“โครงกระดูกอะไรนะ!”
เสียงอุทานของรินรดาแทบจะกลืนหายไปกับสายลมยามค่ำคืนที่พัดโชยกลิ่นอายความชื้นของดินเก่า ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัว จนกระทั่งเสียงถอนหายใจยาวๆ ของธันวาทำลายบรรยากาศตึงเครียดลง
อคินขยับตัวเข้ายืนบังหน้ารินรดาโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจเขาจะเต็มไปด้วยความสงสัยระคนตกใจไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบกวาดมองไปยังธันวาที่ยืนถือแท็บเล็ตหน้าตาตื่น ธันวาไม่ใช่คนที่จะมาล้อเล่นกับเรื่องสยองขวัญแบบนี้—และนั่นคือสิ่งที่ทำให้อคินรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มหลุดมือ
“พูดให้มันชัดเจนหน่อยธันวา” อคินกดเสียงต่ำ สายตาคมกริบจดจ้องเพื่อนสนิทราวกับจะคาดคั้นเอาคำตอบ “โครงกระดูกที่เธอว่า มันหมายความว่ายังไง แล้วมันมาโผล่อยู่ใต้ถุนตึกเก่าข้างร้านยายรินได้ยังไงในเมื่อแผนผังการก่อสร้างที่เราตรวจดูก่อนหน้านี้ มันบอกว่าตรงนั้นเป็นแค่โกดังเก็บของเก่าธรรมดา”
“ก็เพราะมันไม่ธรรมดาน่ะสิ!” ธันวาขยับแว่นตาบนสันจมูกด้วยความร้อนรน หน้าจอในมือสว่างวาบเผยให้เห็นภาพถ่ายหน้างานที่คนงานก่อสร้างขุดพบวัตถุคล้ายโครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ใต้พื้นคอนกรีตเก่า “ฉันเพิ่งได้รับรายงานจากหัวหน้าคนงานเมื่อห้านาทีที่แล้ว พวกเขากำลังจะรื้อถอนโครงสร้างส่วนต่อขยาย แต่พลั่วดันไปขุดเจอถุงพลาสติกสีดำฝังอยู่ใต้ชั้นปูนหนาเตอะ พอแกะออกดู... ชัดเจนเลยว่าเป็นโครงกระดูกมนุษย์! ตอนนี้ฉันสั่งให้คนงานหยุดปฏิบัติงานแล้วแจ้งตำรวจท้อง.ินมาตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว”
รินรดาหน้าซีดเผือด แม้เธอจะเป็นคนปากเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่พอได้ยินเรื่องคดีความและโครงกระดูกปริศนาที่ขุดพบติดกับกำแพงร้านของตัวเอง เลือดในกายก็เย็นเฉียบขึ้นมาทันที ดวงตากลมโตหันขวับไปมองหน้าอคินด้วยความหวาดระแวงระคนไม่พอใจ
“นี่มันแผนสกปรกอะไรของพวกคุณหรือเปล่าอคิน!” รินรดาพุ่งเข้าประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัว เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม นิ้วเรียวชี้หน้าคนตัวโตกว่าอย่างคาดคั้น “ร้านของฉันเปิดมาเป็นสิบปี ไม่เคยมีประวัติเสียหาย อยู่ดีๆ จะมามีโครงกระดูกโผล่ใต้ถุนตึกข้างๆ ได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะบริษัทอสังหาฯ ของคุณอยากฮุบที่ดินจนตัวสั่น ถึงขนาดสร้างสถานการณ์เพื่อบีบให้ฉันเซ้งร้านถูกๆ ล่ะก็!”
