คมเหล็กสะท้อนแสงไฟนีออนวาววับในความสลัวของโกดังร้าง กลิ่นอับชื้นและฝุ่นผงคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ เสียงหอบหายใจอย่างตื่นตระหนกของรินรดาดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ขณะที่คมมีดปลายแหลมจ่อติดอยู่กับผิวเนื้อบอบบางของเด็กชายตัวน้อยในอ้อมแขน
"อย่าขยับ!" เสียงคำรามแหบพร่าของผู้ก่อเหตุสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว สติหลุดลอยใกล้พังทลายเต็มที "บอกให้หยุดไง! ไม่งั้นเด็กคนนี้ตายแน่!"
รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ โลกทั้งใบมืดดับลงตรงหน้า ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น น้ำตาแห่งความคับแค้นและความหวาดกลัวเอ่อล้นทะลักขอบตา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำว่า *'ลูก'* ลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งได้กลับมาโอบกอด กำลังตกเป็นตัวประกันใต้คมมีดมรณะ
"ปล่อย... ปล่อยลูกฉันเถอะค่ะ คุณอยากได้อะไร ฉันยอมหมดแล้ว..." เสียงของรินรดาขาดห้วง เต็มไปด้วยความเวทนาและหวาดผวา ดวงตากลมโตแดงก่ำมองตรงไปยังใบหน้าบิดเบี้ยวของคนร้ายที่มีสติหลุดลอย
ในวินาทีแห่งความเป็นความตายที่ห่างกันเพียงเส้นด้าย เงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งทะยานเข้ามาจากความมืดราวกับพายุคลั่ง อคินทร์! ชายหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้แววตาคู่นั้นไม่มีความเยือกเย็นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความบ้าคลั่งและการปกป้องสุดชีวิต เขารู้ตัวดีว่าหากช้าไปแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว ชีวิตของเลือดเนื้อเชื้อไขและผู้หญิงที่เขาเคยผลักไส จะต้องสูญสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"แกปล่อยเด็กคนนั้นซะ!" อคินทร์ตะโกนก้อง เสียงคำรามดุดันก้องกังวานไปทั่วโกดังร้าง
คนร้ายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันขวับมามองผู้บุกรุกที่เข้ามาขัดจังหวะ ด้วยความหวาดระแวงและสัญชาตญาณดิบที่ถูกต้อนจนมุม มือที่ถือมีดจึงตวัดเหวี่ยงกลับหลังด้วยความไร้สติ หมายจะแทงทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าเพื่อเปิดทางหนี
"อย่านะคะ!" รินรดากรีดร้องสุดเสียง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ฉับพลัน!
ภาพทุกอย่างราวกับเคลื่อนไหวด้วยสโลว์โมชั่น อคินทร์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาทิ้งตัวพุ่งเข้าไปขวางกลางระหว่างคมมีดกับร่างของสองแม่ลูก ร่างหนาเข้าประชิดตัวคนร้ายพร้อมกับใช้แขนแกร่งปัดป้อง แต่มันไม่ทันการณ์...
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและเสื้อผ้าถูกคมเหล็กกรีดเฉือนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ คมมีดพุ่งเข้าปักลึกเข้าที่หัวไหล่หนาของอคินทร์เต็มแรง เลือดสีแดงฉานทะลักไหลซึมผ่านเสื้อเชルราคาแพงย้อมเนื้อผ้าสีอ่อนจนกลายเป็นสีเข้มอย่างรวดเร็ว
"อคินทร์!" รินรดาหวีดร้องชื่อเขาออกมาสุดเสียง หัวใจของเธอเจ็บแปลบราถูกกรีดซ้ำ เขารับมีดแทนเธอ... เขารับมันแทนลูกชายของเรา!
