กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องรับรองวีไอพีไม่ได้ช่วยให้หยเหงื่อกาฬที่ซึมตามไรผมของอคินทร์เหือดแห้งลงได้เลย ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งทำให้แผ่นหลังของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเยือกแข็งราวกับถูกฉาบไว้ด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
ลมหายใจของอคินทร์ขาดห้วงไปในทันที... ดั่งโลกทั้งใบหยุดหมุนลงตรงวินาทีที่ประตูกระจกฝ้าของห้องประชุมถูกผลักเปิดออก พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยราวสี่ขวบที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาซุกตัวหลบหลังชายกระโปรงของรินรดา
"คุณแม่ครับ... มินท์อยากกินไอศกรีมรสรอยัลวานิลลาที่อยู่ชั้นล่างจังเลยครับ"
เสียงใสแจ๋วที่เอื้อnเอ่ยออดอ้อนนั้นก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของอคินทร์ ทว่า... สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก หาใช่ถ้อยคำออดอ้อนนั้นไม่ หากแต่เป็น "ใบหน้า" และ "ดวงตา" คู่กลมโตที่เงยขึ้นสบตากับเขาเข้าอย่างจัง
ร่างสูงสง่าของอคินทร์เซถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเย็นชามาตลอดชีวิต บัดนี้เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่น ราวกับคนตาบอดที่จู่ๆ ก็มองเห็นแสงสว่างจ้าในความมืดมิด
*นั่นมัน...*
อคินทร์รู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นแล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ภาพในอดีตซ้อนทับขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ สมัยที่เขายังเป็นเด็กชายตัวเล็กๆ วัยไล่เลี่ยกันในอัลบั้มภาพเก่าแก่ของตระกูล... โครงหน้าเรียวได้รูป ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยยามดื้อรั้น และที่สำคัญที่สุด... ไฝเม็ดเล็กจางๆ ที่ประดับอยู่บริเวณมุมหางตาข้างขวา
เด็กผู้ชายคนนี้... ถอดแบบมาจากเขาทุกกระเบียดนิ้ว!
"มองอะไรคะคุณอคินทร์?"
เสียงหวานเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความเย้ยหยันหยาดเยิ้มของรินรดา ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบงัน นางก้าวเข้ามาบังร่างป้อมของลูกชายไว้ครึ่งหนึ่ง สองมือเรียวยกขึ้นกอดอกด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปจากอดีตราวฟ้ากับเหว หญิงสาวผู้เคยอ่อนแอ ยอมก้มหัวให้เขาเหยียบย่ำหัวใจในอดีต บัดนี้ยืนหยัดอย่างมั่นคง แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววอ้อนวอนขอความรัก บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาเสียจนน่าใจหาย
"เด็กคนนี้..." อคินทร์เค้นเสียงลอดไรฟันออกมาอย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากจนแทบเปล่งเสียงไม่เป็นคำ "ริน... เด็กคนนี้เป็นใคร?"
รินรดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่บาดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจของคนฟัง นางกวาดสายตามองชายหนุ่มผู้เคยได้ชื่อว่าเป็นสามีด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพชเวทนา
"ทำไมคะ? ประธานอคินทร์ผู้ยิ่งใหญ่ ถึงกับพูดติดอ่างเชียวหรือคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ "เด็กคนนี้จะเป็นใคร... มันก็เรื่องส่วนตัวของดิฉัน ไม่มีความจำเป็นอันใดที่อดีตสามีไร้เยื่อใยอย่างคุณจะต้องมาใส่ใจ"
"รินรดา!" อคินทร์คำรามต่ำในลำคอ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมากลบความตกใจชั่วขณะ เขาก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ร่างสูงใหญ่คุกคามจนรินรดาก้าวถอยหลังไปติดขอบโต๊ะทำงาน "ตอบฉันมา! เด็กคนนี้อายุเท่าไหร่? เขาเกิดเดือนไหน ปีไหน!"
