ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 10

ความลับที่เปิดเผยครึ่งหนึ่ง

ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
"ไม่คิดเลยว่า... ท่านแม่ทัพจะซ่อนดอกไม้พิษดอกนี้ไว้ใกล้ตัวถึงเพียงนี้..." ปลายนิ้วเรียวที่แต้มด้วยคราบผงยาสีครามจางๆ หยุดชะงักลงกลางอากาศ ท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องลับใต้เรือนพักแรมของกองทัพ เซี่ยจื่อเวยหรี่ตามองรอยแผลเป็นรูปจันทร์เสี้ยวที่หัวไหล่เปลือยเปล่าของบุรุษตรงหน้าอย่างพิจารณา ประโยคคั่นอารมณ์เมื่อครู่ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท นางไม่ได้หูฝาด และเขาก็ไม่ได้พูดเล่น รอยแผลนั้น... นางจำมันได้แม่นยำยิ่งกว่าลายมือของตนเองเสียอีก หลี่จวินเหายังคงนิ่งสงบดุจผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกหรือท่าทีร้อนรนใดๆ เขากลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่แฝงแววตาสนุกสนานอย่างน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นจ้องมองนางราวกับพญาอินทรีที่กำลังรอขย้ำเหยื่อตัวน้อยให้จนมุม "เพิ่งรู้หรืออย่างไรว่าข้าสะสมของอันตรายไว้ข้างกาย" สุเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า ร่างสูงใหญ่ขยับเข้าประชิดนางทีละน้อยจนกลิ่นอายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นอายจันทร์หอมจางๆ ลอยเข้ามารุกล้ำพื้นที่หายใจ จื่อเวยผถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นตำราสมุนไพรด้านหลังโดยไม่มีทางหนี "ถอยไปนะท่านแม่ทัพ!" นางตวาดเสียงต่ำ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความดื้อรั้น "อย่ามาใช้ไม้นี้กลบเกลื่อนนะ! รอยแผลนั่น... ลายสักอัคคีโลหิตที่หัวไหล่นั่น เจ้าสำนักพิษทมิฬเท่านั้นที่มีสิทธิ์ครอบครอง แล้วไฉนมันจึงมาอยู่บนร่างของแม่ทัพผู้รักความยุติธรรมอย่างท่านได้เล่า?" จื่อเวยใช้ปลายนิ้วเรียวยันแผงอกกว้างของเขาไว้เพื่อรักษาระยะห่าง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองศึก แม้ภายนอกนางจะพยายามทำตัวให้แข็งกระด้างและปากคอเราะร้ายเพียงใด แต่ภายในกลับปั่นป่วนจนแทบควบคุมไม่อยู่ เบาะแสทั้งหมดที่นางตามหามาตลอดสามปี... คนที่ทรยศสำนักและขโมยตำราพิษบรรพกาลหนีไป... แท้จริงแล้วคือบุรุษที่คอยตามกวนประสาทและบังคับให้นางถอนพิษให้เขาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอย่างนั้นหรือ? "ถ้าข้าบอกว่า... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเจ้าตั้งแต่แรกเล่า?" หลี่จวินเหายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียนใสของนางจนจื่อเวยต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขิน แต่มือหนากลับเอื้อมมาคว้าจับคางอิ่มของนางไว้ บังคับให้ดวงหน้าหวานต้องหันกลับมาสบตากับเขาตรงๆ "ปล่อยนะ! ท่านกล้าดียังไงมาแตะต้องตัวข้า!" นางกัดฟันกรอด ฝ่ามืออีกข้างเตรียมซัดเข็มพิษใส่จุดชีพจรของเขาอย่างไม่ลังเล "หากเจ้าซัดเข็มนั้นลงมา คนที่จะไม่ได้คำตอบว่าใครคือหนอนบ่อนไส้ตัวจริง... ก็คือตัวเจ้าเองนะจื่อเวย" น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้นราวกำลังเกลี้ยกล่อมเด็กดื้อ แต่แววตากลับคมปลาบและจริงจังจนนางชะงักค้าง จื่อเวยเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นเพื่อค้นหาพิรุธ ทว่านอกจากความลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรแล้ว