เสียงกระดาษ A4 สองแผ่นที่ถูกเลื่อนข้ามพื้นผิวกระจกโต๊ะทำงานราคาแพงลิบลิ่ว ไม่ได้สร้างความสนใจให้ผู้เป็นเจ้าของห้องแม้แต่น้อย
อคินทร์ยังคงก้มหน้าอยู่เหนือเอกสารงบการเงินไตรมาสสุดท้าย ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะตามความหงุดหงิดที่ยังเคลียร์ไม่ลงตัว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบผสมวนิลมาราคาแพงระยับที่อบอวลอยู่รอบตัว ไม่ใช่กลิ่นกายของภรรยาตามกฎหมาย แต่เป็นกลิ่นของเมษา—นางแบบสาวดาวรุ่งที่เพิ่งเดินนวยนาดเข้ามาอาสา "นวดผ่อนคลาย" ให้เขาถึงในห้องทำงานส่วนตัวเมื่อสิบนาาทีก่อน
"รินมีงานด่วนต้องเซ็นค่ะ... รบกวนเวลาคุณอคินทร์สักสามนาทีนะคะ"
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความสั่นเครือ หรือแม้แต่ความน้อยเนื้อต่ำใจที่เคยมีติดตัวมาตลอดห้าปีในฐานะ "คุณนายแห่งอคินทร์โฮลดิ้งส์" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างขวางตระหง่านบนชั้นเจ็ด The Zenith Tower ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิวแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของหญิงสาว
อคินทร์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแววรำคาญอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากหยักลึกเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะหยันตามนิสัยผู้ชายที่มั่นใจว่าตนเองคือศูนย์กลางจักรวาล เขามองผู้หญิงตรงหน้าที่แต่งกายด้วยชุดสูทกระโปรงเรียบร้อยสีเทาเข้ม—ชุดยูนิฟอร์มของความจืดชืดที่เขาเบื่อหน่ายเต็มทน
"เซ็นอะไรของเธออีก รินรดา? ถ้าเป็นเรื่องงบประมาณมูลนิธิการกุศลอะไรนั่น ฉันบอกเธอไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้วว่าไม่มีเวลามาเซ็นอะไรไร้สาระพวกนั้น โปรジェクト (Project) ของเมษากำลังจะเปิดตัว ฉันต้องทุ่มงบให้ทางนั้นก่อน" อคินทร์พูดโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลกระดาษแผ่นบนโต๊ะ เมษาที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่สีเขียวมรกตส่งเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ อย่างได้ใจ มือเรียวยาวลูบไล้อยู่ที่พนักพิงโซฟาเสมือนประกาศอาณาเขตกลายๆ
รินรดายืนนิ่ง ขาเรียวภายใต้ถุงน่องเนื้อเนียนไม่แม้แต่จะสั่น ความเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจจนพรุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา บัดนี้มันด้านชาเสียจนกลายเป็นความว่างเปล่า เธอมองหน้าสามี... ผู้ชายที่เธอเคยคิดว่าคือโลกทั้งใบ ผู้ชายที่เธอเคยยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งศักดิ์ศรีเพื่อก้าวเข้ามาเป็น "เงา" ในชีวิตเขา
เขาก็ยังคงเป็นอคินทร์คนเดิม ผู้เย่อหยิ่ง เย็นชา และโง่เขลาในเกมความรู้สึก
"ไม่ใช่เรื่องงบประมาณมูลนิธิหรอกค่ะ" รินรดายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นบางเบายิ่งกว่าสายหมอกยามเช้า แต่กลับทำให้อคินทร์รู้สึกขัดหูขัดตาอย่างประหลาด "มันเป็นเอกสารสำคัญกว่านั้น... สำคัญต่ออนาคตของคุณ และสำคัญต่ออิสรภาพของฉัน"
อคินทร์ขมวดคิ้วมุ่น เขาวางปากกาลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นลั่นห้อง ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเท้าเข้าหาภรรยาด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งสูงขึ้นเป็นริ้วๆ เขายื่นมือไปหยิบกระดาษสองแผ่นนั้นขึ้นมาพลิกดูด้วยความรำคาญใจ
ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกริบกวาดผ่านข้อความตัวอักษรบนหัวกระดาษ บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว
*หนังสือหย่า*
คำตัวโตๆ ปรากฏเด่นชัดเจน ดวงตาคมกริบของอคินทร์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น ก่อนที่มันจะกลับมาเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสันกรามเด่นชัด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ
"เธอเล่นบ้าอะไรของเธอ รินรดา!" อคินทร์ตวาดลั่น ห้องทำงานเก็บเสียงอย่างดีสั่นสะเทือนด้วยแรงอารมณ์ เขากำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ "อยากหย่างั้นเหรอ? คิดว่าฉันไม่มีปัญญาหาเมียใหม่หรือไง ถึงต้องมานั่งง้อผู้หญิงจืดชืดอย่างเธอ!"
