กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ราคาแพงในร้านหนังสืออิสระใจกลางมหานครลอนดอน ไม่ได้ช่วยให้รอยขมวดคิ้วบนหน้าผากของอคินทร์คลายลงเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มในชุดสูททําด้วยผ้าขนสัตว์ชั้นดีตัดเย็บเข้ารูป ปล่อยให้ความวุ่นวายของการประชุมธุรกิจข้ามชาติเมื่อช่วงเช้าไหลผ่านสมองไปอย่างไร้เยื่อใย เขากําลังหลบหนี—ไม่ใช่จากหุ้นส่วนทางธุรกิจหรือสื่อมวลชนที่คอยไล่ล่า แต่หลบหนีจากความว่างเปล่าอันน่าสะพรึงกลัวที่เกาะกุมห้องชุดเพนต์เฮาส์หรูหราอันเงียบเหงา ซึ่งบัดนี้ไม่มีร่องรอยของรินรดาหลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว... เหลือเพียงความทรงจำอันเย็นชาที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมากับมือ
นิ้วเรียวยาวหยิบหนังสือศิลปะสถาปัตยกรรมเล่มหนาขึ้นมาพลิกผ่านอย่างไร้จุดหมาย ทว่าสมาธิของเขากลับถูกกระชากให้หลุดลอย เมื่อเสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างดั่งกระดิ่งเงินดังแว่วมาจากมุมหนังสือสําหรับเด็กที่อยู่ลึกเข้าไปด้านใน
"คุณแม่ขา เล่มนี้... น้องมินท์อยากได้เล่มนี้ที่สุดเลยค่ะ"
นํ้าเสียงเล็กๆ นั้น... ช่างกังวานและคุ้นหูเสียจนหัวใจของอคินทร์กระตุกวูบอย่างรุนแรง ราวกับมีใครเอาค้อนเหล็กมาทุบลงกลางหน้าอก ภาพเงาสลัวของอดีตภรรยาผู้แสนเงียบงันผุดวาบขึ้นมาในห้วงความคิด รินรดาเคยบอกเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือในคืนที่ฝนตกหนักก่อนที่เธอจะหายตัวไป... *'ถ้าวันหนึ่งเรามีลูก คุณคินทร์จะเกลียดเขาไหมคะ'*
ในตอนนั้น เขาตอบเธอว่าอย่างไรนะ? อคินทร์แค่นยิ้มหยันให้กับความไร้เยื่อใยของตัวเองในอดีต—เขาตอบด้วยความเย่อหยิ่งและหัวใจที่ด้านชาว่า บ้านหลังนั้นไม่มีพื้นที่ให้ภาระ และเขาไม่เคยต้องการทายาทที่จะมาแบ่งปันมรดกกับความสำเร็จของเขา
ชายหนุ่มก้าวเท้าไปตามชั้นหนังสืออย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังดึงดูดเขาเข้าหาต้นเสียง ราวกับมีแรงโน้มถ่วงมหาศาลผลักไสให้เขาต้องเดินไปเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาอาจไม่อยากรับรู้
ณ มุมเด็กเล่นปูพรมสีเขียวพาสเทล ร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวๆ สี่ขวบกำลังนั่งยองๆ พลิกเปิดหนังสือนิทานภาพปกสีสดใสด้วยความตั้งอกตั้งใจ เรือนผมสีดำสนิทหยักศกนิดๆ ล้อมกรอบใบหน้าจิ้มลิ้มที่มีแก้วป่องน่าหยิก ดวงตากลมโตคู่นั้น... ดวงตากลมโตที่สะท้อนประกายความเฉลียวฉลาดและรั้นนิดๆ ยามที่เจ้าตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบตากับพนักงานร้าน
อคินทร์หยุดยืนนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ที่ลำคอ
นั่นไม่ใช่แค่เด็กหน้าตาดีทั่วไป... แต่เด็กชายคนนั้น ถอดแบบพิมพ์เขียวมาจากใบหน้าของเขาเองอย่างไร้ที่ติ! สันจมูกโด่งรั้น ริมฝีปากหยักได้รูป แม้กระทั่งท่าทางการเอียงคอครุ่นคิดและขมวดคิ้วเล็กๆ เวลาที่ไม่สบอารมณ์ นั่นคือกระจกเงาที่ย่อส่วนอคินทร์ในวัยเด็กมาตั้งไว้ตรงหน้าอย่างไม่ผิดเพี้ยน
