หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 14

สืบจากดีเอ็นเอ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูระดับเพนต์เฮาส์ ไม่ได้ทำให้ความร้อนรุ่มภายในอกของอคินทร์ลดลงเลยแม้แต่น้อย บนโต๊ะทำงานราคาแพงลิบลิ่ว เอกสารกองโตถูกละเลย ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กัดกินหัวใจที่เคยแข็งกระด้างจนด้านชาของเขาจนพรุน ภาพรอยยิ้มของเด็กชายตัวน้อยที่ชื่อ "น้องมินท์" ยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในห้วงความคิด ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกโด่งรั้นร่องลึกเหนือริมฝีปากนั่น... ทุกครั้งที่เขามอง มันไม่ใช่แค่ความบังเอิญของพันธุกรรม แต่มันคือภาพสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็ก ราวกับมีใครเอาคันฉ่องมารatยยันตรงหน้าแล้วบังคับให้เขาก้มลงมองความจริงที่เขาเคยผลักไส "คุณอคินทร์คะ... เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ เมษาจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ" เสียงหวานหยดย้อยที่จงใจดัดให้ฟังดูออดอعนดังขึ้น พร้อมกับร่างอรชรในชุดเดรสแนบเนื้อของเมษาที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อน หล่อนถือวิสาสะวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนจะแนบกายเข้ามาใกล้ ส่งสายตายั่วยวนที่อคินทร์เคยรู้สึกเฉยเมย แต่ในยามนี้... เขากลับรู้สึกสะอิดสะเอียนจนต้องเบือนหน้าหนี "ออกไปก่อน เมษา ผมมีงานต้องทำ" อคินทร์เอ่ยเสียงเรียบ เย็นชา จนผู้หญิงตรงหน้าชะงัก สีหน้าของเมษาเปลี่ยนเป็นความขัดเคืองชั่วพริบตา ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มออดอعนตามเดิม "ช่วงนี้คุณอคินทร์ดูเครียดๆ นะคะ เรื่องผู้หญิงคนนั้น... รินรดา ยังตามรังควานใหมคะ? อย่าไปสนใจเลยค่ะ หล่อนก็แค่..." "ผมบอกให้ออกไป!" เสียงทุ้มต่ำที่ตวาดกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้เมษาสะดุ้งสุดตัว หล่อนหน้าถอดสี รีบถอยกรูดออกจากห้องแทบไม่ทัน เมื่อเห็นแววตาดุดันที่ฉายความรำคาญใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง อคินทร์ทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ หลับตาลงอย่างอ่อนล้า หัวใจของเขาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เขาคาดเดาจะเป็นจริง กลัวว่าความใจร้าย เย่อหยิ่ง และทุรยศที่เขาเคยกระทำต่อรินรดา จะย้อนกลับมากลายเป็นโซ่ตรวนจองจำเขาไว้ในนรกที่ไม่มีวันได้ผุดได้เกิด หากน้องมินท์เป็นลูกของเขาจริง... แล้วเขาทำอะไรลงไป? เขาเคยผลักไสภรรยาที่ตั้งครรภ์ เคยเมินเฉยต่อความเจ็บปวดของเธอ และที่เลวร้ายที่สุด... เขาเกือบจะเซ็นใบหย่าเพื่อผลักเธอออกไปจากชีวิต โดยไม่เคยเฉลียวใจเลยว่า เธอกำลังอุ้มสายเลือดของเขาไว้ในท้อง ความรู้สึกผิดซัดสaาดเข้ามาในอกราวกับคลื่นลมมรสุม มันเจ็บปวด รusรอน และทรมานจนลมหายใจสะดุด ในเมื่อความสงสัยนี้มันกัดกินวิญญาณ เขาก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้อีกต่อไป การพิสูจน์คือหนทางเดียวที่จะปลดปล่อย หรือไม่ก็... ดึงเขาลงไปในหลุมพรางแห่งความบาปที่ลึกที่สุด โอกาสนั้นมาถึงในช่วงบ่าย เมื่อรินรดานัดหมายให้เขาไปรับน้องมินท์ที่โรงเรียนอนุบาล เนื่องจากเธอติดประชุมด่วนกับลูกค้าสำคัญ อคินทร์ไม่รอช้าที่จะตอบตกลง หัวใจที่ด้านชาเต้นผิดจังหวะด้วยความตื่นตระหนกยามที่ก้าวขาเข้าไปในโรงเรียนนานาชาติชื่อดัง ภาพเด็กชายตัวน้อยกำลังนั่งวาดรูปอยู่บนม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ใหญ่ ทำให้ฝีเท้าของอคินทร์หยุดชะงัก น้องมินท์สวมเสื้อยืดสีฟ้าสดใส ผมหยักศกเล็กน้อยยุ่งเหยิงจากการวิ่งเล่น เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า "คุณอาคินทร์!" เสียงใสแจ๋วร้องเรียกทันทีที่เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขา รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวสะอาด ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยความดีใจจนอคินทร์รู้สึกจุกที่ลำคอ เด็กน้อยวิ่งดุ๊กๆ เข้ามาหาเขา คว้าชายเสื้อสูทของเขาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ ความสนิทสนมนี้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย "วันนี้คุณแม่มารับช้าครับ คุณอาใจดีมารับผมแทนเหรอครับ?" น้องมินท์เงยหน้าถาม ตาแป๋ว "ครับ... อาว่างพอดี" อคินทร์ย่อตัวลง นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหญ้า มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยื่นออกไปสัมผัสกลุ่มผมนุ่มนิ่มของเด็กชายอย่างเผลอไผล จังหวะนั้นเอง... สายตากลมโตและสติอันเฉียบคมของเด็กน้อยก็ทำให้อคินทร์ต้องตั้งสติ เมื่อมินท์เอียงคอถามด้วยความสงสัย "ทำไมคุณอาชอบมองหน้าผมจังครับ? คุณแม่บอกว่าเวลาผมทำหน้าดุ จะเหมือน..." เด็กน้อยชะงักไปนิด ช้อนตามองเขา "เหมือนใครก็ไม่รู้ครับ บอกว่าเหมือนยักษ์ใจร้าย" อคินทร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ "แล้ว... หนูล่ะครับ อยากให้คุณอาเป็นยักษ์ใจร้ายไหม?" "ไม่ออยากครับ! ถึงคุณอาจะหน้าดุ แต่ใจดีกับผม ขนมที่ซื้อให้ก็อร่อยด้วย" น้องมินท์หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเอามือปัดเศษใบไม้แห้งที่ติดอยู่บนไหล่ให้อคินทร์อย่างเป็นธรรมชาติ จังหวะที่มือเล็กๆ นั้นปัดผ่านซอกผมของเด็กชาย อคินทร์สูดหายใจเข้าลึก มือหนาแกล้งทำเป็นจัดทรงผมให้เด็กน้อยอีกครั้ง แต่ปลายนิ้วกลับแอบเกี่ยวเส้นผมสีดำสนิทนุ่มสลวยเส้นหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็วและแนบเนียนที่สุด หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกผิดบาปในการลักลอบกระทำการบางอย่างลับหลังรินรดาตีรวนขึ้นมาในอก แต่มันถูกกลบด้วยความกระหายใคร่รู้ที่รุนแรงยิ่งกว่า อคินทร์รีบดึงเส้นผมนั้นซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แนบชิดกับตำแหน่งของหัวใจที่กำลังแหลกสลาย "เสร็จแล้วครับ กลับกันเถอะ เดี๋ยวคุณแม่จะรอนาน" อคินทร์ฝืนยิ้ม พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นระริกยามจูงมือเล็กๆ นั้นเดินไปยังรถยนต์คันหรู ตลอดเส้นทางกลับคอนโดมิเนียม น้องมินท์เจื้อยแจ้วพูดคุยเรื่องการบ้านและนิทานที่ครูเล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน แต่อคินทร์กลับแทบไม่ได้ยินเสียงนั้น สมองของเขาวนเวียนอยู่กับเส้นผมเส้นเล็กๆ ในกระเป๋าเสื้อ... เส้นผมที่จะตัดสินชะตากรรมของพวกเขาทั้งสามคน เมื่อส่งน้องมินท์ให้ถึงมือรินรดากลับมารับพอดีที่ล็อบบี้ หญิงสาวส่งสายตาระแวดระวังและเย็นชามาให้เขาตามเคย รินรดาเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นก่อนจะอุ้มลูกชายเดินเลี่ยงไปทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรมากกว่านั้น อคินทร์ยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังบางที่ตั้งตรงด้วยความหยิ่งทะนง เขาไม่ได้โกรธ... เขากลับรู้สึกละอายใจเสียด้วยซ้ำ คืนนั้น... ในห้องทำงานที่ปิดทึบ อคินทร์หยิบซองพลาสติกขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋า ข้างในบรรจุเส้นผมเส้นหนึ่งที่เขาเพิ่งได้มา ชายหนุ่มจ้องมองมันเนิ่นนาน ราวกับกำลังพิพากษาอนาคตของตัวเอง พรุ่งนี้เช้า... ผลตรวจดีเอ็นเอฉบับนี้ จะเป็นตัวกำหนดว่า เขาคือ "พ่อ" ผู้สมควรได้รับการอภัย หรือเป็นเพียง "ปีศาจ" ที่สมควรถูกสาปแช่งให้จมดิ่งอยู่ในความโดดเดี่ยวไปตลอดกาล เมฆหมอกสีชมพูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามความเข้มข้นในตอนนี้ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%