เมษาที่เห็นท่าไม่ดีรีบเดินเข้ามาแตะแขนแกร่งของอคินทร์เบาๆ น้ำเสียงดัดจริตเอ่ยขึ้นราวกับนางเอกผู้แสนดี "พี่คินคะ ใจเย็นๆ ก่อนค่ะ... พี่รินคงแค่เรียกร้องความสนใจไปอย่างนั้นแหละค่ะ ช่วงนี้พี่คินให้เวลากับเมษามากไปหน่อย พี่รินคงน้อยใจตามประสาคนว่างงานน่ะค่ะ"
คำว่า "คนว่างงาน" และน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถางนั้นสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท รินรดาสบตาเมษาแวบหนึ่ง... แววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวจนเมษาถึงกับชะงัก ถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มสวยของอดีตภรรยาผู้ถูกตราหน้าว่าอ่อนแอมาตลอด
"ขอบคุณนะคะคุณเมษา ที่ช่วยเตือนความจำฉัน..." รินรดาหันกลับมาสบตากับสามีผู้กำลังเดือดดาลด้วยเพลิงโทสะ "ใช่ค่ะ ฉันมันคนว่างงาน... ว่างมากพอที่จะไม่เอาเวลาทั้งชีวิตมาทิ้งไว้กับสามีที่เห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าภรรยา และว่างมากพอที่จะเซ็นชื่อลงไปในฐานะ 'ฝ่ายหญิง' เรียบร้อยแล้วด้วยค่ะ"
อคินทร์ชะงัก ก้มมองลายเซ็นบรรจงเรียบร้อยที่มุมล่างขวาของกระดาษ ลายเซ็นของรินรดา... มันถูกเซ็นด้วยหมึกสีดำสนิท ไร้ซึ่งรอยเปื้อน ไม่มีรอยหยดของน้ำตาแม้แต่หยดเดียว!
ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่ความอาลัยอาวรณ์เหมือนผู้หญิงที่ผ่านมาคร่ำครวญขอความรักจากเขาในอดีต
หัวใจของอคินทร์กระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาจุกที่ลำคอ ราวกับมีก้อนสะอื้นอัดอั้นอยู่ที่หน้าอกโดยไร้สาเหตุ แต่ทิฐิและศักดิ์ศรีค้ำคอทำให้เขาแค่นหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น เพื่อกลบเกลื่อนความโกลาหลที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก
"ดี! อยากหย่านักใช่ไหม? คิดเหว่าออกไปแล้วจะมีปัญญาไปซมซานอยู่ที่ไหน ไสหัวออกไปจากชีวิตฉันซะ! อย่าลืมเก็บเศษสวะของเธอไปให้หมด และจำไว้... อย่าได้กลับมาคลานเข่าขอร้องฉันทีหลังก็แล้วกัน!" อคินทร์ขว้างกระดาษใบหย่าลงกับพื้นอย่างไร้เยื่อใย ดวงตาสสีเข้มจ้องมองเธอนิ่งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
รินรดาก้มมองกระดาษแผ่นนั้นที่นอนนิ่งอยู่บนพรมราคาแพง เธอย่อตัวลงเก็บมันขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ อย่างทะนุถนอม ราวกับมันคือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่เธอโหยหามาตลอดห้าปี
เธอยืดตัวขึ้นตรง สบตาผู้ชายที่เธอเคยรักหมดหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย แววตาคู่นั้นว่างเปล่า... ไร้รัก ไร้เกลียด ไร้ความรู้สึกใดๆ สิ้นเชิง
"ค่ะ... เชิญคุณอคินทร์มีความสุขกับอนาคตและคุณเมษาตามสบายนะคะ ลาก่อนค่ะ... อดีตสามี"
รินรดากลับหลังหันอย่างเด็ดเดี่ยว เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กริ๊บ... กริ๊บ...* เป็นจังหวะมั่นคง ทุกย่างก้าวคือการตัดขาดจากนรกที่เธอทนอยู่มาเนิ่นนาน โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นصفเสี้ยววินาที
อคินทร์ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม มือหนากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเงียบงันในห้องทำงานกลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าเสียงกรีดร้อง เมื่อประตูกระจกบานใหญ่ปิดสนิทลง ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยรู้จัก—ความหวาดกลัวลึกๆ ที่กัดกินขั้วหัวใจ—ก็เริ่มแผ่ขยายออกอย่างไร้การควบคุม
ทว่า... ในจังหวะที่รินรดาก้าวพ้นประตูกระจกออกไปสู่ลิฟต์โดยสารส่วนตัว เพื่อเดินทางกลับไปยังคอนโดมิเนียมเงียบสงบที่เธอซื้อไว้ด้วยเงินเก็บของตัวเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ
เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด กดรับสายโดยไม่มองหน้าจอ
"มีอะไร! ถ้าไม่ใช่เรื่องหุ้นตกก็อย่าโทรมา!"
*(คุณอคินทร์คะ... ดิฉันโทรจากโรงพยาบาลเอกชนเซนต์แมรี่ค่ะ พอดีคุณแม่บ้านพา 'น้องมินท์' เด็กชายวัยสี่ขวบที่บอกว่าเป็นลูกชายของคุณ... เอえ... เกิดอุบัติเหตุลื่นล้มหัวกระแทกขอบโต๊ะ อาการค่อนข้างสาหัส ตอนนี้เด็กน้อยหมดสติและต้องการเลือดกรุ๊ปพิเศษ... กรุ๊ป AB Rh- negative ด่วนที่สุดค่ะ!)*
ร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ยืนแข็งทื่อ โทรศัพท์ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนในเสี้ยววินาทีนั้น... ลูกชาย? เด็กชายวัยสี่ขวบที่เขาไม่เคยสนใจไยดี และไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นอย่างไร!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความเจ็บปวดครั้งนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 1
ใบหย่าที่ไร้รอยน้ำตา
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!