วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา•ตอนที่ 7

ความลับของยันต์ห้าธาตุ

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
กลิ่นอายคาวเลือดและคราบหมึกสีชาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนปลายนิ้ว คือเครื่องเตือนใจว่าวิถีแห่งเต๋าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากแต่ปูลาดด้วยกระดูกและศรัทธาอันเปราะบาง ภายในถ้ำผนึกสวรรค์ แสงตะเกียงปราณนิลกาฬสั่นไหววูบวาบตามจังหวะการหายใจเข้าออกที่ลึกล้ำ หลี่เฟยหลงนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหยกเย็น เบื้องหน้าของเขามีแผ่นยันต์กระดาษไข่มุกเก้าแผ่นวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ ทุกลายเส้นอักขระล้วนถักทอด้วยโลหิตมังกรวารีและผงทองคำดารา สะท้อนประกายแสงเรืองรองดั่งดวงดาวในห้วงจักรวาลอันเวิ้งว้าง "เจ้าคิดจะใช้มันจริงๆ หรือ... อักขระชุดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อคนธรรมดาจะถือครอง" เสียงหวานใสแต่เยือกเย็นดั่งน้ำค้างยามเหมันต์ดังขึ้นจากมุมมืด ไป๋หลินเซียนก้าวเท้าเข้ามาอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตผี นางสวมชุดยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆา นางเซียนผู้สูงส่งเหนือผู้ใด ไร้ซึ่งความรู้สึกทางโลก แต่ในยามนี้ แววตาคู่คมกลับฉายแววความกังวลอย่างปิดไม่มิดยามมองแผ่นยันต์ตรงหน้า หลี่เฟยหลงมิได้หันกลับไปมอง เขายังคงใช้พู่กันขนหางพยัคฆ์เพลิงลากเส้นสุดท้ายลงบนยันต์แผ่นที่ห้าด้วยความนิ่งสงบ ดั่งขุนเขาที่ไม่หวั่นไหวต่อพายุหมุน "คุณหนูไป๋... ในยุทธภพนี้ มีสิ่งใดบ้างเล่าที่แท้จริงและบริสุทธิ์? พลังที่ข้าใช้ มิได้มาจากสรวงสวรรค์ และมิได้มาจากขุมนรก หากแต่มาจากความเข้าใจใน 'ความว่างเปล่า' ต่างหาก" คำกล่าวของเขาเรียบเฉย แต่กลับทรงพลังจนไป๋หลินเซียนต้องชะงักฝีเท้า นางเดินเข้ามาใกล้ ชายผ้าอาภรณ์ไหววูบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องปะปนกับกลิ่นอายปราณอันหนักหน่วง นางก้มลงมองยันต์ห้าธาตุที่แผ่ไอเย็นเยียบออกมา จนน้ำค้างรอบกายแข็งตัวเป็นผลึกแก้ว "ข้าเคยได้ยินเรื่องราวของ 'สำนักกระบี่ไร้ลักษณ์' เมื่อร้อยปีก่อน... บรรพบุรุษของเจ้ามิได้สูญสิ้นไปเพราะความอ่อนแอ แต่เพราะพวกเขากำกับพลังที่ฟ้าดินไม่อาจยอมรับได้ เจ้าเองก็กำลังเดินตามรอยเส้นทางสายนั้นใช่หรือไม่?" น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย ซ่อนความห่วงใยที่นางพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเย็นชา หลี่เฟยหลงวางพู่กันลง เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาของจอมยุทธ์หนุ่มลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรที่ไม่มีวันหยั่งถึง มุมปากหยักยิ้มบางเบา ยิ้มที่มิใช่ความเย่อหยิ่ง แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่มองทะลุปรุโปร่งถึงสัจธรรมแห่งการเกิดดับ "ฟ้าดินไม่อาจยอมรับ? หึ... สวรรค์เบื้องบนนั้น แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงผู้ควบคุมกฎเกณฑ์ที่กลัวความแปรปรวนเท่านั้น ไป๋หลินเซียน เจ้าคิดว่าพลังของข้ามาจากที่ใดกันเล่า?" เขาผายมือออกเบื้องหน้า ทันใดนั้น อักขระบนแผ่นยันต์ทั้งห้าก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน ดิน น้ำ ลม ไฟ และความว่างเปล่า