ซองเอกสารสีน้ำตาลหนาทึบวางอยู่บนโต๊ะกระจกใสราวกับมันคือระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดร่างของคนในห้องนี้ให้แหลกเป็น ธุลี ทว่าความเงียบงันที่ปกคลุมบรรยากาศรอบตัวในห้องทำงานหรูหรา กลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิดใดๆ ทั้งสิ้น
รินรดานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีชาด ท่าทีของเธอนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระเพื่อม ผิดกับชายหนุ่มผู้ยืนค้ำหัวเธออยู่เบื้องหน้า—อคินทร์ ผู้ชายที่เคยใช้อำนาจและความเย็นชาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี บัดนี้ ริมฝีปากหยักลึกคู่นั้นกำลังสั่นระริก ปลายนิ้วที่เอื้อมไปแตะมุมซองเอกสารสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
"เปิดดูสิคะคุณอคินทร์..." น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด "สิ่งที่ท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่เฝ้ารอคอยมาตลอด... ผลลัพธ์ที่ท่านต้องการใช้มันเป็นข้อต่อรองเพื่อพรากทุกอย่างไปจากชีวิตฉัน ตอนนี้มันอยู่ในมือคุณแล้ว"
อคินทร์กลืนก้อนแข็งๆ ลงคออย่างยากลำบาก หัวใจของเขาเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในโสตประสาท ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวชนิดที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตนักธุรกิจหมื่นล้าน
เขากลั้นหายใจ ขณะใช้นิ้วเรียวยาวฉีกซองเอกสารนั้นออกอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ากระดาษแผ่นบางด้านในจะแหลกสลายคามือ สายตาคมกริบกวาดมองข้อความภาษาอังกฤษและตัวเลขทางพันธุศาสตร์ที่พิมพ์เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หัวข้อที่เด่นหราอยู่เบื้องหน้าทำให้โลกทั้งใบของอคินทร์หมุนคว่ำคะมำหงาย
*“Probability of Paternity: 99.99%”*
ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจสะดุดกึก อคินทร์เซถอยหลังไปหนึ่งก้าวราวกับถูกหมัดฮุกเข้าที่ลิ้นปี่อย่างแรง ตัวเลข 99.99 เปอร์เซ็นต์ กรีดแทงลงกลางใจของเขาอย่างเจ็บปวดและสาสม มันคือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า... เด็กชายตัวน้อยนัยน์ตากลมโตผู้มีรอยยิ้มพิมพ์ใจคนนั้น คือสายเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของเขาเอง สายเลือดที่เขาเคยโง่เขลาถึงขนาดเอ่ยปากไล่ให้ไปตรวจดีเอ็นเอเพราะความระแวงและอคติบังตา
"ผม..." อคินทร์พยายามเปล่งเสียงออกมา แต่ลำคอกลับตีบตัน น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งผยองมาตลอดชีวิตเอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาอย่างน่าสมเพช "ริน... ผมคือ..."
"ใช่ค่ะ..." รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยแม้แต่น้อย แต่มันคือรอยยิ้มของการเย้ยหยันโชคชะตา "เด็กคนนั้นคือก้อนเนื้อหัวใจของฉัน และเขา... ก็คือลูกชายแท้ๆ ของคุณ ตามที่คุณสงสัยและพยายามพิสูจน์มาตลอดไงคะ"
คำตอบรับนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจอคินทร์ ภาพเหตุการณ์ในอดีตย้อนกลับมาหลอนซ้ำ ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอ ภาพที่เขาเคยปล่อยให้เมษาเหยียดหยามเธออย่างไร้ความปรานี และภาพที่เขาเคยตอกย้ำว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา ความรู้สึกผิดบาปกัดกินวิญญาณของเขาจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด
ชายหนุ่มทิ้งตัวคุกเข่าลงต่อหน้าหญิงสาวอย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีความเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านอีกต่อไป เขายื่นมือสั่นเทาไปหมายจะกอบกุมมือเรียวบางของอดีตภรรยา ทว่ารินรดากลับชักมือหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจที่จะให้เขาสัมผัส
"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!" เสียงหวานตวาดกร้าว แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความชิงชังและรอยแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหาย "คุณคิดว่าการคุกเข่าลงตรงนี้ จะลบล้างความเลวร้ายที่คุณเคยทำกับฉันได้งั้นเหรอคะคุณอคินทร์? คุณคิดว่าผลตรวจใบนี้ จะเปลี่ยนให้คุณกลายเป็นพ่อที่ดีได้งั้นเหรอ? ฝันไปเถอะค่ะ!"
"ริน... ผมขอร้อง..." อคินทร์น้ำตาคลอเบ้า เสียงทุ้มต่ำสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "ผมมันเลว... ผมมันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นค่าในสิ่งที่สำคัญที่สุด ผมขอโอกาส... ขอโอกาสให้ผมได้ชดใช้... ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรด..."
"ชดใช้เหรอ?" รินรดแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่อัดอั้นมานาน "ความเจ็บปวดที่ฉันกับลูกต้องเผชิญในวันที่คุณขับไล่ไสส่งเราออกไปอย่างไร้เยื่อใย เงินทองหรือการคุกเข่าของคุณมันซื้อคืนกลับมาไม่ได้หรอกค่ะ! ลูกชายของฉันเติบโตมาโดยไม่มีพ่อ เพราะคุณเป็นคนปฏิเสธเขาเองตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ!"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก อคินทร์สำนึกแล้ว... สำนึกในความผิดบาปที่สายเกินแก้ ความเย็นชาที่เขาเคยภาคภูมิใจ บัดนี้มันย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาเองจนแหลกสลายไม่เหลือชิ้นดี เขาก้มหน้าลงซบกับพื้นพรมสะอื้นไห้อย่างหมดสภาพ ไม่หลงเหลือเค้าAของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป
ทว่า ในวินาทีที่ความสิ้นหวังกำลังครอบงำจิตใจของอคินทร์จนถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าเบาