หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 8

สายตาที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
แก้วไวน์ทรงสูงในมือของอคินทร์เกือบจะหลุดร่วงลงสู่พื้นพรมราคาแพง หากปลายนิ้วแกร่งจะไม่ไหวตัวทันเกร็งกระชับมันไว้เสียก่อน ของเหลวสีทับทิมเข้มกระเพื่อมไหวสะท้อนกับแสงไฟคริสตัลระยิบระยับในห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ทว่ามันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความปั่นป่วนที่กำลังตีรวนขึ้นในอกของเขา รินรดาไม่ได้เป็นผู้หญิงเงียบงัน เจียมเนื้อเจียมตัว และสวมใส่เสื้อผ้าสีพื้นเชยๆ เพื่อกลืนหายไปกับความว่างเปล่าในคฤหาสน์ตระกูลอคินทร์อีกต่อไปแล้ว ภาพตรงหน้าสะท้อนหญิงสาวในชุดราตรีผ้าไหมสีมรกตเข้ารูป ขับเน้นส่วนโค้งเว้าที่เคยถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้เสื้อผ้าตัวโคร่ง เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้ครึ่งศีรษะ ปล่อยปอยผมคลอเคลียกรอบหน้าคมคายที่แต้มแต่งด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าเฉี่ยวคมและทรงพลัง ท่าทีของเธอยามสนทนากับนักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติเต็มไปด้วยความมั่นใจ รอยยิ้มที่แย้มรับอย่างพอเหมาะพอดี และเสียงหัวเราะที่กังวานอย่างเป็นธรรมชาติ... มันช่างเปล่งประกายเจิดจ้า จนบาดลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของสามีเก่าผู้ไม่เคยเหลียวแล "คุณรินรดาดูเปลี่ยนไปมากเลยนะครับ จากที่เคยเป็นแค่เงาตามตัวคุณอคินทร์ในวันนั้น วันนี้เธอกลายเป็นดาวเด่นที่ใครๆ ก็อยากเข้าหาเสียแล้ว" เสียงกระซิบจากเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งดังขึ้นข้างกาย แต่อคินทร์ไม่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นเลย โลกทั้งใบของเขาราวกับถูกดึงเสียงออก เหลือเพียงภาพของหญิงสาวที่เขากล้าพูดอย่างเต็มปากว่าเคยเป็น "เจ้าของกรรมสิทธิ์" แต่บัดนี้ เธอกลับยืนอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขาโดยสิ้นเชิง อคินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของเขา มันไม่ใช่ความหึงหวงในแบบที่ชายหนุ่มควรจะมีต่ออดีตภรรยา แต่มันคือความกระวนกระวายใจ... ความรู้สึกเหมือนคนกำลังสูญเสียสิ่งของมีค่าที่สุดไปโดยไม่ทันตั้งตัว และเมื่อหันกลับมามองอีกที มันก็หลุดลอยเกินกว่าจะเอื้อมคว้า "ริน" เขาเอמהเรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าโดยไม่รู้ตัว แต่ทว่าเสียงเพลงคลอเบาๆ และเสียงพูดคุยรอบกายกลับกลืนกินมันลงไปหมด รินรดาไม่แม้แต่จะหันมามอง ราวกับว่าพยางค์สั้นๆ นั้นเป็นเพียงเสียงลมพัดผ่านที่ไม่มีค่าควรแก่การใส่ใจ ความเย่อหยิ่งและทระนงตนที่อคินทร์ยึดถือมาตลอดชีวิตเริ่มสั่นคลอน เขาเคยชินกับการเป็นจุดศูนย์กลางของทุกสายตา เคยชินกับการมีผู้หญิงวิ่งเข้าหาและยอมก้มหัวให้ แต่กับรินรดา... ผู้หญิงคนที่เคยนั่งรอเขาบนโซฟาตัวเดิมอย่างไร้ความหมายจนถึงตีสองทุกคืน วันนี้เธอกลับเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงธาตุอากาศ "มองอะไรอยู่หรือคะคุณอคินทร์?" เสียงหวานหยดย้อยที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ฉุนกึกจนน่าเวียนหัว เมษาในชุดราตรีสีแดงเพลิงก้าวเข้ามาเบียดชิด แขนเรียวสอดเข้ามาคล้องศอกของเขาอย่างถือวิสาสะ ดวงตาส่อแววเยาะเย้ยขณะเหลือบมองไปยังร่างของรินรดาที่กำลังหัวเราะร่าเริงกับชายหนุ่มอีกคน "ผู้หญิงคนนั้น... วันนี้แต่งตัวจัดจ้านเกินงามไปหน่อยนะคะ สงสัยคงอยากเรียกร้องความสนใจจากพวกผู้ชายแถวนี้หลังจากหย่าไปจนเนื้อเต้น" เมษาจงใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะให้คนรอบข้างได้ยิน โดยหวังจะลดทอนคุณค่าของอีกฝ่าย แต่อคินทร์กลับไม่รู้สึกสะใจตามที่เมษาคาดหวัง ตรงกันข้าม... คำพูดนั้นกลับทำให้กรามแกร่งของเขาขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวสายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่โกรบรินรดา แต่เป็นความหงุดหงิดที่เอ่อล้นต่อท่าทีตีสนิทของเมษา "ถอนคำพูดนั้นซะ เมษา" อคินทร์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังระหงของอดีตภรรยา "แล้วก็... เอามือของคุณออกไปจากแขนผมด้วย" เมษาชะงัก สีหน้าถอดสีด้วยความตกใจ เธอนึกไม่ถึงว่าอคินทร์จะหักหน้าเธอต่อหน้าคนหมู่มากเช่นนี้ "คุณคินทร์..." อคินทร์ไม่สนใจไยดีหญิงสาวข้างกายอีกต่อไป เขาสลัดแขนออกจากการเกาะกุมอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ฝ่าฝูงชนตรงไปยังจุดที่รินรดายืนอยู่ หัวใจของเขาเต้นรัวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่ด้วยความเสน่หาแบบหนุ่มสาว แต่เป็นแรงกระตุ้นจากความอยากเอาชนะและความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ว่า... เขาไม่มีสิทธิ์ในตัวเธออีกแล้ว รินรดากำลังรับนามบัตรจากนักธุรกิจหนุ่มชาวต่างชาติด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นและสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี ไม่มีแววตาตัดพ้อ ไม่มีร่องรอยของความเจ็บช้ำน้ำใจ หรือแม้แต่ความโกรธแค้นที่เคยฉายชัดในยالاتสุดท้ายก่อนหย่าร้าง สิ่งที่รินรดามีให้เขาในตอนนี้... มีเพียงความว่างเปล่า และรอยยิ้มสุภาพตามมารยาททางสังคม ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ็บปวดเสียยิ่งกว่าการถูกตบหน้าฉาดใหญ่ "บังเอิญจังนะคะที่คุณอคินทร์มาร่วมงานนี้ด้วย" รินรดากล่าวทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความสั่นเครือ รอยยิ้มของเธองดงามราวกับภาพวาด แต่มันกลับสร้างกำแพงสูงลิบลิ่วระหว่างเธอกับเขา "ริน... ผม..." อคินทร์อ้าปากค้าง คำพูดนับร้อยที่เตรียมมาเพื่อจะตักเตือนหรือต่อว่า กลับจุกแน่นอยู่แค่ลำคอเมื่อเจอสายตาคู่นั้นมองมา "ถ้าไม่มีอะไรธุระสำคัญ รินขอตัวไปคุยกับแขกท่านอื่นก่อนนะคะ พอดีคิวงานของรินค่อนข้างแน่นค่ะ" หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยกับคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินชนกันบนท้องถนน เธอกำลังจะหมุนตัวเดินหนี แต่อคินทร์กลับยื่นมือออกไปคว้าข้อศอกเรียวไว้โดยสัญชาตญาณ "เดี๋ยวก่อนริน! เรามีเรื่องต้องคุยกัน" รินรดาก้มมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้ นัยน์ตาส่อแววรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง เธอไม่ได้สะบัดออกด้วยความตื่นตระหนก แต่เธอกลับปรายตาขึ้นมองเขาด้วยความเยnชา ชนิดที่ทำให้อคินทร์รู้สึกหน็บหนาวไปถึงขั้วหัวใจ "ปล่อยค่ะคุณอคินทร์ สามีเก่าที่ดี... เขาไม่ควรมาจับเนื้อต้องตัวอดีตภรรยาในงานสังคมนะคะ มันดู... ไร้คลาสค่ะ" คำว่า *'ไร้คลาส'* กรีดลงบนความเย่อหยิ่งของอคินทร์จนเลือดซิบ เขายืนนิ่งงันราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ขณะมองหญิงสาวผู้เคยยอมจำนนต่อเขาในทุกเรื่อง ค่อยๆ แกะมือของเขาออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น รินรดายิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มที่สวยงามที่สุด... แต่เย็นชาที่สุดในชีวิตของเขา ก่อนที่เธอจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้อคินทร์ยืนจมอยู่ท่ามกลางแสงสีเสียงและความรู้สึกพ่ายแพ้ยับเยิน ทว่า... ในวินาทีที่รินรดาก้าวเดินไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนสนิท เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของอคินทร์ก็สั่นครืดขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา หน้าจอปรากฏข้อความจากเบอร์แปลก พร้อมกับไฟล์ภาพถ่ายขนาดเล็กที่แนบมาด้วย อคินทร์กดเปิดภาพนั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่เพียงแค่สายตาปะทะเข้ากับภาพเด็กชายตัวน้อยวัยอนุบาลที่กำลังนั่งวาดรูปอยู่บนโต๊ะอาหาร โดยมีใบหน้าด้านข้างที่ถอดพิมพ์ทรง คิ้วเข้ม และริมฝีปากหยักลึกราวกับคัดลอกมาจากกระจกเงาของตัวเขาเอง... ลมหายใจของอคินทร์ก็ขาดห้วงไปในทันที *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)* --- ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและการเติบโตของรินรดานะคะ - เมฆหมอกสีชมพู
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%