ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 5

อาหารมื้อดึกกับความลับที่เผลอหลุด

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานกระจรกั้นเสียงของชั้นบนสุดดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงบของยามค่ำคืน ปกรณ์สะดุ้งสุดตัวจนกาแฟแทบหกเลดาร์ดวงตากลมโตหันขวับไปมองร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีชาโคลที่ยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบึ้งตึงราวกับโกรธใครมาสามชาติ "ปกรณ์... นายอยากตายคาตีนฉันตอนนี้เลยใช่ไหม?" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเคียดแค้น คณาธิปสบถในลำคอเบาๆ เมื่อมองหน้าจอแล็ปท็อปที่แสดงตัวเลขงบประมาณโครงการรีสอร์ทใหม่ ซึ่งไอ้เพื่อนตัวดีดันส่งไฟล์ผิดเวอร์ชันมาให้เขาตรวจตอนห้าทุ่มครึ่ง "เฮ้ย ใจเย็นก่อนท่านประธาน บอสใหญ่สุดหล่อ... กาแฟแก้วนี้ผมยอมพลีกายวิ่งลงไปซื้อ 7-11 ชั้นล่างมาให้เลยนะเว้ย จะมากินหัวกันแบบนี้ไม่ได้" ปกรณ์ยกมือยอมแพ้พลางก้าวถอยหลังทีละก้าว "อีกอย่าง... คนที่อยู่เป็นเพื่อนแกจนถึงดึกดื่นสัปดาห์นี้ไม่ใช่ฉันคนเดียวเสียหน่อย โน่น..." นิ้วเรียวชี้ไปยังโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามที่มีโคมไฟสีส้มสาดส่องลงมา กันต์ธีร์กำลังนั่งฟุบหน้าลงกับแปลนกระดาษแผ่นใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอแสดงว่าเจ้าตัวจมดิ่งสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้วหลังจากเผชิญหน้ากับกองงานมหาศาลตลอดสิบสองชั่วโมงเต็ม คณาธิปชะงัก แววตาดุดันเมื่อครู่ไหววูบลงชั่วพริบตา ความโกรธเรื่องงานถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก เขาปรายตามองร่างเพรียวบางที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นผิวเนียนละเอียด ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจความอ่อนล้าบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้า ยามที่อีกฝ่ายหลisตาลงและไม่มีคำพูดจิกกัดหลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบนั่น กันต์ธีร์กลับดู... น่ามองอย่างประหลาด "กลับไปได้แล้วไป แกน่ะ" คณาธิปไล่เพื่อนสนิทเสียงกระซิบ "อ้าว ไอ้นี่! ไล่กูซะงั้น แล้วมึงล่ะ?" "เรื่องของฉัน สั่งงานเสร็จเดี๋ยวฉันเคลียร์ต่อเอง ไสหัวไปซะ" ปกรณ์กลอกตาเป็นวงกลมแต่ก็ยอมคว้ากระเป๋าเดินเลี่ยงออกไปจากห้องทำงานอย่างรู้ความ ตั้งแต่รู้จักกับคณาธิปมาหลายปี มีแต่คนนี้แหละที่ปากกับใจไม่เคยตรงกันเลยสักครั้ง ปากร้ายใจอ่อนยิ่งกว่าเต้าหู้ยี้ เมื่อความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง คณาธิปถอนหายใจยาวเหยียด เขาถอดสูทเนื้อดีพาดไว้ที่พนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกเพื่อความคล่องตัว ก่อนจะเดินสาวเท้าย่างสามขุมเข้าไปใกล้โต๊ะของคนตัวเล็กที่ยังคงหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราว กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้จางๆ ลอยแตะจมูก คณาธิปขมวดคิ้วมุ่น เขาไม่ได้ตั้งใจจะเข้าใกล้ขนาดนี้... จริงๆ นะ แค่จะมาหยิบแปลนสถาปัตยกรรมที่วางทับอยู่ใต้ข้อศอกของอีกฝ่ายต่างหาก มือหนายื่นออกไปหมายจะดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาอย่างระมัดระวัง ทว่าปลายนิ้วดันเผลอไปปัดโดนปอยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาเคล้าโครงหน้ามนเข้าอย่างจัง กันต์ธีร์ส่งเสียงอืออึงในลำคอ ขยับตัวหนีสัมผัสรบกวนก่อนจะพลิกหน้ามาทางเขาตรงๆ ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มชะงักค้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงเหลือเพียงคืบเดียว แสงไฟสีส้มจากโคมไฟสะท้อนเงาลงบนแพขนตางอนหนาที่ทาบลงบนพวงแก้มใส ริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำกับเขาฉอดๆ ยามตื่น ตอนนี้กลับเผยอขึ้นน้อยๆ อย่างน่าเอ็นดู *...