อคินหันขวับมามองหญิงสาวทันที ความโกรธาระลอกใหม่พุ่งขึ้นมาตีตื้นที่อกเมื่อถูกปรักปรำด้วยเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ ร่างสูงก้าวประชิดตัวรินรดากลับด้วยความเร็วไม่แพ้กัน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นและลมหายใจที่กระชั้นชิด
“รินรดา! ใช้สมองคิดหน่อยสิครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ ใช้สมองคิดหน่อยสิ!” อคินเกือบหลุดปากคำลงท้ายที่ไม่ใช่ตัวตน แต่เพราะความฉุนเฉียวทำให้เขาต้องรีบแก้เกม “บริษัทผมเป็นบริษัทมหาชน มีชื่อเสียงระดับประเทศ ใครเขาจะบ้าเอาคดีฆาตกรรมหรือศพปริศนามาแลกกับที่ดินแปลงกระจิ๋วหลิวนี้เล่า! คิดว่าผมปัญญาอ่อนขนาดนั้นเลยเหรอ!”
“ก็ไม่แน่ห่ะ—!”
รินรดาอ้าปากจะเถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามสไตล์ แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มมุมปากของอคินที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้เกินความจำเป็น ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของทั้งคู่เหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นหอมสะอาดเจือจางจากตัวชายหนุ่มปะทะเข้ากับนาสิกจนทำให้หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
หญิงสาวผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกรุกรานพื้นที่ส่วนตัวอย่างกะทันหัน แต่กระนั้นก็ยังไม่วายเชิดหน้าขึ้นเถียงกลบเกลื่อนความหวั่นไหว “ถ...ถอยไปไกลๆ เลยนะ! อย่ามาใช้ลูกไม้ตื้นๆ กลบเกลื่อนความผิด เรื่องนี้ฉันไม่ยอมเด็ดขาด ร้านฉันต้องเสียหายเพราะข่าวฉาวพวกนี้แน่ๆ!”
“เสียหายเหรอ?” อคินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำอย่างนึกสนุก “ถ้าพูดถึงเรื่องความเสียหาย คนที่ซวยที่สุดตอนนี้ไม่ใช่คุณหรอกรินรดา แต่เป็นโปรเจกต์ร้อยล้านของผมต่างหากที่มีคดีฆาตกรรมโผล่มาแจมตั้งแต่ยังไม่เริ่มตอกเสาเข็ม!”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังจะปะทุเป็นสงครามขนาดย่อมอีกรอบ หากธันวาจะไม่กระแอมไอเบาๆ เพื่อดึงสติตั้งสติของเพื่อนรักและเชฟสาวปากกล้าเสียก่อน
“เอ่อ... คือว่านะคุณรินรดาครับ... อ้าว ขอโทษที ติดปาก” ธันวาเกือบพลาดท่ากับสรรพนาม แต่รีบแก้ตัวแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ในฐานะที่ผมเป็นสถาปนิกและดูแลโปรเจกต์นี้ ผมขอแย้งประเด็นที่คุณกำลังกังวลครับ ตามข้อกฎหมายพระราชบัญญัติควบคุมอาคารและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พื้นที่ที่ขุดพบโครงกระดูกนั้น อยู่นอกเขตโฉนดที่ดินร้านของคุณอย่างชัดเจนครับ เพราะแนวเขตกำแพงกั้นระหว่างร้านอาหารกับตึกเก่ามีแนวร่นตามกฎหมายอย่างถูกต้องตามระเบียบเทศบาล”
รินรดาหันขวับไปมองธันวา แววตาฉายแววเคลือบแคลงใจ “คุณมั่นใจแค่ไหนคะว่ามันอยู่นอกเขตที่ดินฉันจริงๆ? ฉันไม่ได้จบกฎหมายนะ จะได้มาเชื่อลมปากพวกคุณง่ายๆ”
“ไม่ต้องใช้ลมปากครับ ใช้ ‘ข้อกฎหมาย’ ดีกว่า”
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังแทรกขึ้นมาจากความมืดด้านหลังร้าน ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสีเข้มของทนายความหนุ่มใหญ่ ‘กวิน’ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายประจำบริษัทของอคินก้าวเดินออกมาจากมุมตึก พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มในมือ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตามองรินรดาก่อนจะส่งยิ้มสุภาพตามวิชาชีพ
รินรดากะพริบตาปริบๆ เมื่อเห็นบุคคลที่สามโผล่เข้ามาอย่างไม่คาดฝัน “คุณคือ...”