"คุณแม่คะ..." เด็กชายเรียกหาผู้เป็นมารดาอีกครั้ง ขณะที่มือป้อมหยิบหนังสือเล่มโตชูขึ้นสูงเพื่ออวด
ในเสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมเรียบง่ายที่เพิ่งเดินกลับมาจากโซนหนังสือสารคดีก็ก้าวเข้ามาใกล้ ร่างผอมบางที่คุ้นตาจนแทบหยุดหายใจ รินรดากำลังยื่นมือเรียวไปรับหนังสือนิทานจากลูกน้อย รอยยิ้มอ่อนโยนที่ประดับบนดวงหน้าหวานซึ้งนั้นทอประกายความสุขล้นปรี่—รอยยิ้มแบบเดียวกันที่เขาเคยทำลายมันลงด้วยคำพูดเชือดเฉือนนับครั้งไม่ถ้วน รอยยิ้มที่เธอไม่เคยส่งให้เขาเลยตลอดสามปีของการแต่งงานอันแห้งแล้ง
โลกทั้งใบของอคินทร์พังทลายลงในพริบตา เสียงอื้ออึงของผู้คนรอบกายพลันเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำรัวราخواจะระเบิด
เด็กคนนั้น... ลูกของเขาอย่างนั้นหรือ? รินรดาท้องงั้นหรือ? แล้วตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอกล้าดียังไงถึงซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาไว้ ตั้งใจพรากทายาทสายเลือดเดียวของตระกูลไปจากเขาอย่างเลือดเย็นเช่นนี้!
ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่พุ่งพล่านขึ้นมาผสมปนเปไปกับความเจ็บปวดร้าวลึกที่กัดกินขั้วหัวใจ อคินทร์ก้าวเท้าพรวดๆ เข้าไปหาเป้าหมายด้วยดวงตาที่แดงก่ำ ทว่าก่อนที่เขาจะทันได้เอמהชื่อเรียกหญิงสาวที่เขากำลังตามหามาเนิ่นนาน เด็กชายตัวน้อยกลับหันมาสบตาเข้ากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าพอดี
ดวงตากลมโตคู่นั้นกะพริบปริบๆ ด้วยความฉงน ก่อนที่เด็กชายจะเอียงคอมองเขาด้วยรอยยิ้มซุกซน ไร้ความหวาดกลัวใดๆ
"คุณน้าขา..." เสียงใสแจ๋วเอמהทักทายขึ้นอย่างเป็นกันเอง "ทำไมหน้าตาคุณน้า... ถึงเหมือนกับกระจกเงาในห้องน้ำของน้องมินท์เปี๊ยบเลยล่ะครับ?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อกอคินทร์จนเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว รินรดาที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงที่ยืนบังแสงไฟอยู่เหนือหัว ชะงักง้างค้างเติ่ง หนังสือนิทานในมือร่วงหล่นลงกระทบพรมหนานุ่ม เสียงหัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธและหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิดคู่คู่นั้น ก้มลงมองประสานสายตากับเธอและลูกชายในอ้อมแขนของเธออย่างพอดิบพอดี!
"ริน..." เสียงแหบพร่าหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาของอคินทร์ ขณะที่ปลายนิ้วของเขายังคงสั่นระริกด้วยความช็อกระคนแค้นเคือง "เธอ... กล้าดียังไง..."
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 5
คนแปลกหน้าที่หน้าเหมือน
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!