ร้ายนักนะ* คณาธิปคิดในใจ ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ มือที่ตั้งใจจะดึงกระดาษเปลี่ยนทิศทางโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากมนให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนตรงหน้าจะตื่นขึ้นมาแล้วเริ่มเปิดฉากสงครามประสาทใส่เขาอีก "ทำงานเก่งนักหรือไง... ตัวแค่นี้" เสียงทุ้มต่ำเอמהพึมพำออกมาแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าเสียงลมหายใจจะรบกวนความฝันของอีกฝ่าย ร่างสูงตัดสินใจเดินหายออกไปจากห้องสักครู่ ก่อนจะกลับมาพร้อมกับถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและแก้วน้ำอุ่นที่ชงร้อนๆ วางไว้บนโต๊ะข้างตัว พร้อมกับสูทตัวเก่งของเขาที่ถูกนำมาคลุมไหล่บางให้อย่างเบามือ กันต์ธีร์ขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อปรับรับแสงไฟในห้องที่สว่างขึ้น ร่างเพรียวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตากลมโตฉายแววสะลึมสะลือแต่ก็ยังคงความเฉรื่องฉลาดเอาไว้ได้ครบถ้วน กลิ่นหอมของอาหารเตะจมูกจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก "นี่... กี่โมงแล้วเนี่ย" เสียงแหบพร่าเอ่ยถามเบาๆ "ตีหนึ่งสี่สิบ" เสียงห้วนๆ ตอบกลับทันที คณาธิปยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของตัวเอง สีหน้ากลับมาเรียบตึงและเย็นชาดังเดิมราวกับคนละคนกับเมื่อห้านาทีที่แล้ว "ถ้าตื่นแล้วก็กินซะ จะได้มีแรงมาเถียงฉันต่อพรุ่งนี้" กันต์ธีร์กะพริบตาปริบๆ มองถ้วยบะหมี่ร้อนๆ สลับกับเสื้อสูทแบรนด์เนมราคาแพงที่คลุมอยู่บนไหล่ของตนเอง คิ้วเรียวขมเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แต่รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากกลับผุดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด "อุ๊ย... ตายจริง ท่านประธานผู้เย็นชา ปากร้ายใจดำคนนั้น ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือเปล่าครับเนี่ย ถึงได้ใจดีเอาของกินมาให้สถาปนิกตาดำๆ แบบผม" กันต์ธีร์แกล้งแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามนิสัยเดิม ทว่าแววตาที่มองกลับมีความไหวระริกซ่อนอยู่ คณาธิปหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อโดนยอกย้อน เขาแค่นเสียงในลำคอแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามขึ้นมาถึงใบหู "อย่าสำคัญตัวผิด สถาปนิกกันต์... ฉันแค่กลัวว่านายจะช็อกตายคากองแบบแปลนบริษัทฉันแล้วเป็นเรื่องเป็นราวต่างหาก รีบกินซะแล้วไสหัวกลับคอนโดไปได้แล้ว พรุ่งนี้เก้าโมงเช้ามีประชุมโปรเจกต์ใหญ่ ห้ามสายเด็ดขาด!" "ครับๆ รู้แล้วครับ ท่านประธานคนซึน" กันต์ธีร์หัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี ความเหนื่อยล้าปลิดปลิวหายไปในพริบตาเมื่อเห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของอีกฝ่าย วันรุ่งขึ้น... เวลา 09:05 น. ห้องประชุมใหญ่ชั้น 40 อัดแน่นไปด้วยผู้บริหารและทีมงานโปรเจกต์ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อประธานหนุ่มนั่งไขว่ห้างใบหน้าเคร่งขรึมอยู่ที่หัวโต๊ะ สายตาดุราวกำลังจะกินเลือดกินเนื้อกวาดมองพนักงานทุกคนทีละคน กันต์ธีร์ก้าวเข้ามาในห้องประชุมช้ากว่ากำหนดไปห้านาทีเนื่องจากรถติด เขาเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มงานในมือด้วยท่าทีมั่นใจตามปกติ แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบของคณาธิปตวัดมาสบเข้า รังสีความเย็นยะเยือกก็แผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทั้งห้องทันที "คุณกันต์ธีร์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น