คมดาบเล่มยาวนับสิบเล่มสะท้อนแสงจันทร์สีนวลจนเกิดประกายวาบระยับ เย็นเยียบจนบาดผิวแก้วของเซี่ยจื่อเวยให้รู้สึกถึงความตายที่จ่ออยู่ใกล้แค่เอื้อม องค์ชายสามแย้มสรวลเหี้ยมเกรียม รอยยิ้มนั้นทั้งงดงามและอัปลักษณ์ในคราเดียวกัน ดวงตาคู่นั้นกวาดมองร่างเพรียวบางของนางด้วยความกระหายใคร่รู้ราวกับแมวหยอกหนู ก่อนที่มือหนาจะสะบัดเป็นสัญญาณให้มือสังหารพุ่งทะยานเข้าใส่
"ช้าก่อน!"
น้ำเสียงทรงพลังที่ดังขึ้นผ่าความเงียบสงบยามวิกาลไม่ได้มาจากปากของหมอสาวผู้กำยาพิษในมือ ทว่ามันดังก้องมาจากความมืดเบื้องหลังกลุ่มมือสังหาร เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาแต่ละก้าวนั้นราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ฝ่ามือใหญ่ที่ตวัดปลายกระบี่เพียงครั้งเดียวก็ส่งร่างของมือสังหารระดับหัวแถวปลิวถอยหลังไปกระแทกเสาเรือนจนกระอักเลือด
หลี่จวินเหยา... ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาและขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปรานี ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางกลุ่มเงาทมิฬ แผ่นหลังกว้างนั้นแผ่ไอสังหารเข้มข้นจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง
องค์ชายสามหุบพัดในมือลงทันที สีพระพักตร์เปลี่ยนเป็นบึ้งตึงขึ้นมาทันตาเห็น "ที่แท้ก็1ท่านแม่ทัพ... ดึกดื่นปานนี้ ท่านยังมีอารมณ์มาเดินเล่นแถวเรือนหมอต่ำต้อยเช่นนี้เชียวหรือ"
"หมอต่ำต้อยคนนี้เป็นคนของใคร พระองค์ย่อมรู้ดีแก่ใจพะยะค่ะ" หลี่จวินเหยาปรายตามององค์ชายสามด้วยแววตาเยียบเย็น ไร้ซึ่งความยำเกรงต่อฐานันดรศักดิ์แม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ก้าวผ่านคมดาบเข้ามาประชิดตัวจื่อเวยอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายบุรุษผสมกลิ่นอายเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูกนางจนหญิงสาวต้องขยับถอยหลังเล็กน้อยด้วยความเคยชิน
จื่อเวยช้อนตาขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังนางไว้ครึ่งตัว ปากคอเราะร้ายตามนิสัยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยกระเซ้าท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย "ลมอะไรหอบท่านแม่ทัพมาถึงเรือนข้าได้ หรือว่าติดใจรสชาติยาพิษที่ข้าเคยต้อนรับเมื่อวันก่อนเข้าแล้วล่ะเพคะ"
หลี่จวินเหยาไม่หันกลับมามอง แต่น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเจือความระอา "เจ้ายังมีอารมณ์มาเล่นลิורก หากเจ้าตายอยู่ที่นี่ ข้าคงต้องหาหมอพิษปากร้ายคนใหม่มาคอยกวนประสาทให้ปวดหัวเล่นสินะ"
"ปากคอเราะร้ายนักนะท่านแม่ทัพ" นางแค่นเสียงฮึในลำคอ ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เคมีประหลาดระหว่างคนทั้งสองลอยฟุ้งท่ามกลางวงล้อมของศัตรู จนองค์ชายสามที่ทอดพระเนตรอยู่ถึงกับพระพักตร์กระตุกด้วยความขัดเคือง
"ฆ่าพวกมันให้หมด!" องค์ชายสามตรัสสั่งเสียงกร้าว ความอดทนที่มีขาดผึ่ง
การต่อสู้ตะลุมบอนระเบิดขึ้นในพริบตา หลี่จวินเหยาเคลื่อนไหวรวดเร็วดุจพายุหมุน กระบี่ในมือวาดเป็นวงโค้งสีเงินยวงสะบัดปัดป้องคมดาบของมือสังหารนับสิบได้อย่างง่ายดาย เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นลงบนพื้นไม้ขัดมัน ทว่าในจังหวะที่ชุลมุนที่สุด มือสังหารผู้หนึ่งกลับใช้เล่ห์กลซัดผงพิษสีดำสนิทเข้าใส่จื่อเวยจากมุมอับ!
"ระวัง!"
หลี่จวินเหยาเห็นเข้าพอดี ร่างสูงพุ่งเข้าคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวแล้วหมุนตัวหลบ ทว่าแขนเสื้อของเขาช้าไปเสี้ยววินาที ผงพิษนั้นจึงโรยลงบนหัวไหล่กว้างของแม่ทัพหนุ่มเต็มๆ ไอพิษสีม่วงเข้มกัดกินเนื้อผ้าและผิวเนื้อจนส่งเสียงฉ่า พร้อมกับกลิ่นไหม้ที่โชยออกมาอย่างน่ากลัว
จื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวรีบคว้าข้อมือเขาไว้ทันที "เจ้าบ้าหรือไง! เอาตัวมาบังข้าทำไม!"
