วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา•ตอนที่ 1

วิถีกระบี่ที่ไม่มีวันคืนฝัก

ผลงานโดย หมึกทองคำข้ามภพ
คมกระบี่ที่ยังไม่เคยแตะต้องโลหิต ย่อมมีความน่าสะพรึงกลัวที่สุดในสามโลก กลิ่นอายความตายไม่ได้คละคลุ้งด้วยกลิ่นคาวเลือด หากแต่ลอยอวลอยู่ความเงียบงันอันน่าอึดอัด บนเส้นทางลาดชันสู่ยอดเขาอวิ๋นหลิง ลมปราณรอบกายแปรเปลี่ยนเป็นความกดดันหนักหน่วงจนแม้แต่มดปลวกยังไม่กล้ากระดิกตัว หลี่เฟยหลงก้าวเดินด้วยฝีเท้าที่มั่นคงและเชื่องช้า ทุกย่างก้าวทิ้งรอยประทับจางๆ ไว้บนแผ่นหิน ราวกับเขามิได้กำลังเดินอยู่บนทางสัญจรของโลกมนุษย์ หากแต่กำลังเดินอยู่บนหมากกระดานที่ฟ้าดินเป็นผู้ขีดเส้นเอาไว้ เบื้องหน้าของเขา ห่างออกไปเพียงสามสิบก้าว คือกลุ่มโจรป่าทมิฬเจ็ดคนที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยม พวกมันล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นปลาย นำโดยเคะระพยัคฆ์เพลิง ‘หม่ากวง’ ผู้มีชื่อเสียงในการสังหารสำนักย่อยมาแล้วนับไม่ถ้วน "ไอ้หนู... ทางสายนี้ไม่ใช่ที่สำหรับคนไร้ค่า หากไม่อยากกลายเป็นปุ๋ยใต้ต้นไม้ จงคายแหวนมิติและคัมภีร์วิชาทั้งหมดที่มีออกมาเสีย แล้วไสหัวไปซะ!" หม่ากวงคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาคมกริบดั่งสัตว์ป่าจ้องมองเหยื่อ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่อัดแน่นด้วยพลังปราณสีชาด สะท้อนความดุดันและกระหายเลือด หลี่เฟยหลงไม่แม้แต่จะชายตามองชายฉกรรจ์ตรงหน้า เขายังคงก้มลงมองแผ่นยันต์สีทองจางๆ ในมือซ้าย นิ้วเรียวยาววาดลวดลายอักขระกลางอากาศอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังเขียนพู่กันจีนบนกระดาษเซวียนจื่อ ความเงียบขรึมและท่าทีเยือกเย็นนี้ ยิ่งสร้างความระคายหูระคายตาให้แก่กลุ่มโจรมากยิ่งขึ้น "พี่ใหญ่... ดูท่ามันจะสติฟั่นเฟือนแล้วกระมัง ปล่อยให้ข้าไปเด็ดหัวมันมาต้มกินดีกว่า!" หนึ่งในลูกน้องของหม่ากวงหัวเราะลั่นอย่างลำพองใจ ก่อนจะชักกระบี่เล่มโตพุ่งทะยานเข้าหาหลี่เฟยหลงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ประกายแสงสีฟ้าจากคมกระบี่กรีดผ่านอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวแหลมคม ในสายตาของคนทั่วไป การโจมตีนี้รวดเร็วและไร้ช่องโหว่ แต่ในสายตาของหลี่เฟยหลง มันช่างเต็มไปด้วยจุดบอดนับร้อย เขายังคงนิ่งสงบ ปล่อยให้คมกระบี่พุ่งเข้ามาใกล้จนเหลือระยะเพียงคืบเดียว ดวงตาคมกริบใต้ปีกหมวกสานไผ่เหลือบมองเพียงเล็กน้อย นิ้วมือที่เขียนอักขระสะบัดออกไปอย่างไร้ซุ้มเสียง *พรึบ!* อักขระสีทองพลันทอแสงเจิดจ้าขึ้นกลางอากาศ ก่อตัวเป็นค่ายกลดาราเคลื่อนย้ายในพริบตา พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของมือสังหารโจรป่าพลันยุบตัวลง แรงโน้มถัดจากค่ายกลกดทับลงมาดั่งภูเขาห้าขุนเขาตกลงทับร่าง ร่างที่กำลังพุ่งทะยานพลันชะงักงันกลางอากาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด "อะ... อะไรกัน! วิชาค่ายกลบ้าอะไรเนี่ย!" หลี่เฟยหลงไม่ปล่อยให้มันได้เปล่งเสียงครั้งที่สอง เขาก้าวเท้าสลับซ้ายขวาอย่างลี้ลับ ร่างกายเคลื่อนไหวราวกับสายน้ำที่ไร้รูปร่างแต่นุ่มนวลทว่าเฉียบคม ฝ่ามือซัดออกเบาๆ กระแทกเข้าที่จุดชีพจรสำคัญของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปรานี *อั๊ก!