เสียงหัวmsเราะคิกคักของคนตรงหน้าดังแทรกผ่านเสียงเพลงคลอเบาๆ ในคาเฟ่สไตล์มินิมอลแห่งนี้ ทำเอาคณาธิปที่นั่งไขว่ห้างอยู่โต๊ะถัดไปแทบอยากจะคว้าแก้วกาแฟสาดใส่ผนังให้รู้แล้วรู้รอด
"ไม่เจอ,กันนาน,นี่,กันต์... นายยังยิ้มสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
เสียงทุ้มของ 'กรณ์' (ที่เป็นชื่อเล่นเดียวกับเขาจนคณาธิปหงุดหงิด) เพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของกันต์ธีร์ดังขึ้นอีกระลอก พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมไปปัดเศษขนมปังออกจากมุมปากของคนตัวเล็กกว่าอย่างสนิทสนม
*เพล้ง!*
เสียงในหัวของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นและทรงอิทธิพลขาดผึ่งลงทันที
คณาธิปกำก้านแก้วลาเต้เย็นในมือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน นัยน์ตาคมกริบดูลึกล้ำราวกับเหยี่ยวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ ไอสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนโต๊ะรอบข้างต้องรีบขยับถอยห่างด้วยความเกรงใจ ปกรณ์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พลางเหลือบมองเพื่อนสนิทที่ตอนนี้หน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายร่างเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่แล้ว
"เฮีย... ใจเย็นก่อนครับ ตั้งสติหน่อย นั่นแค่เพื่อนเก่าสมัยเรียน ไม่ได้จะมากินหัวเพื่อนรักของเฮียสักหน่อย" ปกรณ์กระซิบเสียงเบา พยายามกลั้นยิ้มจนแก้มปริ
"ฉันดูเหมือนคนใจร้อนเหรอปกรณ์?" คณาธิปหันมามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกเมื่อ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ "นายตาบอดหรือไง ถึงไม่เห็นไอ้เวรนั่นมันกำลังลูบหน้าลูบตาเมีย... เอ๊ย! กำลังรุ่มร่ามกับกันต์อยู่!"
"โอโห เสียงสูงเชียวนะครับเฮีย ไหนบอกว่าไม่ได้คิดอะไรไง แค่คู่ค้าทางธุรกิจกับสถาปนิกส่วนตัวเฉยๆ" ปกรณ์สวนกลับทันควันด้วยรอยยิ้มกวนประสาท "แต่ดูอาการตอนนี้แล้ว... หึงจนหน้ามืดตามัวจนแยกแยะไม่ออกแล้วมั้งครับเนี่ย"
คณาธิปไม่ตอบ แต่ขากรรไกรที่ขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูนคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
ทางด้านกันต์ธีร์ที่นั่งคุยอยู่อีกโต๊ะ แม้จะคุยกับเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้ม แต่หางตากลับกวาดมองมายังร่างสูงของประธานหนุ่มจอมซึนเป็นระยะ สถาปนิกหนุ่มซ่อนยิ้มไว้ภายใต้ท่าทีเรียบเฉย ตั้งใจจะแกล้งคนปากแข็งที่ชอบทำเป็นไม่สนใจใยดีเขามาหลายวันให้สำนึกเสียบ้างว่า การปล่อยให้คนอื่นมาเข้าใกล้เขามันรู้สึกทรมานแค่ไหน
"จริงเหรอกันต์? งั้นแปลว่าตอนนี้กันต์ยังโสดสนิท ไม่มีใครจองใช่ไหมล่ะ?"กรณ์คนเพื่อนเก่าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหยหยอก พร้อมกับขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้กันต์ธีร์มากกว่าเดิมจนไหล่แทบจะชิดกัน
คณาธิปทนดูต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว!