นางกลับมองไม่เห็นความโกหกเลยแม้แต่น้อย "ท่านหมายความว่าอย่างไร..." นางถามเสียงลอดไรฟัน "หมายความตามที่พูด..." หลี่จวินเหายังคงไม่ยอมปล่อยมือจากคางของนาง นิ้วโป้งเกลี่ยไล้พวงแก้มเนียนอย่างเบามือโดยสัญชาตญาณ "สำนักพิษทมิฬไม่ได้ถูกทำลายเพราะคนนอก แต่เพราะมีคำสั่งลับจากราชสำนัก... และคนคนนั้น กำลังนั่งรอจังหวะที่จะเด็ดหัวเจ้าอยู่บนท้องพระโรง" บรรยากาศภายในห้องลับพลันเยียบเย็นลงทันที ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด จื่อเวยเบิกตากว้าง คล้ายกับจิ๊กซอว์ในหัวที่กระจัดกระจายมานานนับปี เริ่มถูกเรียงร้อยเข้าหากันทีละชิ้นอย่างไม่น่าเชื่อ หากสิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง... เช่นนั้นการที่นางถูกตามล่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ไม่ใช่เพราะฝีมือของสำนักคู่ปรับ แต่เป็น... *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องลับดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน ตามด้วยเสียงรายงานร้อนรนขององครักษ์คนสนิทที่ดังทะลุผ่านผนังเข้ามา "เรียนท่านแม่ทัพ! องค์ชายสามเสด็จมาถึงค่ายพักแรมแล้วพ่ะย่ะค่ะ! พระองค์ตรัสว่ามีราชโองการด่วนที่สุด... ต้องการขอเข้าพบท่านแม่ทัพและหมอหลวงเซี่ย ณ บัดนี้!" สิ้นเสียงรายงาน หลี่จวินเหาก็หรี่ตาลงทันที ประกายตาดุดันวาบผ่านขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดุจเดิมอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มละมือออกจากคางของนางอย่างเสียดาย เขากลับมายืนตรงจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทีสุขุมเยือกเย็น ผิดกับจื่อเวยที่หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อได้ยินนามของบุคคลที่ไม่คาดฝัน องค์ชายสาม... ผู้บงการเบื้องหลังที่นางตามหามาตลอด ดันก้าวเข้ามาถึงหน้าประตูห้องในเวลาที่ความลับยังถูกเปิดเผยไม่หมดเช่นนี้! หลี่จวินเหาหันกลับมามองสตรีตัวน้อยที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างชั้นสมุนไพร มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย สายตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทายระคนเอ็นดู "ดูท่า... แมวป่าอย่างเจ้าคงต้องเลือกระหว่างซ่อนตัวอยู่หลังหลังของข้าต่อ... หรือจะออกไปต้อนรับหมาป่าห่มหนังแกะตัวนั้นด้วยกันล่ะ?" จื่อเวยสูดลมหายใจเข้าลึก, แววตาที่เคยหวั่นไหวเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นประกายกร้าวแกร่งดุจคมมีด นางคว้ากล่องเข็มเงินขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินผ่านหน้าเขาไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูลับด้วยท่าทีเย่อหยิ่งไม่แพ้กัน "หมาป่าตัวนั้นคิดจะกินข้า... เกรงว่ามันต้องฟันหักคอเคล็ดกลับไปเสียก่อน!" นางเอ่ยจบก็เอื้อมมือผลักประตูลับเปิดออกเผชิญหน้ากับแสงสว่างจ้าด้านนอก โดยไม่ทันสังเกตเห็นสายตาคลั่งรักแกมระอาใจของท่านแม่ทัพผู้เย็นชา ที่มองตามแผ่นหลังบางนั้นด้วยความรู้สึกยากจะหยั่งถึง... รอยยิ้มเจ้าเลinjปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาก่อนที่เขาจะก้าวตามนางออกไปติดๆ หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะยังไม่วางมือถือกันไปไหนนะคะ เพราะบทต่อไปความมันส์กำลังจะระเบิดขึ้นแล้วค่ะ! *รักและหมั่นไส้ในความซึนของคู่กัดคู่นี้เสมอ* — **เสี่ยวเถาฮวา** —
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%