กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดชั้นดีลอยวนอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบสงัด ทว่าบรรยากาศรอบกายเมษากลับร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอก ใบหน้าที่เคยได้รับการประทบประคองจากเครื่องสำอางแบรนด์ดังบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความริษยา ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพถ่ายในสมาร์ทโฟน—ภาพของรินรดาที่กำลังก้มลงยิ้มแย้มขณะป้อนขนมให้เด็กชายตัวน้อยในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง รอยยิ้มนั้นช่างบาดตาบาดใจ เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือด ความแค้นที่สั่งสมมานานนับเดือนกำลังผลักดันให้เธอทำเรื่องที่ดำมืดที่สุดในชีวิต
"แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร... นังดอกบัวขาว" เมษาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเกลียดชัง "ในเมื่ออคินทร์ยังคงมีเยื่อใยให้แกไม่เสื่อมคลาย... ทางเดียวที่จะทำให้ฉันได้เขากลับมา คือการทำให้แกหายไปจากโลกใบนี้เสีย"
นิ้วเรียวสวยกดโทรศัพท์ต่อสายหาหมายเลขปริศนา ปลายสายรับในทันทีโดยไม่ต้องรอนาน ราวกับอีกฝ่ายกำลังรอคอยคำสั่งนี้อยู่เช่นกัน
"จัดการให้เรียบร้อย" เมษากรอกเสียงลงไป น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความอำมหิตที่ชวนให้ขนลุกซู่ "ฉันต้องการให้มันเจ็บปวดเจียนตาย... เอาให้ไม่มีปัญญามาลอยหน้าลอยตาอยู่ใกล้ชิดอคินทร์ได้อีก ข้อมูลทุกอย่างที่ฉันส่งให้ จัดการตามนั้น แล้วอย่าให้สาวมาถึงตัวฉันเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"รับรองครับคุณเมษา งานนี้ไม่มีพลาด..." เสียงแหบพร่าจากปลายสายตอบกลับมา พร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูน่าสะพรึงกลัว เมษากดตัดสายทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดระแวง แต่ความโลภและความอยากครอบครองอคินทร์กลับมีอำนาจเหนือศีลธรรมทั้งปวงในวินาทีนี้
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่นย่านใจกลางเมือง รินรดากำลังนั่งเช่าเวลาอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับจิบชาเขียวอุ่นๆ สายตาเหม่อมองออกไปนอกกระจกใส เธอกำลังใช้ชีวิตอย่างสงบสุขหลังจากหลุดพ้นจากกรงทองที่เคยขังเธอไว้ ความเจ็บปวดในอดีตเริ่มตกตะกอนกลายเป็นความเข้มแข็ง แม้บางครั้งเงาของอคินทร์จะยังตามหลอกหลอนในความทรงจำ แต่เธอก็เรียนรู้ที่จะก้าวเดินต่อไปเพื่อลูกชายสุดที่รัก
ทว่า สัญชาตญาณบางอย่างกลับเตือนภัยลึกๆ ในอก ลมหนาวที่พัดผ่านเข้ามาทางช่องประตูทำให้รินรดาขนลุกซู่โดยไม่มีสาเหตุ เธอกวาดสายตามองรอบตัวอย่างระแวดระวัง ผู้คนเดินข้ามถนนไปมา รถราวิ่งพลุกพล่าน ไม่มีอะไรผิดปกติ... แต่ความรู้สึกไม่ปลอดภัยกลับเกาะกุมหัวใจอย่างแน่นหนา
รถยนต์สีดำสนิทคันหนึ่งจอดเทียบฟุตบาทห่างจากร้านกาแฟไปไม่ไกลนัก กระจกฟิล์มมืดสนิทปกปิดตัวตนของบุคคลภายใน บานกระจกค่อยๆ เลื่อนลงเล็กน้อยเผยให้เห็นสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองตรงมายังรินรดาด้วยความกระหายเลือด มันคือสายตาของนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
รินรดารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังทิ่มแทงแผ่นหลัง เธอหันขวับกลับไปมอง แต่รถคันนั้นกลับเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงควันไอเสียจางๆ และความหวาดระแวงที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจ
"คุณแม่คะ..." เสียงใสๆ ของน้องมินท์ที่เพิ่งวิ่งกลับมาจากห้องน้ำปลุกเธอกลับสู่ปัจจุบัน รินรดารีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ รอยยิ้มอ่อนโยนถูกระบายลงบนใบสวยทันทีเพื่อไม่ให้ลูกน้อยต้องกังวล
"ว่ายังไงครับคนเก่ง" เธอเอ่ยถามพร้อมกับโน้มตัวลงใช้มือปัดเศษฝุ่นออกจากเสื้อผ้าให้ลูกชาย
"คุณแม่หน้าซีดจางๆ นะครับ ไม่สบายหรือเปล่า" เด็กชายเอียงคอถามด้วยความห่วงใย ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากใครบางคนเสียเหลือเกิน จนรินรดาต้องหลบตาเพื่อซ่อนความไหววูบในใจ
"แม่ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่พักผ่อนน้อยไปหน่อยเท่านั้นเอง เรากลับบ้านกันดีกว่านะลูก" รินรดากุมมือเล็กๆ นั้นไว้แน่น สัญชาตญาณความเป็นแม่บอกเธอว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที
แต่ทว่า... มันสายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเงาดำทะมันทมิฬของชายแปลกหน้าสองคนในชุดสูทสีเข้มกำลังเดินปะปนเข้ามาในฝูงชน เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว และคำสั่งจากผู้หญิงเบื้องหลังก็เด็ดขาดไร้ซึ่งความปรานี
ขณะที่รินรดากำลังจูงมือน้องมินท์ก้าวเดินออกจากประตูร้านกาแฟ แรงกระชากอันรุนแรงจากด้านหลังก็พุ่งเข้าใส่เธอกะทันหัน ภาพทุกอย่างพลันหมุนคว้าง สัมผัสเย็นเฉียบของวัตถุบางอย่างถูกจ่อเข้าที่ลำคอ พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้เลือดในกายเย็นเฉียบ
"อย่าส่งเสียง... ไม่งั้นเด็กคนนี้ตายแน่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้รินรดามาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 34
เมษาวางแผนชั่ว
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!