“ผมกวินครับ เป็นทนายความของบริษัทคุณอคิน” กวินแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ก่อนจะเปิดแฟ้มเอกสารในมือแล้วกางแปลนที่ดินขนาดใหญ่ให้รินรดาดูใต้แสงไฟจากป้ายหน้าร้าน “จากเหตุการณ์ที่คุณอคินและคุณธันวาเพิ่งแจ้งผมเมื่อครู่ ผมได้ตรวจสอบโฉนดที่ดินย้อนหลังสามสิบปีของแปลงนี้ทันทีครับ... และข่าวดีสำหรับคุณรินรดาคือ โครงกระดูกที่ถูกพบนั้น ฝังอยู่ใต้พื้นตึกเก่าที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของตระกูล ‘เดชาภัทร’ (ซึ่งเป็นคู่กรณีทางมรดกกับเจ้าของเดิมก่อนที่บริษัทเราจะกู้ซื้อมา) และที่สำคัญที่สุด...”
กวินเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองอคินแวบหนึ่งก่อนจะหันมาสบตารินรดาตรงๆ
“ตามมาตรการคุ้มครองสิทธิ์ผู้ประกอบการรายย่อยในรัศมีพื้นที่ใกล้เคียง หากเกิดคดีความหรือการตรวจสอบทางนิตินัยในพื้นที่แปลงข้างเคียงที่มีข้อพิพาท ร้านอาหารของคุณรินรดาจะได้รับ ‘สิทธิ์คุ้มครองการดำเนินกิจการชั่วคราว’ โดยทางบริษัทอคิน... ในฐานะผู้ถือครองกรรมสิทธิ์หลัก... ไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้อำนาจตามกฎหมายไล่ที่หรือกดดันให้คุณย้ายออกจนกว่าคดีความจะสิ้นสุด ซึ่งกระบวนการนี้... ตามสถิติทางกฎหมายแล้ว... อาจกินเวลาไม่ต่ำกว่าสามถึงห้าปีครับ!”
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมบริเวณหน้าร้านอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัดเหมือนก่อนหน้า รินรดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อประมวลผลข้อกฎหมายที่ทนายความหนุ่มร่ายยาวออกมา
สามถึงห้าปี!
นั่นหมายความว่า... แผนการกดดันด้วยกฎหมายของอคินที่เพิ่งขู่เธอไปเมื่อตอนกลางวัน... พังไม่เป็นท่า! กลยุทธ์ที่เขาเตรียมมาอย่างดีเยี่ยมเพื่อบีบให้เธอเซ้งร้านและยอมจำนนต่ออำนาจเงิน... กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่ทำให้เธอสามารถเปิดร้านขายอาหารต่อไปได้อีกยาวนานโดยไม่ต้องหวาดกลัวการถูกไล่ที่!
รินรดารู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ความโล่งใจแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกสะใจเล็กๆ ก็ผุดขึ้นมาในใจจนริมฝีปากบางเผลอยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เธอดึงสติกลับมาแล้วหันไปสบตากับอคินที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะราวกับรูปปั้นหินแกรนิต
ชายหนุ่มกำลังขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบมองทนายความส่วนตัวสลับกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งตกใจ ขัดใจ และ... เหลือเชื่อ
“คุณกวิน...” อคินเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาทีละคำ “คุณแน่ใจเหรอครับว่านั่นคือ ‘ข่าวดี’ สำหรับผม ไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุดในรอบปี?”
