ความเงียบในคฤหาสน์หลังใหญ่ยามวิกาลไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับอคินทร์ หากแต่มันคือความคุ้นชินที่เขาเคยพึงพอใจด้วยซ้ำ พื้นที่ใช้สอยนับพันตารางเมตรถูกออกแบบมาเพื่อประกาศความสำเร็จและรสนิยมอันเหนือระดับของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทว่าในคืนนี้ ความเงียบงันเหล่านั้นกลับเปลี่ยนสภาพเป็นความว่างเปล่าที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจอย่างไร้เหตุผล
ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีที่ยังไม่ได้ถอดไทออกทิ้งตัวลงบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงในห้องนั่งเล่น ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เขาอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ ทุกมุมของห้องยังคงถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับภาพถ่ายในนิตยสารตกแต่งภายใน ไร้ซึ่งร่องรอยความรกหรือสิ่งของระเกะระะ แต่ทำไม... มันถึงดูไร้ชีวิตชีวาจนน่าใจหายขนาดนี้
ปกติเวลานี้ เสียงฝีเท้าเบาหวิวของรินรดากับถาดชาสมุนไพรอุ่นๆ ควรจะปรากฏขึ้นที่มุมสายตา พร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่เธอชอบส่งให้เขาเสมอ แม้เขาจะไม่เคยชายตาแลหรือเอ่ยปากขอบคุณเลยสักครั้ง เธอก็ยังคงทำหน้าที่ภรรยาในนามคนนี้ด้วยความเงียบสงบและอดทน
แต่วันนี้ ไม่มี...
มีเพียงความมืดสลัวและกลิ่นอายของความอ้างว้างที่เกาะกุมอยู่ในอากาศ
อคินทร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขาหยิบรีโมตขึ้นมาเปิดโทรทัศน์เพื่อกลบเสียงก้องในหัว แต่ภาพเคลื่อนไหวตรงหน้ากลับยิ่งตอกย้ำความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในบ้านหลังนี้ ร่างหนาลุกขึ้นเดินสำรวจไปทีละห้องอย่างไม่รู้ตัว เริ่มจากห้องครัวชั้นล่าง
ความสะอาดกริบของเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนบอกชัดเจนว่าไม่มีการใช้งานมาตั้งแต่เมื่อวาน ตู้เย็นเปิดออกดูพบเพียงความว่างเปล่าและวัตถุดิบที่เริ่มเหี่ยวเฉา ไม่มีกลิ่นหอมของอาหารค่ำที่ถูกอุ่นเตรียมไว้รอเขาดึกๆ ดื่นๆ ไม่มีแม้กระทั่งแก้วน้ำที่ถูกทิ้งไว้ในอ่างล้างจาน
"ไปไหนกันหมด..."
เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับความว่างเปล่าอย่างไม่สบอารมณ์ เขากำลังหงุดหงิดที่ข้าวของไม่เข้าที่เข้าทาง หรือบางที... เขากำลังหงุดหงิดที่ไม่มีใครมารອງรับอารมณ์ร้ายๆ ของเขาหลังกลับจากบริษัทกันแน่?
