เสียงกระแทกประตูไม้สักทองของร้าน ‘บ้านรินรส’ ไม่ได้ดังขึ้นเพราะลมพัด แต่มันเปิดออกด้วยแรงผลักอันทรงพลังของผู้ชายที่คิดว่าโลกใบนี้หมุนรอบตัวเอง
“ปิดร้านครับ”
รินรดาไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากเขียงไม้ในมือ มีดสเตนเลสคมกริบบรรจงหั่นเนื้อปลาแซลมอนสีส้มสดเป็นชิ้นบางเฉียบเท่ากันทุกมิลลิเมตร ราวกับเสียงประกาศกร้าวเมื่อครู่เป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านชายคา เธอกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้อค่ำ ความตั้งใจและสมาธิของเธอคือเกราะป้องกันชั้นดีที่ไม่อนุญาตให้ความไร้มารยาทของใครหน้าไหนเข้ามาสั่นคลอนได้
“ผมบอกว่าร้านนี้ต้องปิดถาวรภายในสิ้นเดือนนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเย่อหยิ่งดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มที่ก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์บาร์ไม้สน
อคิน... นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้กวาดซื้อตึกเก่าและที่ดินย่านนี้จนเกือบหมดสิ้น เขายืนค้ำหัวเธออยู่ตรงนั้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเผด็จการอย่างชัดเจน นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนพื้นผิวเคาน์เตอร์เป็นจังหวะกระชั้นชิด บ่งบอกถึงความใจร้อนและอำนาจที่เขามีอยู่ในมือ
รินรดาวางมีดลงช้าๆ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่เธออยากเอาตะหลิวฟาดหน้าสักทีสองทีเหลือเกิน
“หูหนวกหรือว่าสมองมีปัญหาคะคุณอคิน” รอยยิ้มหวานหยดถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าสวยคม แต่นัยน์ตากลับแข็งกร้าวราعيน้ำแข็ง “ป้ายหน้าร้านก็ตัวเบ้อเริ่ม แถมฉันก็แปะประกาศไว้ชัดเจนว่า ‘เปิดให้บริการปกติ’ ภาษาไทยอ่านไม่ออก หรือต้องให้ฉันแปลเป็นภาษากورีใต้ให้คุณฟังถึงจะเข้าใจคะ”
อคินขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันทีเมื่อโดนย้อนเข้าให้ เขาลดมือลงประสานกันที่อก กวาดสายตามองไปรอบร้านอาหารขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีอุ่น เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าแก่และกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศอบอวล
“ร้านกะจิดริดสภาพใกล้พังนี่น่ะเหรอที่คุณยังดันทุรังเปิดอยู่ ที่ดินตรงนี้ถูกกว้านซื้อหมดแล้ว ตึกแถวฝั่งซ้ายและขวาเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย เหลือแค่แปลงของคุณแปลงเดียวที่เป็นเสี้ยนหนามตำใจผมอยู่เนี่ย” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ สายตาเหยียดหยามมองสำรวจไปทั่วร้าน “ผมให้ราคามากกว่าราคาประเมินตลาดสามเท่า ถือว่าใจดีมากแล้วนะเชฟรินรดา อย่าเรื่องมากให้มันยากเลย เสียเวลาผมเปล่าๆ”
คำว่า ‘เรื่องมาก’ ทำเอาเส้นเลือดข้างขมับของรินรดากระตุกยิกๆ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อกับแม่ร่วมกันสร้างร้านนี้ขึ้นมาจากหยาดเหงื่อและรอยยิ้มกำลังถูกผู้ชายปากเสียคนนี้เหยียบย่ำด้วยคำว่า ‘เงิน’
“เงินสามเท่าของคุณเก็บไว้เอาไปซื้อสมองส่วนที่ใช้คิดเรื่องมารยาทเถอะค่ะ!” รินรดาตบโต๊ะเสียงดังปัง! จนขวดโหลใส่เครื่องปรุงสั่นสะเทือน เธอก้าวออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ ยืนประจันหน้ากับเขาอย่างไม่เกรงกลัวแม้ส่วนสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับอกของเขาพอดี “ฟังให้ดีนะคะคุณอคิน ต่อให้คุณเอาเงินมากองตรงหน้าฉันสูงเท่าตึกใบหยก ร้านนี้... ที่ดินผืนนี้ ฉันก็ไม่มีวันขาย!”
อคินชะงักไปนิด ทว่าริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มเหยียดเยาะ เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศโชว์หรี่เข้าจมูกจนน่าหงุดหงิด
“ปากเก่งเสียจริงนะ หวังว่าถึงเวลาที่หมายศาลส่งไปถึงหน้าบ้าน คุณจะยังปากดีแบบนี้อยู่” อคินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ “คนอย่างรินรดาไม่น่ามาจมปลักกับตึกเก่าๆ แบบนี้เลยนะ หรือว่า... กลัวว่าจะไม่มีที่ซุกหัวนอนหลังร้านเจ๊งกันแน่”
“คนอย่างฉันต่อให้ต้องไปกางเต็นท์นอนใต้สะพานลอย ก็ยังมีศักดิ์ศรีมากกว่าพวกเอาเปรียบชาวบ้านอย่างคุณก็แล้วกัน!” รินรดาโต้กลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ “ไสหัวออกไปจากร้านฉันได้แล้วค่ะ ก่อนที่ฉันจะเอาซุปกิมชีร้อนๆ ราดหัวสูทราคาแพงของคุณ!”