"ถ้าข้าไม่บัง เจ้าคิดว่าพิษงูๆ ปลาๆ แค่นี้จะทำอะไรยอดหมอพิษอย่างเจ้าได้หรือไง" หลี่จวินเหยากัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงถนัดตา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผม พิษชนิดนี้รุนแรงเกินกว่าที่คาด ร่างกายของเขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงจนต้องทิ้งน้ำหนักส่วนใหญ่พิงลงบนร่างของจื่อเวย
"หุบปากแล้วอยู่นิ่งๆ!" จื่อเวยตวาดเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยฉายแววกังวลที่ปิดไม่มิด นางรู้ดีว่าพิษชนิดนี้คืออะไร มันค่ายาพิษหายากที่ออกฤทธิ์กัดกินเส้นเอ็นและหัวใจภายในชั่วก้านธูปเดียว
องค์ชายสามทอดพระเนตรเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความผิดหวัง เมื่อเห็นว่ากองกำลังของตนเริ่มเพลี่ยงพล้ำและทหารองครักษ์ประจำจวนแม่ทัพกำลังแห่กันมาสมทบ พระองค์จึงจำต้องสะบัดพระพักตร์หนี "ถอย!" สิ้นรับสั่ง เงาดำทั้งหมดก็หายลับไปกับความมืดในพริบตา
บรรยากาศรอบเรือนหมอกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงกลิ่นคาวเลือดและร่างของหลี่จวินเหยาที่ทรุดฮวบลงกับพื้นอ้อมอกของจื่อเวย
"จวินเหยา!" นางเรียกชื่อเขาเป็นครั้งแรกด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า ลืมสิ้นซึ่งมาดหมอพิษผู้หยิ่งยโส มือเรียวรีบควานหาเข็มเงินและขวดสกัดพิษในกระเป๋าเสื้ออย่างลนลาน นางลากร่างสูงเข้ามาในห้องตรวจรักษา วางเขาลดลงบนเตียงไม้ไผ่ด้วยความทุลักทุเล
เสื้อผ้าบริเวณหัวไหล่ถูกฉีกออกเผยให้เห็นบาดแผลที่ถูกพิษกัดกินจนเนื้อกลาย เป็นสีดำคล้ำและลุกลามอย่างรวดเร็ว ลมหายใจของแม่ทัพหนุ่มแผ่วเบาลงทุกที ดวงตาดอกท้อที่เคยพราวระยิบด้วยความเจ้าเล่ห์บัดนี้ปรือปรอยแทบปิดสนิท
"เจ้า... ห้ามร้องไห้ให้ข้านะ..." หลี่จวินเหายังคงฝืนยกย่องมุมปาก แม้ริมฝีปากจะเริ่มม่วงคล้ำ มือหนาเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะแก้มนวลของนาง ทว่ามันกลับร่วงหล่นลงข้างลำตัวเสียก่อน
"ใครเขาร้องไห้เพื่อเจ้ากัน! เจ้าตายไป ข้าก็แค่หาคนลองยาคนใหม่เท่านั้นแหละ!" จื่อเวยพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น นางกดเข็มเงินลงบนจุดชีพจรสำคัญรอบบาดแผลเพื่อสกัดกั้นการเดินของพิษ เลือดสีดำไหลทะลักออกมาตามปลายเข็ม นางก้มหน้าลงใช้ปากดูดพิษออกจากบาดแผลนั้นอย่างไร้ความลังเล รสชาติขื่นปร่าและชาดิกแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก แต่นางไม่สนใจแม้แต่น้อย
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งสีหน้าของหลี่จวินเหยาเริ่มมีเลือดฝาดกลับมาบ้าง ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้น แสดงว่าพิษร้ายถูกขับออกไปส่วนหนึ่งแล้ว จื่อเวยหอบหายใจหนักหน่วง นางทรุดตัวลงนั่งแปะกับพื้นข้างเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน ปาดเหงื่อที่หน้าผากลวกๆ
ทันใดนั้นเอง มือใหญ่ที่ควรจะไร้เรี่ยวแรง กลับคว้าหมับเข้าที่ต้นคอระหงของนางอย่างรวดเร็ว ดึงรั้งให้นางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
ดวงตาคมกริบทอประกายเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้งอย่างหน้าตาเฉย ไม่มีเค้าลางของคนใกล้ตายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"เจ้า... แอบฉวยโอกาสจูบข้าตอนรักษาตัวงั้นหรือ หมอเซี่ย..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากนาง แววตานั้นพราวระยิบไปด้วยความขบขันและคลั่งรักจนจื่อเวยแทบอยากจะคว้าเข็มพิษมาจิ้มหน้าผากเขาอีกสักรอบ
ทว่าก่อนที่นางจะได้อ้าปากด่าทอ ประตูห้องรักษาที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงตื่นตระหนกของพ่อบ้านที่ตะโกนเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"ท่านแม่ทัพแย่แล้วพะยะค่ะ! ฮูหยินผู้สูงศักดิ์จากเมืองหลวง... เสด็จมาถึงหน้าจวนแล้วพะยะค่ะ!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงของคู่กัดคู่นี้นะคะ
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 4
ร่องรอยในจวนแม่ทัพ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!