ความคิดนั้นทำให้มุมปากของชายหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันตัวเอง รินรดาก็แค่ผู้หญิงน่าเบ้ำที่เขาแต่งงานด้วยเพื่อความเหมาะสมตามคำสั่งของผู้ใหญ่ เธอไม่มีค่าพอจะทำให้เขาต้องใส่ใจด้วยซ้ำ การที่เธอหายออกไปจากบ้านสักวันสองวัน อาจจะเพราะงอนเรื่องไร้สาระตามประสาผู้หญิง หรือไม่ก็เรียกร้องความสนใจแบบที่เธอชอบทำลับหลังเขากระมัง
ชายหนุ่มสะบัดความคิดเหล่านั้นทิ้งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเท้าขึ้นบันไดวนสู่ชั้นสอง จุดหมายคือห้องนอนใหญ่ของเขา ทว่าขณะที่เดินผ่านหน้าห้องนอนเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยถูกจัดเตรียมไว้สำหรับ... บางอย่างที่เขาปฏิเสธที่จะมองเห็น ร่างสูงก็ต้องชะงักฝีเท้าลง
ประตูห้องนั้นปิดสนิท แต่ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากด้านหลังบานประตูไม้สักทองกลับหนักอึ้งเสียจนเขารู้สึกหายใจไม่ออก อคินทร์ขบกรามแน่น ความทรงจำเมื่อตอนเย็นแวบเข้ามาในหัว ภาพเอกสารหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานพร้อมลายเซ็นเรียบร้อยของรินรดา และคำพูดเยือกเย็นที่ออกจากปากเธอ
*“คุณอคินทร์ต้องการอิสระไม่ใช่เหรอคะ... งั้นก็เซ็นเถอะค่ะ รินคืนให้ทุกอย่างแล้ว”*
"ไร้สาระ..." เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามปัดเป่าความรู้สึกวูบโหวตในอกออกไป มือหนายื่นไปผลักประตูห้องนอนของตัวเองให้เปิดออกแล้วก้าวเข้าไปด้านในโดยไม่คิดจะหันกลับมามองอีก
แต่ไม่ว่าเขาจะพยายามบอกตัวเองว่านี่คือสิ่งที่เขาต้องการมาตลอด—อิสระและความสงบสุข—ความจริงที่ตบหน้าเขาอย่างจังในค่ำคืนนี้ก็คือ คฤหาสน์หลังใหญ่โตมโหฬารแห่งนี้ ไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยสักนิด... มันเหมือนหลุมพรางความหนาวเหน็บที่กำลังกลืนกินเขาทีละน้อยต่างหาก
อคินทร์โยนนาฬิกาข้อมือราคาแพงลงบนโต๊ะข้างเตียง เสียงกระทบเบาๆ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องนอนที่กว้างเกินความจำเป็น เขาทิ้งตัวลงนั่งขอบเตียงอย่างหมดแรง มือหนายกขึ้นนวดขมับตัวเองถี่ๆ เพื่อขับไล่ความปวดร้าวแปลกๆ ที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของเขาก็แผדเสียงดังลั่นทำลายความเงียบขึ้นมา อคินทร์หยิบมันขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิด หวังว่าปลายสายคงไม่ใช่เรื่องไร้สาระจากบริษัท แต่เมื่อหน้าจอแสดงชื่อของแม่บ้านเก่าแก่ที่ถูกจ้างให้มาคอยดูแลความเรียบร้อยในบ้านอีกหลัง เขาก็รีบกดรับทันทีด้วยความฉุนเฉียว
"มีอะไรดึกดื่น..."
"คุณอคินทร์คะ!แย่แล้วค่ะ!" เสียงปลายสายหอบสะท้านและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ "คือว่า... เอ่อ... มีคนเห็นคุณรินรดาที่... ที่โรงพยาบาลเอกชนย่านใจกลางเมืองค่ะ! เธอ... เธอหมดสติไปตอนกำลังทำเรื่องย้ายสัมภาระออกจากคอนโดเก่าของคุณชาย..."
หัวใจแกร่งของนักธุรกิจหนุ่มกระตุกวูบอย่างไร้ทิศทาง โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ ความเย่อหยิ่งและทระนงตนที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เมื่อประโยคถัดมาจากปลายสายพุ่งเข้าเสียบแทงกลางใจเขาอย่างจัง
"แถม... แถมคุณหมอยังบอกอีกนะคะว่า... คุณรินรดากำลังตั้งครรภ์ได้สามเดือนแล้วค่ะคุณชาย! แต่ตอนนี้... อาการน่าเป็นห่วงมากเพราะเธอเสียเลือดมากเกินไป...!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 3
บ้านที่ไม่มีเธอ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!