หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 4

อิสระครั้งใหม่

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
เสียงปรบมือเกรียวกราวในฮอลล์จัดแฟชั่นโชว์ระดับโลกใจกลางมหานครปารีส ดังก้องกังวานจนหัวใจของคนที่ยืนอยู่หลังเวทีเต้นระรัวด้วยความตื้นตัน รินรดาในชุดสูทเข้ารูปสีขาวบริสุทธิ์ ขับเน้นรูปร่างระหงและสง่างาม ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา แต่แววตาทอประกายความมั่นเด็ดเดี่ยว ทbให้เธอดูราวกับพญาหงส์ที่สลัดคราบลูกปีกหักในอดีตทิ้งไปจนหมดสิ้น ห้าปี... ห้าปีเต็ม ๆ ที่รินรดาใช้หยาดเหงื่อ คราบน้ำตา และความเจ็บปวดจากการถูกเหยียบย่ำในอดีต มาหลอมรวมเป็นเกราะเหล็กคุ้ม ภัย เธอกลายเป็น "ริน" ดีไซเนอร์มือทองผู้สร้างแบรนด์แฟชั่นระดับพรีเมียมจนเป็นที่ยอมรับในวงสังคมชั้นสูงของยุโรป ไม่มีแล้ว... ผู้หญิงเงียบงุ่มง่ามที่ยอมก้มหัวให้ใคร ไร้เสียงสะอื้นในห้องนอนมืดมิด มีเพียงหญิงสาวผู้กุมชะตาชีวิตของตนเองไว้ในกำมืออย่างสมบูรณ์แบบ "คุณรินคะ ทาง Vogue ฝรั่งเศสติดต่อขอสัมภาษณ์พิเศษคอลัมน์หน้าปกฉบับหน้าค่ะ และ... มีนักลงทุนกระเป๋าหนักจากเอเชียต้องการขอเจรจาซื้อแฟรนไชส์ขยายสาขาไปทั่วเอเชียด้วยนะคะ" เสียงของเลขาฯ สาวชาวฝรั่งเศสเอ่ยรายงานด้วยความกระตือรือร้น รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่สวยงามแต่เย็นชาไร้ความรู้สึก เป็นรอยยิ้มแบบนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ ที่ไม่เหลือพื้นที่ให้ความอ่อนแอหลงเหลืออยู่อีกต่อไป "จัดตารางเวลาให้ฉันใหม่นะเอ็มม่า ฉันต้องการเวลาส่วนตัวให้กับลูกชายของฉันด้วย ช่วงนี้มินท์เปิดเทอมแล้ว ฉันไม่อยากพลาดช่วงเวลาสำคัญของแกค่ะ" คำว่า 'ลูกชาย' ทำให้แววตาของรินรดากลับมาทอประกายความอบอุ่นขึ้นมาทันที โซ่ทองเส้นงามที่ดึงรั้งหัวใจของเธอไว้ และเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เธอก้าวเดินมาไกลถึงจุดนี้ได้... น้องมินท์ แก้วตาดวงใจของแม่ ตัดภาพมาที่อีกซีกโลกหนึ่ง ณ อาคารสำนักงานสูงเสียดฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร อคินทร์ในวัยที่สุขุมและเยือกเย็นขึ้น นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ บรรยากาศรอบตัวเขากดดันจนเลขาฯ หน้าห้องไม่กล้าหายใจแรง แฟนเอกสารในมือของเขาไม่ใช่ผลประกอบการนับพันล้าน แต่เป็นรูปถ่ายใบหนึ่งที่นักสืบมือดีเพิ่งส่งมาให้เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา ภาพถ่ายของหญิงสาวในชุดดีไซเนอร์สีขาว รอยยิ้มที่มั่นใจและเฉิดฉายอยู่บนเวทีระดับโลก ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าไม่มีวันมีค่าพอที่จะยืนเคียงข้างเขา ผู้หญิงที่เขาเคยเซ็นใบหย่าให้อย่างไม่แยแสเมื่อห้าปีก่อน... แต่ตอนนี้ เธอกลับกลายเป็นราชินีที่สูงส่งเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมมือไปแตะต้อง อคินทร์กำภาพถ่ายในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ หัวใจข้างซ้ายกระหน่ำซัดด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่กัดกินมาตลอดห้าปีเต็ม ความเย็นชาที่เขาเคยใช้เป็นเกราะกำบัง พังทลายลงไม่เป็นท่าเมื่อตระหนักว่า สิ่งมีค่าที่สุดที่เขาเคยผลักไสออกไปจากชีวิต บัดนี้บินหนีไกลเกินกว่าจะบินกลับมาซะแล้ว "คุณอคินทร์คะ... คุณเมษามาขอพบค่ะ" เสียงผ่านอินเตอร์คอมดังขึ้นทำลายความเงียบ "บอกว่าผมไม่ว่าง" อคินทร์ตอบกลับเสียงเรียบอย่างไร้เยื่อใย แต่ประตูห้องทำงานกลับถูกผลเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ เมษ1ในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงเดินนقเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด เธอพยายามทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แม้ว่าตลอดห้าปีที่ผ่านมา อคินทร์จะไม่เคยชายตาแลเธอในฐานะคนรักเลยแม้แต่น้อย เขาก็แค่ใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้เบื่อในยามที่ความเหงียบเหงาเข้าครอบงำเท่านั้น "อคินคะ เป็นอะไรไปหรือเปล่า หน้าเครียดเชียว ดูรูปอะไรอยู่คะเนี่ย" เมษาชะเง้อคอพยายามจะมองภาพในมือของชายหนุ่ม แต่อคินทร์ไวกว่า เขารีบคว่ำภาพนั้นลงบนโต๊ะทันทีด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ "เรื่องส่วนตัวของผม คุณเมษาน่าจะรู้ว่าไม่ควรล้ำเส้นนะครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนบาดลึกลงไปในความรู้สึกของหญิงสาว เมษาหน้าเสียเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความอับอาย "เมษาแค่เป็นห่วงนี่คะ อีกอย่าง... คุณพ่อคุณแม่ท่านบ่นคิดถึงเรื่องที่เราควรจะหมั้นกันได้แล้วนะคะ ห้าปีแล้วนะอคินที่เราคบกัน..." "ผมยังไม่มีความคิดเรื่องนั้น" อคินทร์ตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสคมกริบมองทะลุกระจกใสออกไปเบื้องล่าง รถราที่วิ่งพลุกพล่านไม่ได้ทำให้ใจเขาสงบลงเลย ภาพของรินรดายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ซ้ำเติมความโง่เขลาของตนเองในอดีต ลับหลังเมษาที่เดินออกไปด้วยความขัดแย้งในใจ อคินทร์หยิบภาพถ่ายใบนั้นขึ้นมาอีกครั้ง ปลายนิ้วกร้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะลูบไล้ไปบนใบหน้าของอดีตภรรยาในภาพ "ริน... เธออยู่ที่ไหน เธอกำลังทำอะไรอยู่..." เสียงพึมพำอย่างคนหมดแรงดังขึ้นในห้องทำงานที่กว้างใหญ่และอ้างว้าง ทว่า อคินทร์หารู้ไม่ว่า... ปลายทางของปารีสที่รินรดากำลังยืนอยู่นั้น ไม่ได้มีแค่ตัวเธอคนเดียวลำพังอีกต่อไปแล้ว และความลับที่ถูกปิดตายมาตลอดห้าปี กำลังจะเปิดฉากขึ้นพร้อมกับการเดินทางกลับมาเหยียบนครหลวงแห่งแฟชั่นของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากเมืองไทย... ที่บินไปเพื่อเจรจาธุรกิจ แต่กลับต้องไปพบกับความจริงที่อาจทำให้หัวใจของเขาแตกสละเป็นจุล นิ้วเรียวของรินรดากดรับโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้น ขณะกำลังนั่งจิบกาแฟยามบ่ายในร้านกาแฟสุดหรูริมแม่น้ำแซน "คุณแม่คะ! น้องมินท์วาดรูปคุณแม่เสร็จแล้วนะ มาดูเร็ว!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบเศษดังลอดออกมาจากปลายสาย พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาสว่างวาบ "ค่ะ คนเก่ง เดี๋ยวแม่รีบกลับไปหานะคะ" รินรดายิ้มกว้างด้วยความรักท่วมท้น แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะวางสาย สายตากลับเหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวลงมาจากรถยนต์คันหรูหน้าร้านกาแฟ ใบหน้านั้น... คมคาย เย็นชา และคุ้นตาจนแทบหยุดหายใจ อคินทร์! อดีตสามีผู้ใจร้ายปรากฏตัวขึ้นกลางกรุงปารีสอย่างไม่คาดฝัน และสายตาดุจเหยี่ยวคู่นั้นกำลังกวาดมองตรงมายังโต๊ะที่เธอนั่งอยู่พอดี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%