"ไม่เจอกันนานนะ... น้องสาวตัวดี เจ้ายังมือสะอาดเหมือนเดิมหรือไม่ หรือว่ามัวแต่เอาเวลาไปเที่ยวเล่นหยอกเยาะกับท่านแม่ทัพผู้สูงส่งผู้นี้กันแน่?"
น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่ทว่าแฝงประกายคมกริบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของจวนแม่ทัพ เซี่ยจื่อเวยชะงักมือที่กำลังถือถ้วยชา ปลายหางตาคมกริบกวาดมองร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีครามที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"เฟิงอวี้..." นางพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ พลางยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน "ลมพัดหวนอันใด ถึงได้หอบเอาศิษย์พี่ผู้รักความสบายอย่างท่าน มาเหยียบเรือนพักอันแสนจะต่ำต้อยของหมอพิษเช่นข้าได้เล่า?"
เฟิงอวี้หัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีพิจารณาร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาที่ทำให้คนมองรู้สึกคันยุบยิบใน
"ข้าได้ยินข่าวลือหนาหูว่าศิษย์น้องคนเล็กผู้เย็นชาและไร้หัวใจ ยอมสละเวลามากลั่นโอสถถอนพิษให้บุรุษผู้หนึ่งถึงในค่ายทหาร แถมยังใกล้ชิดสนิทสนมจนน่าอิจฉา นึกไม่ถึงว่า... จะเป็นเรื่องจริง"
ยังไม่ทันที่จื่อเวยจะได้ตอบโต้อะไร ประตูไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงสง่าในชุดเกราะประดับลายพยัคฆ์ของหลี่จวินเหยาปรากฏขึ้นที่กรอบประตู บรรยากาศรอบตัวเขาลดฮวบลงจนอุณหภูมิในห้องแทบจะติดลบ ดวงเนตรคมกลาบกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาดุดล ดุจพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังพบผู้บุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของตน
"ที่นี่คือจวนแม่ทัพ... ไม่ใช่ตลาดสด ที่ใครนึกจะเดินเข้ามาเหยียบย่ำตามอำเภอใจก็ทำได้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ทว่ากดดันจนคนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง หลี่จวินเหยาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างคนทั้งสองอย่างจงใจ ร่างสูงใหญ่บังร่างบางของจื่อเวยไว้มิดชิด สายตาคมปลาบจับจ้องเฟิงอวี้ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เฟิงอวี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มพรายบนใบหน้าหล่อเหลาไม่ได้ลดความกวนประสาทลงเลยแม้แต่น้อย "คารวะท่านแม่ทัพ... ข้าเป็นเพียงศิษย์พี่ที่เติบโตมากับจื่อเวย ได้ข่าวว่านางอยู่ที่นี่จึงแวะมาเยี่ยมเยียน ไยท่านต้องแสดงท่าทีราวกับข้ากำลังจะลักพาตัวนางไปเช่นนั้นเล่า หรือว่า... ท่านกลัวว่าความลับบางอย่างจะถูกเปิดเผย?"
เซี่ยจื่อเวยขยับตัวเล็กน้อยเพื่อก้าวพ้นแผ่นหลังกว้างของแม่ทัพหนุ่ม นางส่งค้อนวงใหญ่ให้ศิษย์พี่ตัวแสบ "หุบปากของท่านไปเสียเฟิงอวี้ ข้าไม่ได้เป็นเด็กอมมือที่ต้องให้ใครมาปกป้อง และเรื่องระหว่างข้ากับท่านแม่ทัพ ก็ไม่ได้มีเรื่องลับลมคมในอันใดที่ต้องปิดบัง!"
"โอ้? จริงหรือ?" เฟิงอวี้ลากเสียงยาวอย่างไม่เชื่อถือ สายตาเจ้าเล่ห์มองเลยไปยังมือหนาของหลี่จวินเหยาที่ยังคงวางอยู่ใกล้กับเอวบางของจื่อเวย "แต่ท่าทีของท่านแม่ทัพเมื่อครู่ ดูเหมือนคนหวงของยิ่งกว่ากลัวเสียบ้านเสียเมืองเสียอีกนะ"
เส้นเลือดที่ขมับของหลี่จวินเหยากระตุกวูบ แม่ทัพหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ใดต่อหน้าผู้ใด บัดนี้กลับรู้สึกว่าบุรุษตรงหน้าช่างน่ารำคาญลูกตาเสียเหลือเกิน เขาตวัดสายตาดุดันมองเฟิงอวี้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก "ถ้าว่างมากนัก จนมีเวลามาเดินเล่นก้าวก่ายเรื่องชาวบ้าน เช่นนั้นข้าจะส่งเจ้าไปตรวจชายแดนภาคเหนือสักสามเดือนดีหรือไม่?"
