*“ฉับ!”*
ลูกดอกหน้าไม้กลอาบยาพิษดอกนั้นพุ่งแหวกอากาศยามวิกาลด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวบาดแก้วหู แต่ทว่า... มันกลับไม่ได้ฝังลงบนร่างบางของเซี่ยจื่อเวยอย่างที่องค์ชายสามคาดคิด
ร่างสูงโปร่งของหลี่จวินเหยาขยับเร็วกว่าความคิด ปลายกระบี่นิลกาฬในมือตวัดวาดเป็นวงโค้งควงสว่าน ปัดป้องลูกดอกเหล็กจนกระเด็นปักเข้ากับเสาเรือนไม้เนื้อแข็ง เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นลั่นเรือนพัก แรงสะท้อนทำให้บุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ทัพไร้พ่ายต้องถอยหลังไปครึ่งก้าว ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย ใบหน้าคมคายฉาบไว้ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า
“องค์ชายสาม... ดึกดื่นปานนี้ ท่านถึงกับลงทุนมาเยือนเรือนพักของหมอต่ำต้อยเช่นข้าด้วยตนเอง ถึงขั้นใช้หน้าไม้กลลอบสังหารคนไร้ทางสู้ ช่างเป็นเกียรติแก่ตระกูลเซี่ยเสียจริงเพคะ”
จื่อเวยสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้หัวใจจะเต้นรัวเร็วดั่งกลองศึก นางยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาคมปลาบมององค์ชายสามที่ยืนยันรอยยิ้มหยันบนริมฝีปากหนา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอำมหิตและคราบไคลของความโลภ
องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ ท่าทางเย่อหยิ่งทระนงตนไม่ได้ลดน้อยลงแม้จะเผชิญหน้ากับแม่ทัพใหญ่ผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน “หมอเซี่ย... เจ้าช่างปากกล้าสมคำร่ำลือ สูตรยาสลายพิษในตำนานอยู่ในมือเจ้า ทางเลือกมีเพียงสองทาง หนึ่งคือมอบมันให้ข้าโดยดี... และสอง เจ้ากับแม่ทัพเย็นชาผู้นี้ก็จงเป็นปุ๋ยฝังใต้ดินเสียในคืนนี้!”
สิ้นคำสั่งขององค์ชายสาม องครักษ์เงากว่ายี่สิบชีวิตพุ่งทะยานลงมาจากหลังคา ประหนึ่งฝูงกาฬมรกตที่กระหายเลือด ปลายกระบี่นับสิบเล่มชี้ตรงมายังคนทั้งคู่ บรรยากาศรอบด้านอัดแน่นไปด้วยไอสังหารที่เข้มข้นจนแทบหายใจไม่ออก
หลี่จวินเหยาไม่แม้แต่จะชายตามองกองกำลังเหล่านั้น เขาก้าวข้ามขึ้นมาบังร่างบางของจื่อเวยไว้ครึ่งหนึ่ง แผ่นหลังกว้างเปรียบเสมือนกำแพงเหล็กที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็ยังทานไหว มือหนากระชับด้ามกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“กล้าดีนี่... ถือหางกองกำลังเงาแล้วคิดว่าจะต่อกรกับกองทัพพยัคฆ์ทมิฬได้งั้นหรือ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าขนพองสยองเกล้า “จื่อเวย...”
“หือ?” นางขานรับในลำคอ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่คนผู้นี้ยังมีแก่ใจจะเอ่ยเรียกชื่อนาง
“เจ้าถอยไปอยู่ข้างหลัง... รอเก็บศพพวกมันแทนก็แล้วกัน ข้าไม่อยากให้มือหมอที่ใช้รักษาคนของข้าต้องมาเปื้อนเลือดสุนัขพวกนี้”
จื่อเวยหมั่นไส้จนอยากจะหยิกเนื้อเขียวสักทีให้หายซึน ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เขายังมีอารมณ์มาสั่งสอนนางเป็นเด็กๆ เสียได้ “ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจ ระวังตัวด้วยเถิดเพคะ หากท่านตายคาสนามรบเล็กๆ นี้ ข้าคงต้องหาศพสามีใหม่น่าดูชมทีเดียว!”
