ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 8

ค่ำคืนกลางสวนดอกไม้

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบถูกมือหนาคว้าหมับเข้าให้ ก่อนที่เซี่ยจื่อเวยจะได้เปล่งเสียงอุทานสักคำ ร่างของนางก็ถูกกระชากถอยหลังวูบเข้าสู่มุมอับหลังฉากกั้นลายมังกรทอง กลิ่นอายสนจันทน์ผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่คุ้นจมูกจนน่าสะพรึงกลัวโชยปะทะนาสิกทันที นางเบิกตากว้าง ยามเมื่อฝ่ามือแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กอีกข้างเลื่อนมาปิดปากนางไว้แน่นสนิท "หากไม่อยากตายคาอกข้า... ก็หุบปากแล้วอยา​กส่งเสียง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ชิดใบหูนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความระแวดระวัง หลี่จวินเหยา... ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาที่ควรจะนอนพักฟื้นพิษกำเริบอยู่บนเตียง เหตุใดจึงมายืนซ้อนหลังนางในระยะประชิดเช่นนี้ได้เล่า! ภายนอกหน้าต่างกระดาษสา เงาร่างหนึ่งทาบทับลงมาอย่างเชื่องช้า เสียงฝีเท้าเบาหวิวราวกับใบไม้ร่วงดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สายลับขององค์ชายสามกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาค้นหาเป้าหมายในห้องนอนของนางแล้ว หัวใจของจื่อเวยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อมือสังหาร แต่เป็นเพราะลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ตรงซอกคอระหง รวมถึงแผงอกกว้างที่แนบชิดแผ่นหลังนางจนแทบไม่มีช่องว่างต่างหาก นางขยับตัวยุกยิก ส่งสายตาเคืองขุ่นไปสะบัดใส่เขาเชิงตำหนิ ผ่านนัยน์ตาคู่คมที่พราวระยับในความมืด หลี่จวินเหยาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบฉายแววดื้อรั้นแกมเจ้าเล่ห์อย่างที่มักมีให้เห็นเฉพาะเวลานอยู่กันตามลำพัง มือที่ปิดปากนางอยู่ค่อยๆ เลื่อนลงมาเปลี่ยนเป็นโอบกระชับเอวบางไว้แน่นขึ้นแทน เพื่อป้องกันไม่ให้นางขยับตัวเสียงดัง "ท่านแม่ทัพ... บาดแผลท่านยังไม่หายดี เหตุใดจึงทำตัวบ้าบิ่นเช่นนี้" จื่อเวยขยับริมฝีปากพูดโดยไร้เสียง อาศัยจังหวะที่สายลับด้านนอกกำลังงัดหน้าต่าง ขยับปากต่อว่าเขาด้วยความหมั่นไส้ "อยากตายเร็ว นักหรืออย่างไรกันคะ" หลี่จวินเหยาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำสั่นสะเทือนผ่านแผ่นหลังนางจนจื่อเวยรู้สึกร้อนวาบไปทั้งร่าง ดวงตาคมปลาบก้มมองสตรีในอ้อมแขนที่แม้ปากจะต่อว่าเขาไม่หยุด แต่สองมือกลับเผลอขยุ้มสาบเสื้อเกราะของเขาไว้แน่นเพื่อทรงตัว "เจ้าเป็นห่วงข้าหรือ ถึงได้ปากคอเราะร้ายเช่นนี้" เขากระซิบชิดใบหู น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ชวนให้คนฟังอยากจะหยิกเนื้อเขาสักทีสองที "ข้าเพียงแต่ได้กลิ่นบางอย่าง... กลิ่นที่ทำให้ต้องรีบมาดูให้แน่ใจว่า หมอเทวดาเซี่ยผู้ปากเก่ง จะยังรอดชีวิตอยู่หรือโดนคนขององค์ชายสามลากตัวไปเสียก่อน" "ข้าเอาตัวรอดได้ดีกว่าท่านที่กำลังจะพิษกำเริบตายแน่ๆ ค่ะ" นางสวนกลับทันควัน นัยน์ตาดุจกวางสาวฉายแวววาวโรจน์ "ปล่อยได้แล้ว สายลับพวกนั้นกำลังจะ..." ยังไม่ทันที่จื่อเวยจะได้พูดจบ เสียงประตูห้องด้านหน้าก็ถูกถีบพังโครมด้วยแรงมหาศาล! แรงสะเทือนทำให้ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในความมืด บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนเป็นตึงเครียดขึ้นมาทันที เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก้าวเข้ามา พร้อมกับประกายดาบที่สะท้อนกับแสงจันทร์วับแวม สายลับกลุ่มนั้นไม่ได้มาเพื่อขโมยตำรับยา แต่พวกมันตั้งใจมา "เก็บกวาด" สถานที่แห่งนี้ให้ราบคาบ! หลี่จวินเหยาหรี่ตาลง รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ชั่วพริบตา ความอ่อนล้าจากพิษในคราแรกมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสัญชาตญาณนักรบเดนตายที่พร้อมปลิดชีพผู้มาเยือน เขาดึงจื่อเวยให้หลบเข้ามาลึกยิ่งขึ้นในเงาสลัวของม่านเตียง ทว่าจังหวะนั้นเอง ปลายดาบเล่มหนึ่งก็พุ่งแหวกม่านเข้ามาปักลงบนฟูกที่นอนเมื่อครู่เสียงดังฉึบ! จื่อเวยสูดลมหายใจเข้าลึก