"ฮ่าๆๆ ท่านแม่ทัพนี่ใจร้อนเสียจริง ข้าเพียงแค่หยอกล้อศิษย์น้องเล่นเท่านั้น" เฟิงอวี้หัวเราะร่าอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้จะรู้ดีว่าอำนาจในมือของหลี่จวินเหยานั้นสามารถสั่งฆ่าคนได้โดยไม่ต้องไต่สวน "เอาล่ะๆ ข้าไม่กวนเวลาสวีท... อ๊ะ หมายถึงเวลาปรึกษาเรื่องยาพิษของพวกท่านแล้วก็ได้"
เขายกมือขึ้นยอมแพ้ทีเล่นทีจริง ก่อนจะหันมาสบตาจื่อเวยด้วยแววตาที่ลึกลงไปชั่วขณะ "คืนนี้... ข้าพักที่โรงเตี๊ยมจันทราทอแสง หากเจ้าอยากรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับอาจารย์ หรืออยากรื้อฟื้นเรื่องเก่าๆ ก็มาหาข้าได้นะจื่อเวย... ข้ารอเจ้าเสมอ"
พูดจบ เฟิงอวี้ก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ยี่หล่า ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องคุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ
หลี่จวินเหยาหันขวับกลับมามองหญิงสาวทันที ดวงตาคู่นคมเข้มเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ "สนิทกันเสียจริงนะ... ถึงขนาดนัดแนะกันไปยามวิกาล"
จื่อเวยกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างเหลืออด นางสะบัดชายเสื้อเดินหนี แต่มือหนากลับคว้าข้อแขนเรียวไว้ได้ทัน แรงดึงเพียงเล็กน้อยทำให้นางเซถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้าง กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายสนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
"ปล่อยนะท่านแม่ทัพ! ข้าจะไปไหน มันก็เรื่องของข้า" นางเงยหน้าขึ้นเถียง ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เขาอย่างไม่ยอมแพ้
"เรื่องของเจ้า แต่ข้าเป็นเจ้าของจวนหลังนี้ และที่สำคัญ..." หลี่จวินเหยาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมใบหูด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "พิษในตัวข้า... ยังถอนไม่หมด เจ้าไม่มีสิทธิ์ไปไหนทั้งนั้น... โดยเฉพาะกับไอ้หน้าอ่อนนั่น!"
จื่อเวยชะงักงัน หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึกยามถูกจู่โจมด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความหึงหวงอย่างไร้ยางอายของคนตัวโต ทว่าก่อนที่นางจะได้ทันเอ่ยปากตอกกลับอะไร ประตูห้องที่ปิดสนิทก็ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบด้วยพลังลมปราณอันรุนแรง!
ร่างขององครักษ์ประจำตัวพุ่งเข้ามาด้วยสภาพสะินสะทอม เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปาก พร้อมกับเสียงรายงานที่ขาดห้วงด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านแม่ทัพ! ไม่ดีแล้ว... กองกำลังไม่ทราบฝ่ายนับร้อย บุกเข้ามาล้อมจวนของเราไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จวินเหยาแววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีด ร่างกายตื่นตัวเข้าสู่โหมดนักรบในเสี้ยววินาที ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะปล่อยมือจากร่างบางเพื่อหยิบกระบี่ประจำกาย สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวผ่านกลุ่มควันเข้ามาทางประตู... เงาร่างของคนที่ควรจะอยู่ไกลถึงเมืองหลวง ทว่ากลับมาปรากฏตัวที่นี่ในยามวิกาลพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็น
"ไม่คิดเลยว่า... ท่านแม่ทัพจะซ่อนดอกไม้พิษดอกนี้ไว้ใกล้ตัวถึงเพียงนี้..."
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 9
ศิษย์พี่ผู้หวนคืน
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!