อคินทร์ไม่ยอมปล่อยให้ความสงสัยกัดกินวิญญาณอีกต่อไป สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน ย้อนเวลากลับไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว... ช่วงเวลาก่อนหน้าที่รินรดาจะหายตัวไปจากชีวิตเขาอย่างไร้ร่องรอย ช่วงเวลาที่เขาเคยเอ่ยปากไล่นางอย่างไร้เยื่อใย ช่วงเวลาที่นางเคยพยายามเอ่ยปากบอกอะไรบางอย่าง แต่มือหนาของเขากลับผลักไสนางลงไปนอนกองกับพื้น พร้อมกับคำพูดที่ว่า...
*'อย่ามาทำมารยาใส่ฉัน! ถ้าเธอท้องมารยาพวกนี้ ฉันก็จะไม่มีวันรับเด็กเปรตนี่เป็นสายเลือดเด็ดขาด!'*
คำพูดในอดีตย้อนกลับมาตบหน้าอคินทร์อย่างฉาดใหญ่ จนชาไปทั่วทั้งใบหน้า ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มด้วยความตระหนก ถ้านี่คือลูกของเขา... ถ้าเด็กคนนี้คือสายเลือดแท้ๆ ของเขา... เท่ากับว่าเขาได้ทำลายอนาคตของลูกตัวเองด้วยมือข้างขวาของตนเองอย่างนั้นหรือ?
"คุณไม่มีสิทธิ์มาถามเรื่องนี้กับดิฉันค่ะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันอย่างไม่เกรงกลัว มือเล็กดันอกแกร่งให้ออกห่างจากตัว "ในเมื่อเอกสารหย่าเราเซ็นกันไปเรียบร้อยแล้ว ในทางกฎหมายและในทางพฤติกรรม เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันอย่างสมบูรณ์แบบ คุณลืมไปแล้วหรือคะว่าคุณเป็นคนประกาศเองว่า... รินเป็นแค่ตัวน่ารำคาญในชีวิตคุณ"
"แต่เด็กคนนี้..." อคินทร์ชี้มือไปที่ร่างเล็กที่ยังคงเกาะขาแม่แน่น ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ "หน้าตาเขาเหมือนฉัน! เหมือนยิ่งกว่าแกะ! เธอจะปฏิเสธได้อย่างไรว่าเขาไม่ใช่ลูกของฉัน!"
"หึ..." รินรดาเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยร่องรอยแห่งความเจ็บปวดในอดีตที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง แต่นางเก็บซ่อนมันไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากแห่งความแข็งแกร่ง "โลกนี้คนหน้าตาคล้ายกันมีตั้งเยอะแยะค่ะคุณอคินทร์ หรือว่าประธานบริษัทใหญ่อย่างคุณ จะมีความคิดตื้นเขินคิดไปเองว่าเด็กทุกคนบนโลกใบนี้ที่หน้าตาคล้ายคุณ จะต้องเป็นลูกของคุณทั้งหมด?"
"รินรดา!" อคินทร์กัดฟันกรอดจนสันกรามปูดนูน เขาอยากจะกระชากตัวนางเข้ามาเขย่าให้สาสมกับความอวดดีนี้เหลือเกิน แต่ติดตรงที่สายตากลมโตคู่ใสซื่อของเด็กชายตัวน้อยที่เงยขึ้นมองเขาด้วยความหวาดระแวง ทำให้นิ้วมือที่กำเข้าหากันแน่นจนสั่นเทาต้องคลายออก
เด็กชายมินท์เอียงคอมองชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ที่กำลังทำท่าทางน่ากลัวใส่คุณแม่ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาบังหน้ารินรดาไว้ พร้อมกับส่งเสียงเล็กๆ ออกมาว่า
"คุณลุงหน้าดุคนนี้... นิสัยไม่ดีเลยครับแม่ ทำไมต้องตะโกนใส่คุณแม่ด้วยล่ะครับ มินท์ไม่ชอบเลย"
คำพูดซื่อประสาเด็กของน้องมินท์ เปรียบเสมือนค้อนเหล็กอันใหญ่ที่ทุบลงกลางศีรษะของอคินทร์จนมึนงงไปหมด หัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างรุนแรง ราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่ขั้วหัวใจ ลูกชาย... ลูกแท้ๆ ของเขากำลังมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว และเอ่ยปากว่าเขาเป็นคน "นิสัยไม่ดี"
นี่คือบทลงโทษที่สาสมที่สุดแล้วใช่ไหม สำหรับความเย็นชาและความโหดร้ายที่เขาเคยกระทำไว้ในอดีต?
