วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา•ตอนที่ 2

นางเซียนผู้เย็นชาแห่งเมฆา

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
"หากปลายกระบี่ของเจ้ายังลังเล การก้าวข้ามขอบเขตเมฆาโลหิตย่อมเป็นเพียงฝันกลางพายุ" สุ้มเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท หากแต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบกายพลระเบิดเป็นริ้วคลื่นสีคราม หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะเหลือบแลไปยังรอยแยกมิติเบื้องหลัง เขาทำเพียงตวัดนิ้วชี้วาดผ่านห้วงอากาศอย่างเชื่องช้า แผ่นยันต์อักขระสีทองอร่ามสามสิบหกแผ่นพลันปรากฏขึ้นกลางหุบเขาหมอก ค่ายกล 'ดาราผนบัวสวรรค์' ถูกกางออกในชั่วพริบตา ล้อมรอบอาณาบริเวณรัศมีร้อยลี้ไว้จนสิ้น หุบเขาหมอกในยามนี้หาได้มีความเงียบสงบดังเช่นวันวาน ไอปีศาจจากขุมนรกโลกันตร์พวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า เมฆหมอกสีขาวบริสุทธิ์ถูกย้อมจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำด้วยกลิ่นอายสังหาร ทว่า ณ ใจกลางพายุแห่งพลังอันบ้าคลั่งนั้น กลับมีร่างระหงร่างหนึ่งยืนหยัดอยู่อย่างโดดเดี่ยว นางคือไป๋หลินเซียน นางเซียนผู้ถือครองกระบี่เก้าชั้นฟ้า ผู้ซึ่งชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทั้งสามภพว่าเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี ไร้ซึ่งความรู้สึกและปรานีต่อผู้ใด เส้นผมสีดำสนิทดุจรัตติกาลปลิวไสวตามแรงลมปราณที่แปรปรวน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปักลวดลายเมฆาด้วยด้ายเงินสะท้อนประกายแสงเรืองรอง แม้ทั่วร่างจะอาบชุ่มไปด้วยโลหิตสีแดงฉานจากการฝืนทะลวงด่านเคราะห์สวรรค์ แต่แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่เพชรของนางกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่ฟ้าดินยังต้องก้มหัวให้ "หลี่เฟยหลง... นี่เป็นเรื่องระหว่างข้ากับทัณฑ์สวรรค์ เหตุใดเจ้าต้องเข้ามายุ่งเกี่ยว" ไป๋หลินเซียนเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางเย็นเยียบจนหยาดน้ำค้างรอบกายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นกระทบพื้น แต่นัยน์ตาคู่สวยกลับไหววูบเล็กน้อยยามที่มองแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า "ฟ้าดินกำหนดชะตาชีวิต แต่วิถีกระบี่ของข้า... กำหนดฟ้าดิน" หลี่เฟยหลงตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกแต่มั่นคง ดวงตาคมปลาบกวาดมองค่ายกลธรรมชาติที่กำลังจะแตกสลาย เขายกมือขึ้นประสานอินทร์อย่างรวดเร็ว ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์นับพันสายพรั่งพรูออกจากปลายนิ้ว ผสานเข้ากับยันต์อักขระเพื่อต้านทานสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์อัสนีม่วงที่กำลังพุ่งผ่าลงมาดั่งอัคคีล้างโลก *เปรี้ยงงงงงง!* เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนไปทั่วทั้งขุนเขา แรงปะทะระหว่างพลังปราณเซียนและสายฟ้าสวรรค์สร้างคลื่นกระแทกมหาศาลจนยอดเขาหักโคันทลายลงมา หลี่เฟยหลงพ่นโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต ร่างกายสะท้านเฮือกแต่สองเท้ายังคงปักหลักมั่นคงดั่งขุนเขา ไหล่กว้างของเขาบังลมฝนและสายฟ้าแทนหญิงสาวเบื้องหลังจนมิดชิด ไป๋หลินเซียนนิ่งงั้น หัวใจที่เคยด้านชาและถูกปิดตายมานานนับร้อยปีคล้ายถูกค้อนเหล็กหนักๆ กระหน่ำทุบจนสั่นสะเทือน นางจ้องมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยบาดแผลและการเสียสละของบุรุษผู้นี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งไหลซ่านเข้าสู่ก้นบึ้งของดวงจิต วิถีเซียนที่นางบำเพ็ญมาตลอดชีวิตสอนให้ตัดขาดจากความรักและกิเลสทั้งปวง ไร้หัวใจจึงจะไร้พ่าย ไร้ความรู้สึกจึงจะบรรลุเต๋าขั้นสูงสุด ทว่าในยามนี้ นางกลับตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า... หัวใจที่ด้านชาของนางกำลังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งเพื่อบุรุษผู้ใช้สมองและค่ายกลต้านทานภัยพิบัติให้ "เจ้า... ทำเช่นนี้เพื่ออะไร? เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่อาจตอบแทนสิ่งใดให้แก่เจ้าได้" ไป๋หลินเซียนเอ่ยถามเสียงสั่นพร่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี หลี่เฟยหลงไม่หันกลับไปมอง รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังสะบัดพู่กันวาดอักขระกลางอากาศเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ค่ายกลรอบสุดท้าย "ข้าไม่ได้ทำเพื่อรอการตอบแทนจากผู้ใด... ไป๋หลินเซียน เจ้าจงจำไว้ วิถีแห่งเต๋าไม่ได้แปลว่าการไร้หัวใจ แต่เป็นการเข้าใจหัวใจตนเองต่างหาก" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของนางเซียนผู้สูงศักดิ์ ดุจดั่งแสงสว่างที่สาดส่องทะลวงผ่านความมืดมิดของคัมภีร์เซียนนับพันเล่มที่นางเคยศึกษามาทั้งชีวิต ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่พลังปราณรอบตัวหุบเขาหมอกเกิดการพลิกผันอย่างกะทันหัน อักขระทองคำของหลี่เฟยหลงสั่นกระเพื่อม ไอปีศาจสีดำสนิทสายหนึ่งพุ่งทะลวงขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ลอบโจมตีเข้าที่จุดตายด้านหลังของไป๋หลินเซียนโดยที่นางไม่ทันระวังตัว! "ระวัง!" หลี่เฟยหลงคำรามลั่น ร่างสูงโปรดกระโจนเข้าประชิดตัวหญิงสาวในพริบตาเดียว แขนแกร่งโอบกอดเอวบางของนางไว้แนบกาย ก่อนจะหมุนตัวรับการโจมตีอันชั่วร้ายนั้นแทนด้วยแผ่นหลังของตนเอง *อึก!* โลหิตสีดำคล้ำพวยพุ่งออกจากปากของหลี่เฟยหลง ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนที่เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทจะปรากฏขึ้นบนยอดไม้เบื้องหน้า พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา "ฮ่าๆๆๆ! หลี่เฟยหลง เจ้าฉลาดเป็นกรดแต่ก็ยังพลาดท่าให้แก่ความหลงใหล..." เงาร่างนั้นยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค หลี่เฟยหลงก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเยือกเย็น มือข้างที่ว่างสะบัดออกเบาๆ กระบี่ไร้ลักษณ์ที่ซ่อนอยู่ในค่ายกลดาราพลันสั่นระริก ปลายกระบี่คมกริบชี้ตรงไปที่คอหอยของเงาร่างลึกลับนั้นโดยไม่ต้องชักออกจากฝัก... หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%