หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 13

ความลับเกือบแตก

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ปลายนิ้วป้อมสั้นปานยอดเทียนพรรษาชี้ตรงไปยังเงาร่างสูงโปร่งที่หลบอยู่หลังเสาหินอ่อนเนื้อดีของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยก้องกังวานบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคนฟังราวกับมีใครเอาเข็มมาทิ่มแทงหัวใจทีละน้อย "คุณแม่ครับ... คุณปะป๋าคนนั้นมองคุณแม่แปลกๆ อีกแล้วนะครับ" รินรดาสะดุ้งเฮือก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบจนแทบจะร่วงลงไปกองที่ตาตุ่ม เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก มือเรียวรีบคว้าจับข้อมือเล็กของลูกชายเอาไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการปกป้องกรีดร้องเตือนภัยอยู่ในอก รินรดาก้มลงมองหน้าลูกน้อยด้วยแววตาตื่นตระหนกเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติแล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับต้นตอของสายตาคู่นั้น อคินทร์ก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคง ทว่าแววตากลับสั่นไหวรุนแรงราวกับแผ่นดินไหวในใจกลางมหาสมุทร ร่างสูงโปร่งหยุดยืนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววเย็นชาไร้เยื่อใยบัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ สายตาของเขาไม่ได้มองรินรดา แต่มันกลับตรึงแน่นอยู่บนดวงหน้าจิမ်းลิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนเอียงคอสงสัยอยู่ข้างกายหญิงสาว พระเจ้า... นี่มันภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กชัดๆ! โครงหน้าเรียวคางรับกับจมูกโด่งรั้นเป็นสัน ดวงตากลมโตที่ฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย แม้แต่ริมฝีปากหยักได้รูปที่กำลังเม้มเข้าหากันนิดๆ ยามที่เด็กน้อยไม่พอใจ ทุกองค์ประกอบบนใบหน้านั้นถอดแบบมาจากอคินทร์ราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน! ความรู้สึกหน่วงหนับตีตู้ขึ้นมาจุกอยู่ที่อกอคินทร์ ลมหายใจของเขาติดขัดชั่วขณะ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องธุรกิจได้อย่างเฉียบคมกลับขาวโพลนไปหมด ภาพเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ วันที่เขาหยิบยื่นใบหย่าให้เธออย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาผลักไสหญิงสาวออกจากชีวิตโดยไม่เคยเหลียวแลว่าเธอจะมีสภาพอย่างไร และ... วันที่เธอกลั้นใจเดินจากไปพร้อมกับความลับที่ถูกฝังกลบไว้ภายใต้คราบน้ำตา "คุณ... คุณมองอะไรคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย เธอพยายามซ่อนความหวาดหวั่นไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งที่เรียนรู้ที่จะสวมใส่เป็นเกราะกำบัง "ถ้าไม่มีอะไรธุระอะไร ดิฉันกับลูกขอตัวก่อนนะคะ" สิ้นคำ รินรดาก็กระชับมือที่กุมมือเล็กของน้องมินท์ไว้แน่น เตรียมจะหมุนตัวเดินหนีจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ทันที ทว่ามีหรือที่เสือร้ายอย่างอคินทร์จะปล่อยให้เหยื่อที่เขาเพิ่งตระหนักว่ามีค่ามหาศาลหลุดมือไปได้ง่ายๆ "เดี๋ยวก่อนริน..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย็นชาบัดนี้แหบพร่าและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด อคินทร์ก้าวพรวดเดียวเข้ามาขวางทางแม่ลูกไว้ ร่างสูงใหญ่ทอดเงาทาบทับร่างเล็กทั้งสอง ดวงตาคมกริบมองเลยผ่านร่างของอดีตภรรยาตรงไปยังเด็กชายที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง "เด็กคนนี้... อายุเท่าไหร่" คำถามนั้นไร้มารยาท แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนรนและร้อนรุ่มในอกจนเขาไม่สามารถควบคุมน้ำเสียงของตัวเองได้เลย รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความโกรธเกลียดที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาปะทุขึ้นมาอีกครั้ง รอยแผลเป็นที่เคยตกสะเก็ดถูกกระชากให้ฉีกขาดออกจนเลือดซิบ "มันไม่ใช่กงการอะไรของคุณค่ะคุณอคินทร์!" รินรดาตอกกลับเสียงกร้าว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้น "กรุณาถอยไปด้วยค่ะ ลูกฉันตกใจหมดแล้ว" "ผมถามว่าเด็กคนนี้อายุเท่าไหร่!" อคินทร์ขึ้นเสียงอย่างลืมตัว ความหงุดหงิดและร้อนใจพุ่งพล่านจนเขาเผลอยื่นมือออกไปหวังจะคว้าแขนเรียวของหญิงสาวไว้เพื่อคาดคั้นคำตอบ "คุณปะป๋าคนนี้ทำไมดุจังเลยครับ คุณแม่คะ เราไปกันเถอะครับ มินท์ไม่อยากคุยกับคนใจร้ายคนนี้แล้ว" น้องมินท์เอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เด็กน้อยขยับเข้าไปยืนบังข้างหน้ารินรดาด้วยท่าทีปกป้อง แม้ตัวจะเล็กกระจิริดแต่แววตากลมโตคู่นั้นกลับฉายแววไม่กลัวเกรงเลยสักนิด คำว่า "คนใจร้าย" จากปากของเด็กชายกระแทกเข้าที่กลางใจของอคินทร์อย่างจัง ราวกับมีค้อนเหล็กอันใหญ่ทุบลงมาที่หน้าอกจนแทบแตกสลาย อคินทร์ชะงักงัน มือที่ยื่นออกไปค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันจนเจ็บแปลบ ภาพความทรงจำสีเทาหม่นไหลทะลักเข้ามาตอกย้ำความผิดบาปในอดีต *“ถ้าเธออยากไปนัก ก็ไสหัวไปซะ! และจำใส่สมองไว้ด้วยว่าชาตินี้อย่าได้หวังจะเอาอะไรไปจากฉันแม้แต่บาทเดียว!”* เสียงกรรโชกอันไร้หัวใจในวันนั้นย้อนกลับมาหลอนหลอนเขาในวันนี้ และสิ่งที่เขากำลังได้รับในวันนี้ มันก็คือผลกรรมจากการกระทำอันแสนเลือดเย็นของตนเองไม่ใช่หรือ รินรดาต้องอุ้มท้องลูกของเขาไปเผชิญชะตากรรมลำพังอย่างโดดเดี่ยว ท่ามกลางคำดูถูกเหียดหยามและความยากลำบาก ขณะที่เขากลับสุขสบายอยู่บนกองเงินกองทองโดยไม่รู้อะไรเลยแม้แต่น้อย "ริน..." อคินทร์ครางชื่ออดีตภรรยาออกมาด้วยความรู้สึกที่อัดแน่นไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบหลายปีที่คบกัน "ให้โอกาสผม... ให้ผมได้คุยกับคุณหน่อย นะครับ" "ไม่มีอะไรต้องคุยค่ะ ระหว่างเรามันจบลงตั้งแต่สัญญานรกใบนั้นสิ้นสุดลงแล้ว!" รินรดาย้ำเสียงแข็ง กลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอเอาไว้สุดชีวิต เธอจะไม่ยอมอ่อนแอให้ผู้ชายคนนี้เห็นเด็ดขาด "จำไม่ได้เหรอคะว่าคุณเป็นคนบอกเองว่าลูกในท้องฉันไม่ใช่ทายาทตระกูลอคินทร์ ตอนนี้คุณจะมาสนใจทำไมล่ะคะ ปล่อยเราไปเถอะค่ะ ต่างคนต่างอยู่คือทางที่ดีที่สุดแล้ว" คำพูดเชือดเฉือนของรินรดาราวกับคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด อคินทร์หน้าซีดเผือด เขารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก โลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งคว้าง ความเย่อหยิ่งทนงตนที่เคยมีพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าสองแม่ลูก ในจังหวะที่อคินทร์กำลังจะเอ่ยคำร้องขอร้องอ้อนวอนอีกครั้ง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้สะพายหลังลายการ์ตูนของเด็กชายที่เปิดอ้าซ่าอยู่เล็กน้อย เนื่องจากแรงดึงยื้อเมื่อครู่ และสิ่งที่สะท้อนสายตาคมของเขาออกมาจากช่องกระเป๋านั้น ทำให้ลมหายใจของอคินทร์หยุดชะงักลงไปในทันที มันคือซองกระดาษสีน้ำตาลที่มีตราประทับของสถาบันนิติเวชและโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พร้อมกับข้อความตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวหนาที่จารึกอยู่บนแผ่นกระดาษ A4 ซึ่งโผล่พ้นปากซองออกมาครึ่งหนึ่ง... *“DNA TEST REPORT - MATCH 99.99%”* ดวงตาของอคินทร์เบิกกว้างขึ้นสุดขีด สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อความจริงอันน่าตกตะลึงกระแทกเข้าที่กลางหน้าผากอย่างจัง เมฆหมอกสีชมพูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%