นางลอบหยิบเข็มพิษเคลือบยาชาเจ็ดส่วนขึ้นมาซ่อนไว้ระหว่างปลายนิ้ว หากพวกมันกล้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว นางจะอาสาฝังเข็มนี้ลงกลางกระหม่อมพวกมันให้หายแค้นทีเดียว ทว่า หลี่จวินเหยาเร็วกว่า เขากดหัวนางให้ซบลงกับอกเสื้อของเขา มืออีกข้างชักกระบี่ประจำกายออกจากฝักอย่างไร้สุ้มเสียง แววตาของแม่ทัพหนุ่มเหี้ยมเกรียมขึ้นอย่างน่ากลัว "อยู่ที่นี่ ห้ามขยับ" เขาพึมพำสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนจะพุ่งร่างออกจากที่ซ่อนราวกับภูตพรายในความมืด *ฉับ!* เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่น ตามด้วยเสียงครางฮือของมนุษย์และร่างที่ล้มตึงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว การต่อสู้ดำเนินไปเพียงชั่วลมหายใจเดียว ร่างของสายลับสามคนที่บุกเข้ามาก็กลายเป็นศพไร้ญาติกองอยู่แทบเท้า ทว่า หลี่จวินเหยาที่ยืนตระหง่านท่ามกลางความมืดกลับไม่ได้เก็บกระบี่ทันที เขากลับชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบมองไปยังร่างสุดท้ายที่ล้มลงไป ไม่ใช่เพราะความตายของสายลับผู้นั้น... แต่เป็นรอยสักรูป "บุปผามรกต" ที่ต้นคอของศพ ซึ่งโผล่พ้นชุดดำออกมาต่างหาก! จื่อเวยเดินตามออกมาจากที่ซ่อน นางกวาดสายตามองศพทั้งสามก่อนจะมาสะดุดกับรอยสักนั้น หัวใจของนางกระตุกวูบ สีหน้าถอดสีลงทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าสัญลักษณ์นี้หมายถึงใคร "เจ้ารู้จักงั้นหรือ" หลี่จวินเหยาหันมามองนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบขึ้นมาในทันที "คนพวกนี้... ไม่ใช่คนขององค์ชายสาม" จื่อเวยพึมพำเสียงแผ่ว นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย นางก้าวเข้าไปใกล้ศพนั้นช้าๆ ราวกับถูกสะกดจิต "รอยสักนี้... มันคือสัญลักษณ์ของหน่วยเงาหลวงที่ควรจะถูกยุบไปตั้งแต่ห้าปีก่อน" หลี่จวินเหยาขมวดคิ้วมุ่น "หน่วยเงาหลวง? หน่วยองครักษ์ส่วนพระองค์ของ..." "ใช่ค่ะ" จื่อเวยเงยหน้าขึ้นสบตากับแม่ทัพหนุ่ม แววตาของนางเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกที่พยายามปกปิดไว้ภายใต้ความนิ่งงัน "คนของฮ่องเต้... หรือพูดให้ถูกคือ คนที่ควรจะตายไปพร้อมกับเหตุการณ์กวาดล้างวังหลังเมื่อห้าปีก่อน เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ และต้องการชีวิตของข้า?" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ บรรยากาศกดดันเข้าประชิดตัวจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าในจังหวะที่ความจริงกำลังจะคลี่คลายนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดแผ่วเบาราวกับแมวป่าก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก... เป็นเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างประหลาด จื่อเวยและหลี่จวินเหยาหันขวับไปมองพร้อมกัน เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นกรอบหน้าต่างเข้ามาในแสงจันทร์ ชายชุดดำสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปลดปล่อยกลิ่นอายความเย็นชาที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร นางเบิกตากว้างขึ้นทันทีเมื่อเห็นดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่นางจำได้แม่นยำแม้จะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใด "พี่รอง...?" จื่อเวยเผลอหลุดปากอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง คนคนนั้นหยุดนิ่ง ปลายกระบี่หยดเลือดช้าๆ ก่อนที่มุมปากใต้หน้ากากเงินจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่าที่เอ่ยทักทายราวกับพวกเขากำลังพบกันในตลาดสด "ไม่เจอกันนานนะ... น้องสาวตัวดี เจ้ายังมือสะอาดเหมือนเดิมหรือไม่ หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปเที่ยวเล่นหยอกเยาะกับท่านแม่ทัพผู้สูงส่งผู้นี้กันแน่?" ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรที่ทั้งแสบสันและชวนใจเต้นไปด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%