หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 6

การกลับมาของคนในอดีต

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความอับชื้นของสนามบินสุวรรณภูมิในยามบ่ายผสมผสานกับความวุ่นวายของผู้คนที่เดินสวนสนามกันไปมา ทว่าในมุมมองของรินรดา ทุกอย่างกลับเคลื่อนไหวราวกับภาพสโลว์โมชัน แผ่นหลังบางที่เคยห่อเหี่ยวและยอมจำนนต่อโชคชะตาเมื่อหลายปีก่อน บัดนี้ตั้งตรงสง่างามภายใต้สูทผ้าลินินสีเบจตัดเย็บอย่างประณีต มือเรียวบางข้างหนึ่งกระชับกระเป๋าเดินทาง อีกข้างกุมมือเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบเอาไว้มั่น "คุณแม่ครับ... ประเทศไทยมีแอร์เย็นฉ่ำเหมือนที่เราอยู่ไหมครับ ทำไมที่นี่คนเยอะจัง" เสียงใสแจ๋วของน้องมินท์ดังขึ้น พร้อมกับดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากใครบางคนอย่างไม่มีผิดเพี้ยนกำลังกวาดมองไปรอบตัวอย่างตื่นเต้น รินรดาย่อกายลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ระหน้าผากมนของลูกชายเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนถูกจุดขึ้นที่มุมปาก ทว่านัยน์ตากลับมีความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวซ่อนอยู่ลึกจนยากจะหยั่งถึง "ที่นี่ร้อนกว่าที่นู่นค่ะคนดี แต่คุณแม่รับรองว่า ความทรงจำที่เราจะสร้างกันที่นี่ จะทำให้ลูกอบอุ่นหัวใจไปตลอดเลยนะคะ... ไปค่ะ ได้เวลากลับบ้านของเราแล้ว" คำว่า 'บ้าน' ในนิยามของรินรดาเวลานี้ ไม่ใช่คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารที่เคยมีชื่อของเธอเป็นภรรยาในทะเบียนสมรสอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่เธอซื้อด้วยหยาดเหงื่อและแรงกาย ภายใต้สถานะใหม่—ผู้บริหารหญิงมือฉกาจแห่งบริษัทต่างชาติ ที่ถูกทาบทามให้บินลัดฟ้ากลับมาเพื่อกุมบังเหียนโปรเจกต์หมื่นล้าน และเป้าหมายแรกในการเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจ ก็คือบริษัทอคินทร์กรุ๊ป อาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ... ที่ซึ่งมีเจ้า Lออกและประธานกรรมการบริหารผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และไร้หัวใจคนนั้นคุมบังเหียนอยู่ รถยนต์ยุโรปสีดำสนิทจอดเทียบท่าหน้าตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจ รินรดาในชุดทำงานทรงพลังก้าวขาลงจากรถ ความมั่นใจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสะสวยทำให้เธอดูลامล้ำและทรงพลังเสียจนพนักงานต้อนรับในล็อบบี้ต้องเหลือบมองด้วยความชื่นชมและเกรงขาม เธอกุมแฟ้มเอกสารในมือแน่น หัวใจเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความแค้นที่ยังฝังรากลึกและความท้าทาย ห้าปีที่ผ่านมา... อคินทร์คงคิดว่าผู้หญิงโง่ๆ ที่เขาเคยหยิบยื่นใบหย่าให้พร้อมกับคำดูถูกเหยียดหยาม ได้หายสาบสูญไปจากโลกใบนี้แล้วกระมัง เขาคงคิดว่าเธอจะกอดทะเบียนสมรสช้ำๆ ร้องไห้ฟูมฟายไปตลอดชีวิต แต่เขาคิดผิด... รินรดาในวันนี้ ไม่ใช่คนเดิมที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำศักดิ์ศรีได้อีกต่อไปแล้ว "คุณรินรดาใช่ไหมคะ ทางท่านประธานรออยู่ในห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบค่ะ เชิญทางนี้เลยค่ะ" เลขานุการหน้าห้องของอคินทร์รีบผายมือต้อนรับด้วยความนอบน้อมทันทีที่เห็นการนัดหมายระดับวีไอพี รินรดาก้าวเข้ามาในห้องประชุมกระจกใสที่สามารถมองเห็นกรุงเทพมหานครได้แบบพาโนรามา บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบจนน่าขนลุก ทว่าเธอกลับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังมองวิวทุ่งตึกระฟ้าอยู่ริมกระจก ชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู อคินทร์หมุนตัวกลับมาด้วยมาดนักธุรกิจผู้ทรงอำนาจ ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและไม่แยแสต่อโลก ทว่าในวินาทีแรกที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าของหญิงสาวผู้มาใหม่ ลมหายใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับสะดุดกึก ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางอก ร่างสูงแข็งค้าง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่อยากเชื่อสายตา สมองของเขาประมวลผลภาพตรงหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผู้หญิงคนนี้... โครงหน้าแบบนี้ รอยยิ้มเยزยหยันที่มุมปากแบบนี้... มันคือเงาของภรรยาเก่าที่เขาเป็นคนเซ็นใบหย่าไล่ส่งออกไปจากชีวิตเองกับมือเมื่อห้าปีก่อน! "สวัสดีค่ะท่านประธานอคินทร์ ดิฉันรินรดา ตัวแทนจากพาร์ทเนอร์รายใหม่ หวังว่าการร่วมงานของเราในครั้งนี้ จะไม่ทำให้คุณ... รู้สึกอึดอัดใจจนเกินไปนะคะ" น้ำเสียงหวานใสที่แฝงด้วยความเย็นชาบาดลึก กรีดแทงลงกลางใจของอคินทร์จนเขาต้องกําหมัดแน่นเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดบาปที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองงานนับล้านชิ้นผุดพรายขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งในเสี้ยววินาที แต่ทว่า... ก่อนที่อคินทร์จะได้เปล่งเสียงทักทายหรือเอ่ยถามอะไรออกไป ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยฝีมือของเลขาฯ พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาคุณแม่ "คุณแม่ครับ! มินท์หิวน้ำจังเลย ทำไมคุณพ่อ... เอ้ย คุณลุงใจดีคนนี้ ถึงมองหน้าคุณแม่แปลกจังเลยล่ะครับ หน้าเหมือนคุณลุงในรูปถ่ายที่มินท์เคยเห็นเลยนะ" สิ้นเสียงใสแจ๋วของเด็กน้อย รินรดาสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนสีไปชั่วขณะ เธอรีบพุ่งตัวไปคว้ามือลูกชายเอาไว้ ทว่าสายตาคมกริบของอคินทร์ที่ก้มลงมองเด็กชายตัวน้อย กลับจับจ้องไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นราวกับต้องมนต์สะกด... ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นรั้นคู่นั้น และริมฝีปากหยักนั้น... มันคือพิมพ์เดียวกับเขาราวกับส่องกระจก! อคินทร์ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว หัวใจร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ลมหายใจติดขัดอย่างรุนแรงเมื่อสมองเริ่มประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที ห้าปีที่ผ่านมา... เธอไม่ได้แค่หายไปเฉยๆ แต่เธอดึงเอาสายเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาออกไปจากชีวิตด้วย! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ - เมฆหมอกสีชมพู -
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%