อคินทร์กัดฟันแน่น ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า แต่เขากลับไม่สนใจบาดแผลฉกรรจ์บนร่างกายตนเองแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันราวกับซาตานโกรธเกล้ว เขากระชากหมัดซัดเข้าที่ใบหน้าของคนร้ายเต็มแรงจนอีกฝ่ายหงายหลังล้มตึงลงไปนอนกองกับพื้น หมดสติไปในทันที
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินและความเจ็บปวดที่แผ่ซ่าน รินรดารีบดึงร่างของน้องมินท์เข้ามากอดแนบอกแน่น น้ำตาไหลพรั่งพรูอาบสองแก้ม เด็กน้อยปล่อยโฮออกมาด้วยความตกใจกลัว ซุกใบหน้าลงกับซอกคอของมารดา
รินรดารีบหันกลับมามองชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น มือหนายกขึ้นกุมบาดแผลที่เลือดไหลทะลักไม่หยุด ร่างกายของอคินทร์เริ่มเซถลาด้วยความอ่อนแรงจากการเสียเลือดมาก ดวงตาคมคราบน้ำตาเอ่อคลอเบาบางมองตรงมาที่เธอและลูกด้วยความรู้สึกผิดบาปที่อัดแน่นจนล้นอก
"คุณ... คุณอคินทร์!" รินรดาอุทานเสียงสั่น เผลอขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ความโกรธแค้นที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตระหนกตกใจ
อคินทร์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอยิ้มๆ รอยยิ้มที่ฝืนทำทั้งที่เจ็บปวดเจียนตาย ริมฝีปากซีดเผือดขยับเอ่ยคำพูดแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบที่กรีดลึกถึงขั้วหัวใจของคนฟัง
"ริน... ลูกปลอดภัย... ใช่ไหม..."
คำพูดนั้นสะท้อนก้องในความรู้สึกของรินรดา หยาดน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าร่วงหล่นลงกระทบพื้นคอนกรีตเย็นเฉียบ เธอมองดูอดีตสามีผู้เคยเย่อหยิ่งและใจร้าย บัดนี้กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเธอและลูกน้อยจากคมมีดมรณะ
ทว่า... ในวินาทีที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากสั่งให้คนโทรเรียก 1669 เพื่อช่วยชีวิตเขา แสงไฟสปอตไลท์จ้าของรถตำรวจหลายคันก็สาดส่องเข้ามาทางประตูโกดัง พร้อมกับเสียงไซренаที่ดังระคนกันจนน่าหนวกหู
ร่างของใครบางคนก้าวลงจากรถคันแรก เมษาในชุดหรูหราก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนก แต่เมื่อสายตาคู่¬นั้นกวาดมองเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่อคินทร์กำลังบาดเจ็บสาหัสโดยมีรินรดานั่งประคองอยู่ใกล้ๆ และเด็กชายตัวน้อยที่ร้องไห้จ้าอยู่ในอ้อมแขน—ดวงตาของเมษาก็เบิกกว้างด้วยความตกใจขีดสุด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความริษยาและแค้นเคืองที่ฉายชัดจนน่ากลัว
เมษากำหมัดแน่น กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่แผนการพังไม่เป็นท่า แต่แล้ว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นกระเด็นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของรินรดาในจังหวะชุลมุน
รินรดาไม่ทันสังเกตเห็นว่า เมษาก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทา และเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวอักษรบนนั้น... ดวงตากลมโตของเมษาก็เบิกกว้างขึ้นสุดขีด หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อและผลตรวจทางพันธุกรรมที่ระบุไว้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ผลตรวจ DNA ที่ยืนยันสถานะความเป็นพ่อลูกอย่างไร้ข้อกังขา... อยู่ในมือของศัตรูตัวฉกาจแล้ว!
เมษาเงยหน้าขึ้นจ้องมองรินรดาและอคินทร์สลับกัน รอยยิ้มอาบยาพิษผุดขึ้นที่ริมฝีปากอย่างได้ใจ ความลับที่รินรดาพยายามปกป้องมาตลอด... กำลังจะถูกนำไปใช้เป็นอาวุธทำลายล้างชีวิตของพวกเขาทั้งครอบครัวในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไป1พร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 35
วินาทีเฉียดตาย
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!