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้ไถลครูดไปกับพื้นเสียงดังสนั่น ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังโต๊ะเป้าหมายด้วยรัศมีอำนาจที่รุนแรงจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง ปกรณ์ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ พลางหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายรูปประธานบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่กำลังเดินไปหึงก้างแบบเด็กๆ
"ขอโทษนะครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นยะเยือกจนน่าขนลุกดังขึ้นเหนือหัวของทั้งสองคน คณาธิปยืนค้ำหัวด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองไปยังมือของกรณ์ที่ยังวางอยู่บนพนักเก้าอี้ของกันต์ธีร์ "โต๊ะนี้... เสียงดังรบกวนเวลาคุยงานสำคัญของผม ช่วยกรุณาย้ายไปคุยที่อื่นจะได้ไหมครับ?"
กรณ์กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าผู้มีออร่าความน่ากลัวแผ่ซ้ำ "เอ่อ... ขอโทษนะครับ คุณเป็นใครเหรอครับ? พวกเราคุยกันอยู่... อ๊ะ!"
ยังไม่ทันที่กรณ์จะพูดจบ คณาธิปก็คว้าข้อมือของกันต์ธีร์แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้ลุกขึ้นยืนตามแรงบังคับทันที โดยไม่สนสายตาของใครในร้าน
"ลุกขึ้น,กันต์" คณาธิปเอ่ยเสียงเข้ม สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยถือดี "นายมีงานด่วนต้องเคลียร์กับฉัน เดี๋ยวนี้!"
กันต์ธีร์แสร้งทำเป็นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ สะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมเล็กน้อยพ่องามงอน "นี่คุณคณาธิป! ผมกำลังคุยธุระกับเพื่อนอยู่นะครับ ทำไมต้องทำตัวรุ่มร่ามไม่มีมารยาทแบบนี้ด้วย?"
คำว่า 'ไม่มีมารยาท' จากปากคนตัวเล็กแทบจะทำให้คณาธิปสำลักลมหายใจ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจที่โดนย้อนศร แบบนี้มันท้าทายอำนาจมืดชัดๆ!
"กันต์! นายกล้าว่าฉันเหรอ?" คณาธิปกัดฟันกรอด ขยับเข้าไปประชิดตัวจนไหล่แทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความร้อนรุ่มที่แผ่ออกมาจากตัวของประธานหนุ่มทำเอาสถาปนิกหนุ่มใจกระตุกวูบ "นายกล้าเอาฉันไปเทียบกับไอ้บ้านี่ แล้วยังกล้าไล่ฉันเหรอ หื้ม?"
"ผมไม่ได้เทียบสักหน่อย..." กันต์ธีร์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ ริมฝีปากบางยื่นออกมาเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้ "แต่เฮียต่างหากที่ไม่มีเหตุผล อยู่ๆ ก็มาพาลใส่คนอื่นเขา เพื่อนผมเขาก็แค่..."
"ก็แค่จะจีบ!" คณาธิปสวนกลับทันควันโดยไม่ทันยั้งคิด เสียงทุ้มหลุดลอดออกมาด้วยความหึงหวงที่พุ่งทะลุขีดจำกัดจนลืมฟอร์มประธานผู้เยือกเย็นไปจนหมดสิ้น "ฉันดูออกหรอกน่าไอ้ตาสองชั้นนั่นมันคิดไม่ซื่อ! และบอกไว้ก่อนเลยนะ... นายเป็นสถาปนิกของฉัน สัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่าห้ามมีปฏิสัมพันธ์เกินเลยกับบุคคลภายนอกในเวลางาน!"