หมุนวนรอบตัวเขากลายเป็นค่ายกลขนาดเล็กที่บิดเบือนมิติรอบด้าน "ข้าไม่ได้เกิดมาจากตระกูลเซียนสูงศักดิ์ และไม่ใช่ทายาทของสำนักใหญ่โตอันใด... ที่มาของพลังข้า เริ่มต้นขึ้นในวันที่ข้าถูกหักหลังและถูกผลักตกลงไปใน 'เหวหมื่นวิญญาณ' เมื่อเจ็ดปีก่อน" คำพูดนั้นทำให้ไป๋หลินเซียนถึงกับลมหายใจสะดุด นางรู้ว่าเหวหมื่นวิญญาณคือสถานที่ใด ที่นั่นคือแดนทัณฑ์สวรรค์ที่แม้แต่เซียนขั้นบูรณาการยังต้องดับสูญ หากตกลงไปแล้ว ย่อมไม่เหลือแม้แต่เศษวิญญาณ! "ในที่มืดมิดไร้แสงตะวันไร้ลมหายใจ มีเพียงวิญญาณนับล้านที่กรีดร้องด้วยความแค้น ข้าใช้เวลาสามปีเต็มในการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับพวกมัน ข้ามิได้กลืนกินพลังของวิญญาณเหล่านั้น... แต่ข้า 'เจรจา' กับพวกมัน" หลี่เฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเด็ดเดี่ยวราวกระบี่เหล็กกล้า "ยันต์ห้าธาตุที่เจ้าเห็นในวันนี้ แท้จริงแล้วคือ 'ค่ายกลสะกดวิญญาณ' ที่ข้าพลิกแพลงขึ้นมา ทุกๆ อักขระที่ข้าเขียน คือการแบกรับความแค้นและเจตจำนงของผู้อายุน้อยนับหมื่นที่ตายอย่างไร้ความเป็นธรรม นี่คือวิถีของข้า... วิถีที่ต้องจ่ายด้วยความเจ็บปวด เพื่อแลกกับการกุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในมือ" ทันทีที่สิ้นคำพูด แผ่นยันต์แผ่นที่ห้าก็ระเบิดออกเป็นละอองแสงสีทองประกายเพลิง พลังปราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านกดทับจนผนึกถ้ำสั่นสะเทือน เลือดสายหนึ่งไหลรินออกจากมุมปากของหลี่เฟยหลง แต่นัยน์ตาของเขากลับสว่างวาบดั่งดวงดาว ไป๋หลินเซียนนิ่งงัน นางไม่เคยล่วงรู้ความลับอันดำมืดและยิ่งใหญ่นี้มาก่อน หัวใจที่เคยด้านชากลับรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอย่างไร้สติ เอื้อมมือเรียวขาวราวหยกสลักไปแตะที่แก้มสากที่มีคราบเลือดจางๆ ของเขาอย่างแผ่วเบา "เจ้ามันคนโง่... ทำไมต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งนี้ไว้ผู้เดียว?" นางกระซิบถาม เสียงของนางสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นชาทั้งหมดที่มีมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ยอมมอบหัวใจให้บุรุษตรงหน้าอย่างหมดสิ้นเชิง หลี่เฟยหลงจับมือของนางไว้ กุมความอบอุ่นนั้นไว้ในอุ้งมือที่แข็งกร้าวของตน เขาสบตากล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวลแต่มั่นคง "เพราะถ้าข้าไม่แบกรับ โลกใบนี้ก็คงไม่มีวันที่เจ้าจะได้ยืนอยู่เคียงข้างข้าอย่างสง่างามเช่นนี้..." *ตึง!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากปากทางเข้าถ้ำ ม่านค่ายกลป้องกันภายนอกถูกกระชากกระเด็นด้วยพลังปราณรุนแรงมหาศาล! เงาร่างมหึมาสามร่างปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นตลบ ผู้นำกลุ่มสวมชุดเกราะโลหิต นัยน์ตาสสีแดงฉานจ้องมองเข้ามาด้านในด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ฮ่าๆๆ! หลี่เฟยหลง ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้ารอดตัวไปได้... คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะหลบมาซ่อนตัวอยู่กับแม่นางเซียนผู้นี้ ส่งเคล็ดวิชากระบี่และค่ายกลห้าธาตุมาเสีย มิฉะนั้น วันนี้จะเป็นวันตายของพวกเจ้าทั้งคู่!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีแห่งกระบี่และหัวใจอันมั่นคงนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%