อคินหรี่ตาลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา ไม่เคยมีใครกล้าไล่เขาออกจากพื้นที่แบบนี้มาก่อน ผู้หญิงคนนี้ช่างดื้อด้าน หัวแข็ง และกวนประสาทที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาในชีวิต แต่แปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธจนอยากสั่งรื้อถอนร้านนี้มันซะคืนนี้ หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะให้กับดวงตาที่กำลังลุกเป็นไฟคู่นั้นเสียได้
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงคืบทำให้ต่างฝ่ายต่างได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน รินรดายังคงจ้องหน้าเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ขณะที่อคินโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รอมร่อหากไม่มีเสียงเคาะกระจกประตูด้านนอกดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อกๆๆ*
ทั้งคู่สะดุ้งเล็กน้อย อคินผละถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวด้วยความหงุดหงิด ขณะที่รินรดาตวัดสายตาไปมองผู้มาเยือนใหม่ผ่านกระจกใส
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ กำลังโบกมือทักทายอยู่หน้าร้าน พร้อมกับรอยยิ้มกวนๆ ที่ส่งผ่านมาให้ และก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากไล่แขกคนแรก อคินก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าเพื่อนสนิทของตัวเองที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาเฉย
“เฮ้ย อคิน นายมาอยู่นี่เอง ฉันโทรหาตั้งนานทำไมไม่รับสายวะ” ธันวาเอ่ยทักเสียงดังก่อนจะชะงักกึกเมื่อเห็นบรรยากาศมาคุระหว่างเพื่อนสนิทกับเชฟสาวเจ้าของร้าน ดวงตาคมกวาดมองทั้งคู่สลับไปมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “อุ๊ย... ฉันมาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าเนี่ย หน้าแดงกันทั้งคู่เลยแฮะ”
“ธันวา! แกเงียบปากไปเลยนะ!” อคินหันไปตวาดเพื่อนเสียงเขียวเพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่าที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
รินรดาหรี่ตามองผู้มาใหม่สลับกับอคิน ก่อนที่สมองจะประมวลผลได้อย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนี้คือสถาปนิกคู่หูของตัวปัญหา
“อ๋อ... เพื่อนร่วมแก๊งโจรที่จะมาฮุบที่ดินฉันนี่เอง” รินรดาแค่นหัวเราะเสียงใส กอดอกมองผู้ชายทั้งสองคนด้วยสายตาเหยียดหยามขั้นสุด “มากันครบทีมแบบนี้พอดีเลยค่ะ เชิญไสหัวออกไปประชุมกันข้างนอกเถอะค่ะ ร้านฉันไม่ต้อนรับพวกหน้าเลือด!”
อคินสูดหายใจเข้าลึกระงับอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอก เขาปรายตามองหญิงสาวที่ยังคงเชิดหน้าชูตาไม่ยอมแพ้ ก่อนจะหยิบเอกสารม้วนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท แล้วโยนมันลงบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าเธอเสียงดัง *ตุบ*
“ฉันไม่ได้มาขอร้อง แต่ฉันมาแจ้งเตือน” อคินจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจ “พรุ่งนี้เช้า... เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจะมาลงพื้นที่วัดแนวเขต ถ้าเธอไม่อยากให้ร้านนี้พังคามือฉัน เธอควรเตรียมตัวเก็บของซะ”
พูดจบ อคินก็หมุนตัวเดินออกไปจากร้านทันทีโดยไม่รอฟังคำด่าทอใดๆ อีก ปล่อยให้รินรดายืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคือง ธันวาหัวเราะแห้งๆ ให้กับสถานการณ์กึ่งวิกฤตนี้ ก่อนจะรีบวิ่งตามเพื่อนสนิทออกไปอย่างรวดเร็ว
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด เธอก้มลงมองม้วนกระดาษเอกสารบนเคาน์เตอร์ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ไม่มีทางที่เธอจะยอมแพ้ให้ผู้ชายเผด็จการคนนั้นเด็ดขาด
ทว่า... ในจังหวะที่เธอกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบเอกสารฉบับนั้นเพื่อโยนทิ้งถังขยะ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมาจากด้านหลัง ก็ทำให้เธอต้องชะงักกึก
อคินไม่ได้เดินออกไป... เขาย้อนกลับมาพร้อมกับประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนชั่วขณะ
“อ้อ... ลืมบอกไปอีกเรื่อง...” อคินก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับต้นคอขาวผ่องจนรินรดาขนลุกซู่ “ถ้าเธอยังดื้อดึงไม่ยอมย้ายออก... คืนนี้ฉันจะมานอนเฝ้าเธอที่นี่จนกว่าเธอจะเซ็นสัญญาขาย!”
ขอบคุณที่ติดตามอ่านตอนแรกของ "เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ" แล้วมาลุ้นตอนต่อไปด้วยกันนะคะ
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ•ตอนที่ 1
ที่ดินผืนสุดท้ายกับคำปฏิเสธ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!