กลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์และน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องตรวจโรคเฉพาะทาง หญิงสาว ปลุกประสาทสัมผัสของรินรดาให้ตื่นตัวขึ้นจากความชาหน่วงในอก ปลายเรียวเล็บจิกเข้าหากันแน่นจนเนื้อแทบปริ เพื่อสะกดกลั้นเสียงสะอื้นที่จุกรื้นอยู่ลำคอ กระดาษแผ่นเล็กในมือสั่นเทาตามแรงสะท้อนของหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ—สองขีดสีแดงเข้มที่ปรากฏเด่นชัด คือเครื่องประหารชีวิตที่ตอกย้ำว่า ในวันที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับอคินทร์เดินทางมาถึงจุดแตกหักจนไม่เหลือเยื่อใย ชีวิตใหม่อีกหนึ่งชีวิตกลับปฏิสนธิขึ้นมาอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่
"คุณรินรดาคะ ผลตรวจยืนยันแน่ชัดแล้วนะคะ ตั้งครรภ์ได้สัปดาห์ที่ห้าแล้วค่ะ"
น้ำเสียงของแพทย์หญิงวัยกลางคนเปี่ยมด้วยความห่วงใย แต่มันกลับดังสะท้อนก้องกังวานคล้ายเสียงระฆังแห่งความหายนะในโสตประสาทของรินรดา รอยยิ้มขื่นขมผุดขึ้นที่มุมปาก บางเบาจนแทบไม่เรียกว่ารอยยิ้ม หยาดน้ำใสที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางเอ่อล้นทะลักทลายอาบสองแก้มเนียนอย่างเงียบงัน ทารกน้อยในครรภ์... เลือดเนื้อเชื้อไขของคนที่เหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธออย่างไร้ความปรานี คนที่บอกว่าการมีอยู่ของเธอเป็นเพียงภาระน่ารำคาญในชีวิตของเขา
ภาพใบหน้าเย็นชาและคำพูดเฉือดเฉือนของอคินทร์ในคืนวันหย่าผุดขึ้นมาซ้ำๆ ในหัว "เธอคิดว่าตัวเองมีค่าพอจะเรียกร้องอะไรจากฉันอีกงั้นเหรอ รินรดา... ใบหย่านี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำสำหรับผู้หญิงเห็นแก่ตัวอย่างเธอ"
คำพูดเหล่านั้นกรีดลึกซ้ำเติมบาดแผลฉกรรจ์ หากเขารู้ว่าเธอกำลังตั้งท้อง ลูกคนนี้จะกลายเป็นเครื่องมือชิ้นใหม่ให้เขาเหยียบย่ำ หรืออาจจะถูกพรากไปจากอกโดยอ้างอำนาจและเงินตราที่เขามีล้นฟ้า ความกลัวที่จะสูญเสียลูกน้อยแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูผิว รินรดากุมหน้าท้องแบนราบของตนเองไว้แน่น สัญชาตญาณความเป็นแม่ถูกปลุกเร้าให้เข้มแข็งขึ้นในวินาทีที่แตกสลายที่สุด
"หมอคะ... ดิฉันขอร้องอะไรสักอย่างได้ไหมคะ" เสียงหวานสั่นเครือเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตที่เคยอ่อนแอ บัดนี้กลับฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่แม้แต่คุณหมอยังต้องประหลาดใจ "เก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้ไหมคะ... อย่าให้มีชื่อฉันอยู่ในระบบเวชระเบียนที่นี่ และอย่าให้ใครหน้าไหนล่วงรู้เรื่องนี้เป็นอันขาด"
ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ตระหง่านใจกลางเมือง บรรยากาศภายในห้องทำงานส่วนตัวของอคินทร์คุกรุ่นไปด้วยความตึงเครียด ชายหนุ่มร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปกำลังยืนมองเอกสารการหย่าที่ถูกเซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วบนโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกวาดมองข้อความด้วยความว่างเปล่า ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ มีเพียงความหงุดหงิดระคนรำคาญใจที่สลัดไม่หลุด
"คุณอคินทร์คะ เมษาเอาแฟ้มสรุปยอดขายไตรมาสนี้มาให้เซ็นค่ะ"
เสียงหวานดัดจริตของเมษาดังขึ้นพร้อมกับร่างอรชรในชุดเดรสแนบเนื้อที่ก้าวเข้ามาประชิดตัว มือเรียวลูบไล้ไปตามปกเสื้อสูทของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ทว่าในยามปกติที่อคินทร์มักจะปล่อยให้เธอยั่วเย้าตามอำเภอใจ วันนี้เขากลับปัดมือเธออกอย่างไม่ใยดี จนเมษาหน้าเสีย
"ออกไปก่อน เมษา" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยอย่างราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นจนน่ากลัว
"แต่... คุณอินคะ เมษาเป็นห่วงคุณนะ ตั้งแต่นยัยรินรดาอะไรนั่นหย่าแล้วไสหัวออกไป คุณก็ดูหงุดหงิดตลอดเวลาเลย หรือว่าคุณยัง..."
