เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ•ตอนที่ 2

สงครามบนโต๊ะอาหาร

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“ถ้าคิดว่าการส่งข้อความขู่ขวัญตอนตีสามจะทำให้ฉันเก็บกระเป๋าหนีล่ะก็... คุณคงประเมินเชฟร้านนี้ต่ำไปหน่อยค่ะ, คุณอคิน” รินรดากระแทกจานกระเบื้องเคลือบสีครามลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาว เสียงกระทบดัง *กริ๊ก* หนักหน่วงราวกับเป็นการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงวินเทจจ้องเขม็งไปยังร่างสูงใหญ่ที่เพิ่งหย่อนตัวลงนั่งตรงข้ามอย่างถือดี อคินในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มไร้รอยยับดูขัดแย้งกับบรรยากาศร้านอาหารกึ่งวินเทจที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเครื่องเทศและคราบน้ำมันเก่าแก่ แต่ทว่าความหล่อเหลาแบบคมคายและแววตาดุดันคู่นั้นกลับดึงดูดสายตาจนลูกค้าโต๊ะอื่นเริ่มเหลือบมอง ร้าน ‘บ้านรินรัก’ ในยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หนุ่มคาดการณ์ไว้ ป้ายไฟนีออนสีส้มหน้าร้านยังคงส่องแสงกะพริบ และกลิ่นหอมกรุ่นของพริกแห้งคั่วกับใบกระเพราก็ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ ทว่าความอบอุ่นเหล่านั้นกลับถูกแช่แข็งลงทันทีที่ชายหนุ่มผู้สร้างความปั่นป่วนให้กับชีวิตเธอในรอบสัปดาห์ก้าวเข้ามาเหยียบในอาณาจักรของเธอ อคินไม่สะทกสะท้านต่อสายตาดุดันและคำพูดเชือดเฉือนนั้นเลยแม้แต่น้อย เขายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ที่สุดเท่าที่รินรด เคยพบเจอในชีวิต นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ “ผมไม่ได้มาขู่... ผมพูดจริง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะดึงเมนูอาหารกระดาษเคลือบพลาสติกขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ “และที่สำคัญ ผมมาในฐานะ ‘ลูกค้า’ ตามคำแนะนำของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ร้านเปิดอยู่... คุณไม่มีสิทธิ์ไล่ผมออก เว้นแต่คุณจะกล้าประกาศตัวว่ากลัวผมจนต้องปิดร้านหนี” “ปากดีนักนะ...” หญิงสาวพึมพำลอดไรฟัน มือเรียวที่กำปากกาจดออร์เดอร์แน่นจนข้อต่อขาวซีด เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายหน้าไหนทำให้เธอสติหลุดได้บ่อยเท่าตาบ้านี่เลยสักคน “เชิญค่ะ! อยากกินอะไรสั่งมา ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเผ็ดร้อนอยู่แล้ว หวังว่ากระเพาะคุณจะทนทานพอๆ กับความอวดดีของคุณก็แล้วกัน” อคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษบนริมฝีปากอิ่มของเชฟสาว เจ้าตัวก้มหน้าลงจดรายการอาหารอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เขาได้คิดทบทวนนานนัก ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหายเข้าไปในครัวหลังม่านสีทึบ ทิ้งให้เขานั่งอยู่ลำพังท่ามกลางสายตาของเด็กเสิร์ฟฝึกหัดที่มองมาด้วยความหวาดหวั่น ผ่านไปเพียงสิบนาที อาหารจานร้อนก็ถูกยกมาเสิร์ฟตรงหน้า กลิ่นฉุนของพริกขี้หนูสวนโชยเข้าจมูกจนอคินเผลอไอออกมาเบาๆ เมนูกะเพราเนื้อตุ๋นไข่ดาวกรอบดูน่ารับประทาน สีสันตัดกันจัดจ้าน ทว่าหากสังเกตให้ดีจะเห็นเกล็ดพริกแห้งคั่วป่นละเอียดโรยทับถมหนาเตอะจนมองแทบไม่เห็นเนื้อด้านล่าง รินรดายืนกอดอกพิงขอบประตูครัว แอบมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มผ่านช่องกระจกใส เธออยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่กินแต่อาหารหรูหราในโรงแรมห้าดาว จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเมื่อเจอของแท้จากฝีมือคนดื้อรั้นอย่างเธอ อคินขมวดคิ้วมุ่นเมื่อตักคำแรกเข้าปาก ความเผ็ดร้อนระดับสิบพุ่งกระแทกต่อมรับรสจนสมองแทบระเบิด ความเผ็ดร้อนที่แผดเผาตั้งแต่ปลายลิ้นลามไปถึงโคนคอทำให้เหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผมทันที รสชาตินั้นจัดจ้านและดุดันสะท้อนตัวตนของคนทำไม่มีผิดเพี้ยน เขารู้ทันทีว่านี่คือการเอาคืนอย่างจงใจ แต่ด้วยความถือดีและศักดิ์ศรีที่ค้ำคอ ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเคี้ยวและกลืนมันลงไปอย่างไม่แสดงความอ่อนแอออกมาแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบตวัดมองตรงมาที่ช่องกระจกครัวราวกับจะบอกว่า *“แค่นี้ยังเด็กๆ”* รินรดาเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเขาจะทนกินมันได้จนหมดจานโดยไม่โวยวายสักแอะ รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าสวย เธอหยิบขวดโหลแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีแดงเข้มข้นที่สุดในร้านเดินตรงดิ่งออกไปหาเขา “เห็นคุณชอบรสชาติจัดจ้านสะใจแบบนี้... ทางร้านเรามีบริการพิเศษค่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม ราวกับพนักงานบริการดีเด่น ประŽคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ของเขาเล็กน้อยเพื่อเอื้อมมือไปเปิดขวด “ซอสพริกสูตรพิเศษหมักด้วยพริกปีศาจจากป่าช้า... เอ๊ย จากสวนหลังบ้านค่ะ รับรองว่าคืนนี้คุณจะนอนหลับสนิท... แบบไม่ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาเซ็นสัญญาอีกเลย” อคินเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อเพราะความเผ็ด แต่แววตากลับพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาไม่ได้ขยับหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวของเธอเอื้อมมาใกล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยจากรสเผ็ดนั้น ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะกระชั้นชิดจนรินรดารู้สึกใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด “เป็นห่วงผมเหรอครับ... เชฟริน” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนในความเงียบของร้านที่เริ่มปิดไฟเก็บก้าวสุดท้าย “ใครห่วงคุณ! ฝันไปเถอะค่ะ!” รินรดาชักมือกลับแทบไม่ทัน หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเขินอายปนเปกันแน่ เธอก็ไม่กล้าตอบตัวเอง) เธอรีบเทซอสราดลงบนจานเขาอีกพูนๆ จนล้นทะลัก “กินเข้าไปให้หมดแล้วไสหัวออกจากร้านฉันซะที!” อคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายอมตักคำสุดท้ายเข้าปากท่ามกลางสายตาดุดันที่จ้องจะกินเลือดกินเนื้อของเธอ มือหนาวางช้อนลงกระทบจานเสียงดังสนั่น ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนหญิงสาวต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ “อาหารมื้อนี้รสชาติดีมาก...” อคินกระซิบชิดริมหใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความหมายแฝงที่ทำให้ขนลุกซู่ “แต่ยังหวานสู้เจ้าของร้านไม่ได้... ไว้พรุ่งนี้ผมจะมาลองเมนูใหม่อีกนะ” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่ากราดเพื่อไล่หลัง เสียงกระดิ่งลมหน้าร้านก็ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นเสียก่อน พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “อคิน! นายอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย... แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานฝั่งโน้นแล้ว!” ธันวาหอบหายใจโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดัง ขัดจังหวะบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกเมื่อครู่นี้ให้แตกกระเจิงลงในพริบตาเดียว แววตาสีเข้มของธันวาไม่ได้มองเพื่อนสนิท แต่กลับมองตรงมาที่รินรดาด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่นราวกับเพิ่งไปเห็นผีมา “เกิดอะไรขึ้น?” อคินขมวดคิ้วผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บรรยากาศผ่อนคลายเมื่อครู่หายวับไปกับตา ธันวาหันไปมองหน้าอคินสลับกับรินรดาก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ “คนของเราที่ไปเคลียร์พื้นที่... ดันไปขุดเจอ ‘โครงกระดูกปริศนา’ ฝังอยู่ใต้ถุนตึกเก่าข้างๆ ร้านนี้... และดูท่าทาง... มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ๆ!” ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความแซ่บในทุกคำบรรยายไปกับ "ตุ๊กตาโบราณ" นะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%