“ครับท่านประธาน” กวินตอบด้วยรอยยิ้มราบเรียบตามประสาคนรู้ทันโลก “ในแง่ของกฎหมาย เราไม่สามารถแตะต้องร้านของคุณรินรดาได้เลยในตอนนี้ครับ หากเราฝืนใช้มาตรการกดดัน เธอฟ้องกลับข้อหาละเมิดสิทธิ์และเรียกค่าเสียหายทางธุรกิจได้มหาศาลแน่นอนครับ”
รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเชิงเยาะเย้ย เธอเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กอดอกมองอคินด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับที่เต็มไปด้วยความเยาะหยันอย่างปิดไม่มิด
“อุ๊ยตาย... แย่จังเลยนะคะคุณนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ยิ่งใหญ่” น้ำเสียงหวานใสเอื้อIนเอ่ยด้วยถ้อยคำยียวนกวนประสาทที่สุดเท่าที่เธอจะหาได้ “อุตส่าห์วางแผนมาดิบดี ขู่จะฟ้องโน่นฟ้องนี่ จะให้ฉันขนของออกภายในสามวันเจ็ดวัน... แต่สุดท้ายกลายเป็นว่า กฎหมายที่คุณอุตส่าห์เอามาขู่ฉัน กลับกลายเป็นเกราะคุ้มกันให้ฉันเปิดร้านขายข้าวแกงต่อไปได้อีกตั้งหลายปีซะงั้น!”
อคินหันขวับมามองรินรดา รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาราวกับคลื่นความร้อน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเผลอถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับประตูไม้หน้าร้าน
“สนุกมากไหมครับรินรดา?” อคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอยู่ข้างหูเต็มไปด้วยความดุดันและเสน่ห์อันตรายที่ทำเอาคนฟังใจสั่นสะท้าน “คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าผมแล้วเหรอ? คิดว่ารอดตัวไปได้ง่ายๆ แล้วจะลอยนวลไปได้ตลอดรอดฝั่งงั้นสิ?”
“ก็... ก็เห็นๆ อยู่ว่าตอนนี้ฉันถือไพ่เหนือกว่าจริงๆ นี่ย่ะ!” รินรดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้ว่าลมหายใจอุ่นๆ ของชายหนุ่มที่เป่ารดต้นคอจะทำให้เธอเริ่มควบคุมสติแทบไม่อยู่แล้วก็ตาม “ถอยไปเลยนะอคิน! อย่ามาใกล้เกินไปนะ!”
“ผมไม่ถอยหรอกครับ...” อคินกระตุกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูร้ายกาจแต่กลับชวนให้ใจเต้นแรงอย่างประหลาด มือหนายกขึ้นทาบกับบานประตูไม้ข้างศีรษะของหญิงสาว กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ “ในเมื่อกฎหมายมันทำให้ผมไล่คุณออกไปไม่ได้... งั้นผมคงต้องเปลี่ยนวิธีจัดการกับคุณใหม่แล้วล่ะ”
“เปลี่ยนวิธี? คุณจะทำอะไร... อื้อ!”
รินรดายังไม่ทันได้เอ่ยประโยคต่อต้านให้จบสิ้นความตั้งใจ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อจู่ๆ อคินก็โน้มใบหน้าลงมาประชิดริมฝีปากของเธออย่างรวดเร็วและอุกอาจ!
สัมผัสนุ่มนวลแต่หนักแน่นที่ทาบทับลงมาทำให้โลกทั้งใบของรินรดาหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไดอะล็อกและข้อโต้เถียงทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอ สมองของเธอขาวโพลนราวกับถูกไฟช็อต กลิ่นหอมสะอาดและรสชาติอันคุ้นเคยที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้รับจากคนปากร้ายอย่างเขา ทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะได้ตั้งสติผลักไสหรือตอบสนองสัมผัสนั้น
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกกลอนประตูด้านในร้านดังขึ้นแผ่วเบา พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาสลัวของบุคคลที่สามที่เปิดประตูกระจกออกมาจากด้านหลังร้านพอดี!
“คุณรินรดาคะ! มีสายด่วนจากสารวัตรท้อง... อุ๊ยตายแล้ว! ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหมคะเนี่ย!”
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินและลุ้นไปกับความดื้อของเชฟสาวกับคุณชายสายซึนนะคะ* — **ตุ๊กตาโบราณ**
เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ•ตอนที่ 3
กลยุทธ์ที่ล้มเหลว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับกับเชฟจอมดื้อ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!