ไร้ซึ่งความอ่อนโยนใดๆ ทั้งสิ้น ราวกับเหตุการณ์ความห่วงใยเมื่อคืนเป็นเพียงภาพลวงตา "สายไปห้านาที... งานที่คุณรับปากว่าจะเคลียร์ให้เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืน อยู่ไหนครับ?" พนักงานคนอื่นๆ กลั้นหายใจเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว กันต์ธีร์ชะงักไปชั่ววินาที ก่อนมุมปากบางจะยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตสบตากับคนตัวโตกว่าอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย "อยู่ในนี้ครับ... ท่านประธานที่เคารพ" กันต์ธีร์วางแฟ้มลงตรงหน้าอีกฝ่ายเสียงดังฟังชัด "แล้วก็... ขอบคุณสำหรับเสื้อสูทเมื่อคืนนะครับ อุ่นดี... แต่กลิ่นน้ำหอมเฮียแรงไปนิด นอนไม่ค่อยหลับเลยครับ" พรึบ! ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบกริบช็อกสนิท คณาธิปหน้าชาดิก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายกล้าเอาเรื่องส่วนตัวมาพูดกลางที่ประชุมต่อหน้าทุกคนแบบนี้ ประธานหนุ่มขบกรามแน่น มือหนากำหมัดเข้าหากันใต้โต๊ะ หัวใจเต้นรำรัวด้วยความเขินอายที่ถูกตีแสกหน้ากลางวงล้อม แต่ภายนอกยังคงต้องรักษาฟอร์มเข้มเอาไว้ให้ได้มากที่สุด "คุณกันต์ธีร์! พูดมากเกินไปแล้ว... เปิดแฟ้มแล้วเริ่มรายงานผลงานของคุณเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะหักเงินเดือนคุณครึ่งหนึ่ง!" คณาธิปตวาดเสียงกร้าวกลบเกลื่อนอาการเสียอาการ กันต์ธีร์ไหล่ง스เบาๆ อย่างไม่ยี่หั่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากสวย "รับทราบครับท่านประธาน... แต่อย่าลืมนะครับว่าเมื่อคืนเฮียสัญญาอะไรกับผมไว้บ้าง" คำพูดกึ่งกำกวมนั้นทำให้คณาธิปถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดจนลูกน้องในห้องเริ่มซุบซิบกันเบาๆ ด้วยความสงสัย ทว่า... ก่อนที่สงครามประสาทระหว่างประธานหนุ่มกับสถาปนิกตัวแสบจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูกระจกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ก๊อก ก๊อก! ประตูกระจกบานใหญ่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างเพรียวระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพง ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มมั่นใจ พร้อมกับกระเช้าดอกไม้ช่อโตในมือ "สวัสดีค่ะทุกคน... ขอโทษที่รบกวนเวลาประชุมนะคะ พอดีมีนารานำกาแฟและขนมมาฝากคุณคณาธิปกับทุกคนค่ะ" มีนารา... คู่หมั้นทางธุรกิจที่ผู้ใหญ่จัดหาให้ก้าวเข้ามาในห้องประชุมด้วยท่าทีสนิทสนม เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปหาคณาธิปถึงที่นั่ง พร้อมกับวางมือเรียวลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างถือวิสาสะ คณาธิปขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดทันที เขากำลังจะเอ่ยปากไล่หญิงสาวออกไป ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นกันต์ธีร์ที่หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตากลมโตที่เคยพราวระยับเมื่อครู่กลับหรี่ลงมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบนิ่ง เย็นชา และเต็มไปด้วยความประชดประชัน กันต์ธีร์แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังให้ เตรียมเดินกลับออกไปจากห้องประชุมทันทีโดยไม่รอฟังคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น "เดี๋ยวก่อน... คุณกันต์!" คณาธิปผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงร้อนรนจนหลุดมาดประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นไปจนหมดสิ้น -------------------------------------------------------------- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมาครับ!)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%