"ฉันบอกให้ __ออกไป__" อคินทร์ตวัดสายตาคมกริบมองหญิงสาวจนเธอยอมถอยกรูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์
คล้อยหลังเมษา ชายหนุ่มทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง นิ้วเรียวยาวนวดคลึงขมับตัวเองเบาๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจเขา มันไม่ใช่ความเสียใจ... เขาบอกตัวเองเช่นนั้น รินรดาก็เป็นเพียงผู้หญิงน่าเบื่อคนหนึ่งที่เขาแต่งงานด้วยเพราะความจำเป็นทางธุรกิจ ไม่มีสิทธิ์มีเสียง และไม่มีค่าพอให้ใส่ใจ แต่ทำไม... ยามที่นึกถึงแววตานิ่งสนิทไร้ประกายความรักในวินาทีที่เธอจรดปากกาเซ็นใบหย่า หัวใจของเขากลับกระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ทอดสายตามองออกไปเบื้องล่าง ทว่าความคิดกลับวนเวียนอยู่กับความจริงที่ว่า ผู้หญิงคนนั้นหายออกไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีแม้แต่การเรียกร้องทรัพย์สินเงินทองติดตัวไปสักบาทเดียว ราวกับต้องการตัดขาดจากเขาให้เด็ดขาดที่สุด
ตัดภาพมาที่เมืองชายทะเลอันเงียบสงบ ห่างไกลจากความวุ่นวายและเงาแค้นของอคินทร์ รินรดากำลังยืนรับลมทะเลเย็นๆ บนระเบียงห้องพักขนาดกะทัดรัด แสงอาทิตย์ยามอัสดงสาด 121 สีส้มอมชมพูอาบท้องฟ้า ทว่าความงามเบื้องหน้าไม่สามารถกลบเกลื่อนความกังวลในใจเธอได้ เธอย้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยเงินเก็บก้อนสุดท้ายที่มี หางานแปลเอกสารเล็กๆ น้อยๆ ทำเพื่อประทังชีวิต และที่สำคัญที่สุด... เธอกำลังปกป้องสายเลือดของอคินทร์จากเงื้อมมือของซาตานร้ายตัวนั้น
มือเรียวบางลูบไล้หน้าท้องที่เริ่มนูนขึ้นเล็กน้อยด้วยความรักล้นปรี่ "ลูกแม่... เราอยู่กันแค่สองคนแม่ลูกนะลูก ไม่ว่าพ่อเขาจะตามหาเราเจอหรือไม่ก็ตาม แม่ไม่มีวันยอมให้ใครมาพรากลูกไปจากแม่เด็ดขาด"
ทว่า โลกใบนี้ช่างกลมและโหดร้ายเสียเหลือเกิน ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าตนเองหนีพ้นจากอดีตอันเจ็บปวดแล้ว ข่าวหน้าหนึ่งของนิตยสารธุรกิจชื่อดังที่วางอยู่บนโต๊ะกาแฟในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ภาพถ่ายของอคินทร์ที่มาร่วมงานเปิดตัวสาขาใหม่ในจังหวัดใกล้เคียงปรากฏหราอยู่บนนั้น พร้อมกับข้อความพาดหัวตัวโตที่ทำเอาขาเรียวแทบทรุด
*“อคินทร์ นักธุรกิจหนุ่มหมื่นล้าน ทุ่มงบกวาดซื้อที่ดินริมหาดฝั่งตะวันตกทั้งหมด เตรียมเนรมิตโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่แห่งปี!”*
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อตระหนักได้ว่า... ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้ เหลือเพียงแค่ไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น!
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอกห้องพัก พร้อมกับเสียงเจ้าของหอพักที่ตะโกนเข้ามา "คุณรินคะ มีพัสดุด่วนส่งตรงจากบริษัทอสังหาฯ รายใหญ่ในเมืองค่ะ เขาบอกว่าให้แจกจ่ายเอกสารแจ้งเวียนให้ผู้เช่าทุกคนทราบเรื่องการเวนคืนที่ดินค่ะ!"
รินรดากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนสั่นเทา ความหนาเหน็บแล่นริ้วจากปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผม เมื่อเธอมองเห็นชื่อบริษัทในเอกสารแจ้งเวียนผ่านรอยแยกของประตู... มันคือเครือบริษัทในเครือของอคินทร์! เขากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เธอทุกที... และความลับในครรภ์นี้ กำลังจะถูกเปิดเผยในไม่ช้า!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 2
ความลับในครรภ์
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!