ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 4

กลิ่นอายความใกล้ชิด

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกใสจนเกิดเสียงดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยใบหน้าเรียบเฉย "ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมกันต์ธีร์ ว่าดีไซน์โครงสร้างเฟสสามตรงมุมตึกฝั่งทิศตะวันตกมันมีปัญหาเรื่องการรับน้ำหนัก ทำไมคุณถึงยังดึงดันจะใช้กระจกนิรภัยบานใหญ่ทรงโค้งนั่นอีก?" คณาธิปเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมปิดลง น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววตำหนิชัดเจน ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองร่างโปร่งที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะด้วยท่าทีสบายๆ ตรงกันข้ามกับบรรยากาศมาคุกรอบตัวเขาอย่างสิ้นเชิง กันต์ไหวไหล่เบาๆ ส่งยิ้มยั่วเย้าที่มุมปาก ดวงตากลมโตแพรวพราวทอดมองผู้บริหารหนุ่มผู้กำลังสวมเกราะความเย็นชาเข้าหาอย่างรู้ทัน "อ้าว...ก็นึกว่าท่านประธานจะจำไม่ได้ซะอีกครับว่าเรากำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ ไม่ใช่เรื่อง 'กฎข้อที่สาม' ที่คุณเพิ่งย้ำนักย้ำหนาเมื่อวาน" กันต์จงใจลากเสียงยาวตรงประโยคหลัง พร้อมกับขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมกรุ่นเจือกลิ่นบุรุษปะทะเข้ากับปลายจมูกของคนตัวโต คณาธิปขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อถูกจี้จุดอ่อนไหว "คุณกันต์... อย่าล้ำเส้นให้มันมากนักนะ" "ผมก็แค่มืออาชีพคนหนึ่งที่กำลังอธิบายเหตุผลทางสถาปัตยกรรมครับคุณคณาธิป แต่ถ้าคุณกำลังไขว้เขวเพราะเรื่องดินเนอร์คืนนี้... ผมว่าคนที่ต้องทบทวนตัวเองรึเปล่าครับว่าใครกันแน่ที่กำลังเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน" คำพูดนั้นแทงใจดำคณาธิปเข้าอย่างจัง ประธานหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวสถาปนิกหนุ่มด้วยความรวดเร็ว หมายจะใช้วิธีขู่ให้คนปากเก่งคนนี้ถอยร่นไป ทว่า... กันต์ธีร์ไม่ใช่คนที่ยอมถอยให้ใครง่ายๆ เมื่อร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามา กันต์กลับไม่ถอยหลังหนี กลับเลือกที่จะก้าวสวนหน้าเข้าไปอีกหนึ่งก้าวเพื่อท้าทาย ปลายรองเท้าหนังขัดมันของทั้งคู่แทบจะชนกัน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนของคนทั้งสองเริ่มรดรินใส่กันและกัน "ถอยไปกันต์" คณาธิปเอ่ยเสียงพร่า ประโยคเตือนสติฟังดูคล้ายเสียงคำรามเบาๆ ในลำคอ มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมจะดันไหล่บางให้ถอยห่าง "ถ้าผมไม่ถอยล่ะครับ... คุณจะทำไม?" กันต์เอียงคอมองเงยหน้าขึ้นสบตา ท้าทายด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันตราย จังหวะนั้นเอง... เอกสารในแฟ้มที่ยังเปิดค้างอยู่บนโต๊ะเกิดเลื่อนไหวตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศกระทันหัน กันต์ที่กำลังก้าวถอยหลังเพื่อหลบมุมสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้สำนักงานที่ถูกเลื่อนทิ้งไว้ ส่งผลให้ร่างโปร่งเสียหลักหงายหลังล้มลงทันที! "ระวัง!" คณาธิปสัญชาตญาณไวเหนือความคิด มือแกร่งพุ่งคว้าเอวบางของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ออกแรงดึงเข้าหาตัวเพื่อพยุงไม่ให้ล้มกระแทกพื้น แต่ด้วยแรงเหวี่ยงและน้ำหนักที่ทิ้งตัวลง ทำให้ร่างของทั้งคู่ล้มลงไปพาดทับกันบนเก้าอี้หนังปรับระดับตัวใหญ่ที่หมุนเคว้งไปมาก่อนจะหยุดนิ่งสนิท ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ร่างโปร่งของกันต์นอนทับอยู่บนแผงอกกว้าง แขนเรียวทั้งสองข้างเผลอยันลงบนลาดไหล่หนาของอีกฝ่ายเพื่อพยุงตัว