อคินทร์ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นพรมราคาแพง เพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชายตัวน้อย ลืมสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่เคยยึดถือมาทั้งชีวิต มือหนาสั่นเทายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนกลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อย ทว่า...
"ถอยไปค่ะ!"
รินรดาก้าวเข้ามาปัดมือของอคินทร์ออกอย่างไม่ใยดี นางดึงตัวน้องมินท์เข้าสู่อ้อมกอด ป้องกันไม่ให้สัมผัสอันแปดเปื้อนของอคินทร์เข้าใกล้ลูกชายแม้แต่น้อย
"อย่าบังอาจเอามือสกปรกของคุณมาแตะต้องลูกของฉัน!" นางตวาดเสียงกร้าว ดวงตาคู่สวยแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่อัดอั้นมานานหลายปี "จำใส่สมองของคุณไว้ซะนะอคินทร์ ว่าลูกคนนี้ไม่มีพ่อ... และพ่อของเขาตายไปจากใจของดิฉันตั้งแต่เมื่อสี่ปีที่แล้ว!"
บรรยากาศภายในห้องรับรองตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด อคินทร์คุกเข่าอยู่กับพื้น เงยหน้ามองอดีตภรรยาและเด็กชายผู้เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตนด้วยหัวใจที่แหลกสลายเป็นจุล เขาพ่ายแพ้... พ่ายแพ้อย่างราบคาบให้กับความเย็นชาและกำแพงหนาที่นางสร้างขึ้นมาเพื่อลงทัณฑ์เขา
ทว่า... ในวินาทีที่อคินทร์กำลังจะเอ่ยปากขอร้องอ้อนวอนให้นางให้อภัย เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ประตูกระจกเปิดผางออกโดยไม่รอให้อذنอนุญาต ร่างเพรียวระหงของเมษาในชุดแบรนด์เนมราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้า หล่อนถือแฟ้มเอกสารโครงการสำคัญในมือ โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศอันคุกรุ่นภายในห้องแม้แต่น้อย
"พี่คินคะ เอกสารโครงการรีสอร์ทที่เกาะสมุย... อุ๊ย!" เมษาอุทานออกมาเสียงหลง เมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพตรงหน้า "นี่มันอะไรกันคะเนี่ย? ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงพาเด็กที่ไหนก็ไม่รู้เข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของพี่คินได้ล่ะคะ?"
เมษาขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานด้วยท่าทีแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมกับชี้นิ้วไปที่น้องมินท์ด้วยสายตาดูแคลน "เด็กหน้าตา-_ปรกแบบนี้ เข้ามาในตึกบริษัทเราได้ยังไง รินรดา... เธอหน้าด้านขนาดนี้เชียวหรือ ถึงได้พาเด็กเร่ร่อนมาหากินถึงที่นี่ คิดจะมาเกาะพี่คินกินต่อหรือไงกัน!"
เพี๊ยะ!
เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้อง จนเมษาหน้าหันไปตามแรงเหวี่ยง ร่างระหงเซถอยหลังไปชนมุมโต๊ะทำงานด้วยความตกตะลึง
อคินทร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววสับสน บัดนี้ลุกโชนไปด้วยเพลิงโทสะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เมษาเคยเห็นมา เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในนี้... และใครอนุญาตให้เธอปากดีใส่ลูกของฉัน!"
คำประกาศกร้าวที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของอคินทร์ ทำให้เมษาเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด หญิงสาวหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ขณะที่รินรดาก็ชะงักค้าง หันขวับมามองหน้าอดีสามีด้วยแววตาเต็มไปด้วยความระแวงสงสัยขั้นสุด
อคินทร์หันกลับมามองหน้ารินรดา ลมหายใจหอบถี่ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเอ่ยประโยคที่ทำลายความเงียบทั้งหมดลงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว
"ริน... บอกฉันมาตามตรงเถอะนะ..." อคินทร์ก้าวเข้าไปใรนรดาช้าๆ ด้วยแววตาสายตาที่เจ็บปวดร้าวรานที่สุดในชีวิต "เด็กคนนี้... คือลูกของเราใช่ไหม? เด็กคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันจริงๆ ใช่ไหมรินรดา!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 9
มินท์คือใคร?
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!