง โดยมีคณาธิปนั่งประกบอยู่ข้างๆ มือหนาของประธานหนุ่มวางอยู่บนโซฟาด้านหลังตัวเขาในลักษณะกึ่งโอบกึ่งปกป้อง แม้เจ้าตัวจะทำหน้านิ่งสนิทเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ตาม “แม่ครับ นี่กันต์ธีร์ สถาปนิกที่ผมเคยเล่าให้ฟัง” คณาธิปเอ่ยทำลายความเงียบ เสียงเขานิ่งเรียบแต่กันต์สัมผัสได้ถึงความเกร็งที่ฝ่ามือซึ่งวางอยู่ใกล้ไหล่เขา คุณหญิงรติยา กวาดสายตามองคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของท่านไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือความเรียบเฉยที่น่ากลัวกว่าการตะคอก “ดูท่าทางฉลาดดีนี่... สถาปนิกที่กรณ์เขาทุ่มเทเวลาให้ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง สงสัยงานจะหนักมากสินะ ถึงได้มีเวลามานั่งอยู่ตรงนี้ได้?” “สวัสดีครับคุณหญิง” กันต์ยิ้มรับด้วยมารยาทที่สมบูรณ์แบบ แววตาของเขามั่นคงไม่หวั่นไหว “งานที่บริษัทท้าทายมากครับ แต่ก็ยังน้อยกว่าความเอาแต่ใจของคุณคณาธิป... ผมว่าคุณหญิงน่าจะเข้าใจดีที่สุดนะครับ” คณาธิปแอบขยับมือมาหยิกเอวกันต์เบาๆ เป็นเชิงปราม แต่กันต์ทำเพียงแค่เอียงตัวหลบด้วยรอยยิ้มที่เหนือกว่า คุณหญิงรติยามองท่าทีนั้นแล้วยิ้มที่มุมปาก “ปากคอเราะร้ายดีนะ... แต่ว่านะกันต์ธีร์ การที่กรณ์เขาจะคบใครสักคน เรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจมันก็สำคัญ พอดีแม่เพิ่งคุยกับคุณพ่อของมีนาราเอาไว้...” ยังไม่ทันที่ท่านจะพูดจบ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงก็เปิดออกพร้อมเสียงรองเท้าส้นสูงที่ดังกระทบพื้นหินอ่อน “กรณ์คะ! มีนมาหาแล้วค่ะ เห็นคุณป้าบอกว่าจะคุยเรื่องวันหมั้น...” มีนาราเดินเข้ามาด้วยท่าทางร่าเริง แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกันต์ที่นั่งเคียงคู่กับคณาธิป รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้าง คณาธิปผุดลุกขึ้นยืนทันที ท่าทางของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “ใครเชิญคุณมาที่นี่ มีนารา?” เสียงเขาทุ้มต่ำและเย็นชาจนคนฟังยังหนาวสันหลัง “คุณป้าเป็นคนเชิญมีนมาค่ะ แล้วนี่มันเรื่องอะไรกันคะกรณ์ ทำไมถึงมีคนแปลกหน้ามานั่งในบ้านคุณได้?” เธอชี้หน้ากันต์ แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน กันต์ยังคงนั่งนิ่ง เขาไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือโกรธเคืองแม้แต่น้อย แต่กลับหันไปสบตากับคณาธิปด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก “ดูท่าทางงานนี้จะใหญ่เกินกว่าที่ผมจะรับมือไหวนะครับคุณคณาธิป... จะให้ผมอยู่ต่อ หรือจะให้ผมกลับไปเคลียร์งานที่ค้างไว้ดีครับ?” คณาธิปมองคนตัวเล็กที่ดูใจเย็นจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะคว้าข้อมือกันต์ให้ลุกขึ้นยืนแล้วกระชากเข้ามาประชิดตัวต่อหน้ามารดาและคู่หมั้นสาว “ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น” คณาธิปประกาศก้อง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกันต์ “เพราะวันนี้ ผมตั้งใจจะบอกแม่... ว่าคนที่จะแต่งงานด้วย ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือคนคนนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องโถงทันที มีนาราหน้าถอดสี ส่วนคุณหญิงรติยาถึงกับวางถ้วยชาในมือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงกระทบกันดังลั่น กันต์หัวใจหล่นวูบ ไม่ใช่เพราะตกใจที่ถูกประกาศต่อหน้าคนอื่น แต่เป็นเพราะในวินาทีนั้น เขาเห็นความสั่นไหวที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของคณาธิป... ความซึนเดะที่เขาสั่งสมมาพังทลายลงในชั่วพริบตา เหลือเพียงความเอาจริงเอาจังที่ทำเอาคนทั้งบ้านหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%