* กระอักโลหิตคำโตสาดกระเซ็น ร่างของมือสังหารร่วงหล่นลงกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น หมดสติไปทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้สัมผัสแม้แต่ชายเสื้อของหลี่เฟยหลงด้วยซ้ำ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของหม่ากวงแข็งค้าง ร่างกายของมันเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ผู้ฝึกตนระดับหลอมรวมลมปราณขั้นปลายถูกจัดการภายในกระบวนท่าเดียวโดยไม่ต้องชักอาวุธ นี่มิใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะกระทำได้! "แก... แกเป็นใครกันแน่!" หม่ากวงคำรามเสียงสั่น พลังปราณทั่วร่างถูกรีดเร้นออกมาจนถึงขีดสุด เปลวเพลิงสีชาดลุกโชนห่อหุ้มร่างราวกับอสูรกายโลกันตร์ หลี่เฟยหลงเงยหน้าขึ้นช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ราบเรียบไร้ระลอกคลื่น เขายังคงกุมด้ามกระบี่ที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้หลวมๆ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยความสุภาพทว่าแฝงไว้ด้วยความกดดันที่ทำให้วิญญาณสั่นสะท้อน "วิถีแห่งเต๋า... มิใช่เส้นทางที่ผู้ใดจะมายืนขวางได้ตามอำเภอใจ หากพวกเจ้าเลือกที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความโลภ ก็ต้องเตรียมใจที่จะยอมรับผลลัพธ์ที่จะตามมา... นำทางข้ามผ่านภูเขานี้ไปเสีย หรือไม่เช่นนั้น... เจ้าก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังราวกับประกาศิตจากสวรรค์ หม่ากวงกัดฟันกรอดด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวผสมปนเปกัน มันรู้ดีว่าหากถอยตอนนี้ ศักดิ์ศรีของสำนักโจรป่าทมิฬย่อมป่นปี้ แต่หากสู้... ชีวิตของมันอาจต้องจบลง ณ ที่แห่งนี้ ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด ระหว่างที่กลุ่มโจรเตรียมจะระเบิดกระบวนท่าสุดท้ายเพื่อแลกชีวิต ท้องน้ายามวิกาลที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มอย่างกะทันหัน! มวลเมฆหมอกหนาทึบก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือยอดเขาอวิ๋นหลิง สายฟ้าสีครามคำรามก้องกังวานสะเทือนเลื่อนลั่น แรงกดดันจากฟ้าดินระดับมหาศาลกดทับลงมาจนกลุ่มโจรทั้งหมดทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นกระอักเลือดสดๆ หลี่เฟยหลงขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ดวงตาคมกริบสะท้อนภาพเงาร่างหนึ่งที่กำลังลอยเด่นอยู่ท่ามกลางสายฟ้าฟาด นั่นไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมชาติ... แต่เป็นทัณฑ์สวรรค์! และเบื้องล่างของสายฟ้าสายนั้น ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ มีสตรีในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ราวนางพญาหิมะกำลังยืนหยัดต้านทานพลังฟ้าดินอย่างโดดเดี่ยว ร่างกายบอบบางแต่กลับแผ่กลิ่นอายความเย็นชาและสูงส่งจนผู้คนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไป๋หลินเซียน... นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งหุบเขาเมฆานิรันดร์ กำลังเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์เก้าสายเพื่อทะลวงสู่ขอบเขตเซียนแท้จริง! และทิศทางที่ร่างของนางกำลังร่วงหล่นลงมา... คือจุดที่หลี่เฟยหลงยืนอยู่พอดี! หมึกทองคำข้ามภพขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมึกทองคำข้ามภพ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียนเมฆา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%