มุมปากของหลี่จวินเหยากระตุกวูบ คล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่เชิง นัยน์ตาคมกริบเหลือบมองนางชั่วพริบตา “ปากเก่งนักนะ... ไว้เสร็จศึกนี้ ข้าจะจัดการเย็บปากเจ้าด้วยเข็มเงินเล่มโปรดของเจ้าเอง”
*เคร้ง! ฉับ! ฉึบ!*
บทสนทนาอันไร้ความตึงเครียดถูกตัดขาดด้วยเสียงเหล็กกระทบกันสนั่นหวั่นไหว หลี่จวินเหยาพุ่งทะยานออกไปราวกับพญาอินทรีตวัดกรงเล็บ การเคลื่อนไหวของเขารวดเร็ว ปราดเปรียว และเด็ดขาด ไร้ซึ่งความลังเล ทุกย่างก้าวคือการปลิดชีพ องครักษ์เงาที่ว่าฝึกฝนมาอย่างดีกลับกลายเป็นเพียงตุ๊กตาฟางที่ถูกตัดขาดสะบั้นในกระบี่เดียว เลือดสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีเขียวเข้มจนกลายเป็นสีแดงฉาน กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ชวนให้อะดรีนาลีนในกายพุ่งพล่าน
จื่อเวยไม่ได้ถอยหนีไปไหนไกล นางยืนอยู่เบื้องหลังแนวป้องกันของเขา มือเรียวหยิบถุงผ้าแพรบรรจุเข็มพิษเคลือบยาชาเจ็ดชนิดออกมาจากอกเสื้อ ดวงตากวาดมองหาช่องว่างอย่างแม่นยำ เมื่อใดที่องครักษ์เงาคนใดหลุดลอดรัศมีกระบี่ของหลี่จวินเหยาเข้ามา เข็มเงินเล่มจิ๋วจะพุ่งแหวกอากาศฝังเข้าที่จุดตายบนร่างของมันทันที ทำให้ศัตรูทรุดฮวบลงไปนอนชักดิ้นชักงอก่อนจะหมดสติไปโดยไร้เสียงร้อง
“ระวังข้างซ้ายเพคะ!” จื่อเวยเอ่ยเตือนเสียงดังพร้อมกับซัดเข็มพิษสามเล่มรวดปักเข้าที่ต้นคอขององครักษ์ที่กำลังเงื้อง่าดาบหมายจะลอบทำร้ายจากด้านหลังของหลี่จวินเหยา
หลี่จวินเหยาหมุนตัวกลับตามสัญชาตญาณ กระบี่ในมือตวัดเฮือกเดียวตัดศีรษะศัตรูขาดกระเด็น ดวงตาคมกริบกวาดมองผลงานการประสานงานอย่างรู้ใจ แม้ปากจะบอกให้รอด้านหลัง แต่นางกลับยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาในสมรภูมินองเลือดแห่งนี้เสมอ
“เจ้ากับข้า... เข้าขากันได้ดีไม่เบานี่” เขายิ้มมุมปาก ท่ามกลางหยาดเลือดที่หยดติ๋งจากปลายกระบี่
“ใครเข้าขากับท่านกัน หลงตัวเองเป็นที่สุด!” จื่อเวยค้อนขวับ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มบางเบา
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด กองกำลังขององค์ชายสามลดจำนวนลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงตัวเขาเองที่ยืนอยู่ท่ามกลางซากศพบริวาร ใบหน้าขององค์ชายสามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าต่อให้มีกำลังคนมากเพียงใด ก็ไม่อาจโค่นแม่ทัพปีศาจผู้นี้ลงได้
“หลี่จวินเหยา... เจ้าบังอาจนัก!” องค์ชายสามคำรามลั่น กำกระบี่ในมือสั่นเทา
หลี่จวินเหยาค่อยๆ เดินสาวเท้าเข้าไปหาช้าๆ รองเท้าบูทหนังเหยียดย่ำลงบนคราบเลือด เสียงฝบเท้าหนักหน่วงราวกับเสียงระฆังมรณะที่กำลังเคาะเรียกวิญญาณ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความปรานี “องค์ชาย... สมรภูมิรบจริงยังอีกยาวไกลนัก นี่เป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยเท่านั้น หากท่านยังไม่ไสหัวไปจากเรือนของหมอเซี่ย ภายในสามลมหายใจนี้ ศีรษะบนบ่าของท่านคงต้องย้ายมาประดับบนกำแพงค่ายทหารแทน”
แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกจากร่างของแม่ทัพหนุ่มจนองค์ชายสามผงถอยหลังก้นจ้ำเบ้ากับพื้นด้วยความหวาดกลัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบสิ้นสติ
*“แม่ทัพใหญ่หลี่! ด่วนจี๋พ่ะย่ะค่ะ!”*
เสียงตะโกนแหบพร่าดังแหวกความมืดมาแต่ไกล พร้อมกับการปรากฏตัวของรองแม่ทัพหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า หอบหายใจจนตัวโยน เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยเขม่าควันและรอยเลือดสดๆ
หลี่จวินเหยาขมวดคิ้วมุ่น หยุดฝีเท้าลงทันที “เกิดเรื่องอันใดขึ้น ทำไมเจ้าถึงมีสภาพเช่นนี้”
รองแม่ทัพกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดจนจื่อเวยที่ยืนอยู่ข้างๆ ยังต้องใจหายวาบ
“ค่ายทหารหลัก... ค่ายทหารหลักทางทิศเหนือถูกกองทัพปริศนาโจมตีฉับพลันพ่ะย่ะค่ะ! ตอนนี้... ตอนนี้ท่านแม่ทัพใหญ่... ม้าเร็วเพิ่งส่งข่าวมาว่า เสบียงทั้งหมดถูกเผาทำลาย และท่านแม่ทัพ... เอ่อ... ท่านแม่ทัพใหญ่ถูกลอบวางยาพิษ อาการโคม่าไม่สติแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
หลี่จวินเหยาชะงักนิ่งค้าง ประกายตาไหววูบชั่วพริบตา ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งสลัก ทั่วทั้งร่างแผ่ไอสังหารรุนแรงออกมาราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด
จื่อเวยหน้าถอดสีทันที นางรู้ดีว่าพิษชนิดใดที่สามารถทำให้แม่ทัพใหญ่ล้มลงได้ในชั่วข้ามคืน และที่สำคัญ... สูตรยานั้นมีเพียงนางคนเดียวที่ปรุงขึ้นได้!
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตระหนกกับข่าวร้าย องค์ชายสามที่ล้มอยู่กับพื้นกลับแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาอย่างน่าขนพองสยองเกล้า ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่จื่อเวยด้วยแววตาสมเพชเวทนา ก่อนที่เขาจะกระอักเลือดออกมาคำโตแล้วหัวเราะร่า
“ฮ่าๆๆ... สายเกินไปแล้ว... เจ้าคิดว่าที่ข้ามาบุกเรือนนี้เพื่อแย่งสูตรยาอย่างเดียวงั้นหรือหมอเซี่ย?”
จื่อเวยรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“หมายความว่าอย่างไร...” เสียงของจื่อเวยสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว
องค์ชายสามฉีกยิ้มกว้างจนเห็นคราบเลือดแดงฉานบนไรฟัน “สูตรยาในมือเจ้า... บัดนี้ถูกส่งต่อไปให้คนของเราที่แฝงตัวอยู่ในค่ายใหญ่เรียบร้อยแล้ว... และอีกไม่นาน... ทั้งค่ายทหารและแคว้นนี้จะต้องลุกเป็นไฟด้วยมือของพวกเราเอง!”
*เสี่ยวเถาฮวาขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมฟินจิกหมอนไปด้วยกันเสมอนะคะ*
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 19
สมรภูมิที่เต็มไปด้วยหยาดเลือด
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!