"หหา? สัญญาบ้าบออะไรแบบนั้นผมไม่เคยเซ็นต์สักหน่อย!" กันต์ธีร์เถียงกลับเสียงแข็ง แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความขบขันที่เห็นคนปากแข็งยอมจำนนด้วยความหึง
"ฉันเป็นเจ้านาย ฉันพูดอะไรก็คืออันนั้น!" คณาธิปตวัดสายตาดุๆ ใส่คนดื้อรั้น ก่อนจะตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้ายเมื่อเห็นว่าเถียงกันไปก็คงไม่จบ
มือหนาเอื้อมไปควחוาต้นแขนเรียวของกันต์ธีร์ไว้มั่น ออกแรงดึงให้เดินตามตนเองออกไปจากคาเฟ่ท่ามกลางสายตาของลูกค้าหลายคนที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ ปกรณ์ที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนรักลับหลังอย่างชื่นชมในความใจร้อนแต่เด็ดขาด
"เฮียกรณ์! ปล่อยผมนะ จะพาผมไปไหนเนี่ย!" กันต์ธีร์โวยวายเบาๆ ระหว่างที่โดนลากตัวออกมาที่ลานจอดรถด้านหลังร้าน แผ่นหลังบางถูกดันให้แนบชิดติดกับประตูรถยนต์คันหรูของเจ้าตัวโดยมีร่างสูงใหญ่กักตัวไว้ตรงกลางด้วยแขนทั้งสองข้าง
คณาธิปโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มใส ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยราวกับจะค้นหาความจริง
"หึงโว้ย! พอใจหรือยัง?!"
คณาธิปหลุดคำสารภาพออกมาด้วยความหัวเสีย หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดด้วยความเขินอายที่ยอมจำนนต่อความรู้สึกตัวเอง
กันต์ธีร์นิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก รอยยิ้มหวานผุดขึ้นที่มุมปากอย่างผู้ชนะ สถาปนิกหนุ่มเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อสูทราคาแพงของคนตรงหน้าเบาๆ แกล้งลูบไล้ช้าๆ อย่างยั่วเย้า
"อ๋อ... ที่แท้ก็หึงผมเหรอครับ?" กันต์ธีร์กระซิบเสียงหวานเย้าแหย่ "นึกว่าเฮียจะไม่รู้สึกอะไรซะอีก เห็นทำเป็นเย็นชาใส่ผมมาตั้งหลายวัน"
คณาธิปกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ อยากจะดุให้เข็ดหลาบ แต่พอเห็นรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มนั้น หัวใจเจ้ากรรมก็พาลจะอ่อนยวบลงทุกที ร่างสูงโน้มใบหน้าลงต่ำกว่าเดิม หมายจะจัดการคนปากเก่งให้หายพยศด้วยริมฝีปากของตัวเอง
ทว่า... ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของคณาธิปก็แผדเสียงดังทำลายบรรยากาศโรแมนติกทันที!
คณาธิปขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแต่จำใจต้องผละออกเล็กล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าที่ทำเอาเขาชะงักกึก—**'มีนารา'**
กันต์ธีร์หุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ดวงตาสวยหรี่ลงมองหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเงยหน้าสบตากับประธานหนุ่มนิ่งๆ
"รับสิครับ... คู่หมั้นของคุณโทรมาตามแล้วนี่" กันต์ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ซ่อนความน้อยใจเอาไว้มิด พยายามจะดันตัวออกจากอ้อมแขน
คณาธิปหน้าเสียทันที รีบกดตัดสายทิ้งแล้วโยนโทรศัพท์เข้าไปในเบาะรถอย่างไร้เยื่อใย มือหนาคว้าข้อมือกันต์ธีร์ไว้แน่นกว่าเดิมด้วยความร้อนรน
"อย่าเพิ่งเข้าใจผิด กันต์ ฟังฉันก่อน—"
*กริ๊งงงง!*
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงเรียกเข้าปกติ แต่เป็นเสียงสั่นเตือนข้อความพร้อมรูปภาพที่ถูกส่งตรงเข้ามาหน้าจอ
คณาธิปก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าหล่อเหลาก็ถอดสีลงทันทีเมื่อเห็นภาพที่ถูกส่งมาจากมีนารา—**ภาพใบตรวจครรภ์ที่แสดงผลบวกชัดเจน พร้อมข้อความสั้นๆ ที่เขียนว่า "กรณ์ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้..."**
กันต์ธีร์ก้มมองตามสายตาของชายหนุ่ม และเมื่อเห็นภาพนั้น หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่ก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวยทันที
พบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที•ตอนที่ 26
หึงจนหน้ามืด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านประธานครับ... เลิกซึนแล้วมาเป็นแฟนผมที นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!