ในขณะที่มือหนาของคณาธิปยังคงโอบกระชับรอบเอวสอบของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือแล้วอีกฝ่ายจะสลายหายไป ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปลายจมูกของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร จนแทบจะสัมผัสกันได้ เสียงหัวใจของใครบางคนกำลังดังรัวแข่งกับความเงียบ... *ตึกลุก... ตึกลุก... ตึกลุก* มันดังเสียจนคณาธิปไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงหัวใจของเขาเอง หรือเป็นของคนที่กำลังนอนทับอยู่บนตัวเขากันแน่ ใบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเรียบเฉยและเยชา บัดนี้กลับขึ้นสีแดงเรื่อที่พวงแก้มอย่างปิดไม่มิด ดวงตาคู่คมที่เคยดุดันกลับฉายแววหวั่นไหว ลึกล้ำ และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกักเก็บไว้มานานจนเกือบจะระเบิดออกมา กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและไอแดดอ่อนๆ จากร่างกายของประธานหนุ่มที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า เคมีที่เคยปะทะกันด้วยวาจาเมื่อครู่ แปรเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนังจนขนลุกซู่ "คุณ... ปล่อยผมได้แล้วมั้งครับ" กันต์กระซิบเสียงแผ่วเบา ความมั่นใจทั้งหมดที่มีเมื่อครู่ราวกับถูกดูดหายไปไหนหมด เหลือเพียงความสั่นไหวในน้ำเสียงที่เจ้าตัวก็ไม่อาจควบคุมได้ คณาธิปไม่ยอมขยับเขยื้อน ปลายสายตาคมกริมทอดมองริมฝีปากสีระเรื่อที่ขยับพูดอยู่ตรงหน้า ความซึนเดะที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความคลั่งรักที่เอ่อล้นทะลักออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ นิ้วเรียวแกร่งที่โอบเอวอยู่ค่อยๆ ออกแรงกระชับแน่นขึ้นอีกนิด บ่งบอกความรู้สึกที่ไม่อยากปล่อยให้คนตรงนี้หลุดมือไปไหน "ถ้าผมบอกว่าไม่อยล่ะ..." เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนกันต์สะấuเฮือก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมเมื่อใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนระยะห่างแทบไม่เหลือ บรรยากาศกำลังพาไปสู่จุดที่อันตรายที่สุด... ปลายจมูกของคณาธิปเกือบจะแตะเข้ากับแก้มเนียนอยู่แล้ว หากไม่มีเสียงบางอย่างดังแทรกขึ้นเสียก่อน *กริ๊ก... แอดดด—* เสียงปลดล็อกประตูห้องประชุมเปิดผางเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะร่าของบุคคลที่สามที่เดินเข้ามาอย่างไร้มารยาท "เฮียกรณ์! เอกสารโปรเจกต์เฟสสามที่ผมฝากให้เช็ก... อุ๊ย! ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะความสวีทของท่านประธานกับว่าที่แฟนเลยจริงๆ!" ปกรณ์ยืนค้างเติ่งอยู่ตรงประตู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนขบขัน เมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เยชา กำลังคร่อมทับ (หรือถูกทับ) อยู่กับสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้าในท่าทางที่ล่อแหลมเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้ คณาธิปสบถเบาๆ ในลำคอด้วยความหัวเสีย นัยน์ตาคมดุหันขวับไปจ้องเขม็งใส่เพื่อนสนิทตัวแสบที่เข้ามาทำลายช่วงเวลาสำคัญอย่างไม่รู้กาลเทศะ ขณะที่กันต์รีบดันอกแกร่งแล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู คณาธิปลุกขึ้นยืนตามด้วยใบหน้าบึ้งตึง ปรอดความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุด เขาปรายตามองเพื่อนรักด้วยสายตาที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ "ปกรณ์... นายอยากตายคาตีนฉันตอนนี้เลยใช่ไหม?" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะมาฟินไปด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%