"หากท่านแม่ทัพยังเอาแต่จ้องข้าด้วยสายตาคุกคามเช่นนี้ เกรงว่าเข็มเงินในมือข้าคงอดไม่ได้ที่จะพุ่งไปฝังยังจุดชีพจรที่ทำให้ท่านกลายเป็นใบ้ไปตลอดกาลเสียจริง ๆ นะคะ"
เซี่ยจื่อเวยเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความท้าทาย นางไม่ได้ถอยหนีแม้แต่น้อย แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับผนังตำหนักชั้นในที่เย็นเฉียบจนสัมผัสได้ถึงความหนาวเยือก แต่มันยังไม่น่ากลัวเท่าอุณหภูมิความใกล้ชิดจากบุรุษร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำคออยู่เบื้องหน้าผู้นี้
หลี่จวินเหยาไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังไว้ กักขังร่างบอบบางของหมอพิษสาวให้อยู่ในอาณัติ แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์คู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาไร้ความรู้สึกดังเช่นเคย แต่มันกลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสนิทที่พร้อมจะดูดกลืนสติสัมปชัญญะของคนมองให้จมดิ่ง
"เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว หมอเซี่ย" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยช้า ๆ ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายจาง ๆ ของชาชั้นดีเป่ารดอยู่ข้างแก้มนวล สัมผัสใกล้ชิดนี้ทำให้หัวใจของเซี่ยจื่อเวยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ นางเกลียดนัก... เกลียดอาการตื่นตระหนกที่ควบคุมไม่ได้นี้เสียจริง
"ข้าพูดความจริงต่างหาก เลิกเอาตัวเข้ามาใกล้ข้าได้แล้ว พิษถอนหมดฤทธิ์ไปตั้งแต่อาทิตย์ก่อนแล้ว เหตุใดท่านยังต้องมาวนเวียนตรวจอาการถึงเรือนพักของข้าทุกวันด้วยเล่า หรือว่าท่านว่างงานจนไม่มีราชกิจให้สะสางแล้วเพคะ ท่านแม่ทัพ" นางเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อซ่อนความประหม่า ดวงตาคู่คมจ้องสู้ไม่หลบ
หลี่จวินเหยาแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกวาดมองพวงแก้มแดงระเรื่อที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างรู้ทัน ปกติแล้วแม่ทัพใหญ่อย่างเขาไม่เคยใส่ใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ใด ยิ่งเป็นสตรีด้วยแล้ว ยิ่งเป็นสิ่งที่เขาเว้นระยะห่างมาตลอดชีวิต ทว่ากับเซี่ยจื่อเวย... ยิ่งนางทำท่าทางอวดดี ปากคอเราะร้ายใส่เขามากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งรู้สึกว่าพื้นที่ว่างข้างกายและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปี เริ่มปั่นป่วนจนน่าประหลาดใจ
เขารู้ตัวดี... รู้มาสักพักแล้วว่า ความรู้สึกที่มีต่อสตรีตรงหน้านี้มันก้าวข้ามขอบเขตของคำว่า "ผู้มีพระคุณที่ช่วยรักษาพิษ" ไปไกลโขแล้ว
มันคือความหวงแหน คือความกระวนกระวายยามเห็นนางตกอยู่ในอันตราย และคือความต้องการที่จะผูกขาดรอยยิ้มและวาจาร้ายกาจเหล่านั้นไว้ให้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"อาการของข้าหายดีแล้วจริง ๆ หรือ..." หลี่จวินเหยาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะสัมผัสกับเส้นผมหอมกรุ่นของนาง "แต่ทำไมข้าถึงยังรู้สึกว่า... หัวใจของข้ามันยังมีอาการผิดปกติอยู่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฝีปากกล้า ๆ ของเจ้ากันล่ะ"
คำพูดกำกวมพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่นาน ๆ ครั้งจะปรากฏ ทำให้เซี่ยจื่อเวยถึงกับลมหายใจสะดุด สมองที่เคยฉาดฉานในการปรุงยาและแก้พิษกลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อ ๆ นางเบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงระยะห่างที่ใกล้จนเกินงามนี้ กลิ่นกายบุรุษหนาแน่นไปด้วยความดุดันและอบอุ่นในเวลาเดียวกันทำเอาสติของนางแทบหลุดลอย
"ท่าน... ท่านพูดจาเหลวไหลอันใดกัน เป็นแม่ทัพประสาอะไรมาเที่ยวหยอกล้อหมอหญิงเล่นเช่นนี้ เลิกทำตัวรุ่มร่ามแล้วถอยไปนะเพคะ!" นางยกมือขึ้นหมายจะผลักแผงอกกว้างออกไป แต่หลี่จวินเหยารวดเร็วกว่า เขากลับคว้าข้อมือนิ่มทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวแล้วรวบขึ้นแนบไว้เหนือศีรษะของนางอย่างง่ายดาย
การกระทำที่รวดเร็วและแนบชิดยิ่งกว่าเดิมทำให้เซี่ยจื่อเวยแทบกรีดร้องออกมา นางดิ้นรนเล็กน้อยแต่ก็พบว่าเรี่ยวแรงของแม่ทัพหนุ่มนั้นมีมากกว่านางหลายเท่านัก ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบทำให้ลมหายใจของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่ง
"ข้าไม่ได้หยอกเล่น" หลี่จวินเหยาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตานาง ราวกับต้องการค้นหาว่าภายใต้ท่าทีพยศนี้ นางมีความรู้สึกหวั่นไหวเหมือนกับเขาบ้างหรือไม่ "ข้าพูดจริง... เซี่ยจื่อเวย เจ้าทำให้ข้าสงบใจไม่ได้มาหลายวันแล้ว รับผิดชอบความรู้สึกของข้าเสียด้วย"
"ท่านมัน... คนพาล!" เซี่ยจื่อเวยหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู นางกัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ หัวใจในอกเต้นรำถี่กระชั้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ความใกล้ชิดที่ไร้ซึ่งช่องว่างนี้กำลังทำให้เกราะป้องกันทั้งหมดของหมอพิษผู้เก่งกาจพังทลายลงทีละน้อย
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยเคมีอันร้อนระอุจนแทบแผดเผา
*ปัง!*
ประตูดังสนั่นหวั่นไหวถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท ร่างขององครักษ์ประจำตัวพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือดและเนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! สายข่าวรายงานว่าองค์ชายสามนำกองกำลังทหารลับบุกเข้ามาปิดล้อมเขตการค้าฝั่งตะวันตกเพื่อตามหาสูตรยาพิษขั้นเด็ดขาดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
หลี่จวินเหยาชะงัก ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที เขายังคงตรึงร่างของเซี่ยจื่อเวยไว้ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออกอย่างจำใจ ทว่าสายตาที่ทอดมองนางกลับแฝงไว้ด้วยความหมายล้ำลึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้
เซี่ยจื่อเวยหอบหายใจเบา ๆ ใบหน้ายังคงร้อนผ่าว แต่วินาทีต่อมา แววตาของนางก็เปลี่ยนกลับมาเป็นหมอพิษผู้เด็ดขาดและเย็นชาเช่นเดิม
หลี่จวินเหยาสะบัดชายเสื้อคลุมเตรียมจะก้าวออกไปสะสางปัญหาใหญ่เบื้องหน้า ทว่าเขากลับชะงักเท้าแล้วหันกลับมามองสตรีที่ยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อยู่ด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำเอาเซี่ยจื่อเวยต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"อยู่ที่นี่... รอให้ข้ากลับมาจัดการเรื่องนี้ให้จบ แล้วเราค่อยมาสะสาง 'บัญชีหัวใจ' ของเราต่อให้เสร็จสิ้น"
พูดจบ แม่ทัพหนุ่มก็สะบัดตัวเดินหายออกไปจากห้อง ทิ้งให้เซี่ยจื่อเวยยืนนิ่งค้างอยู่กับความสั่นไหวในอกที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยไม่รู้เลยว่า ภัยมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาในครานี้... อาจพรากทุกสิ่งที่นางรักไปตลอดกาล!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความฟินและร่วมลุ้นไปกับความแสบสันของคู่นี้เสมอนะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที•ตอนที่ 17
อาการใจเต้นที่ห้ามไม่อยู่
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เย็นชาโปรดหยุดถอนพิษข้าเสียที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!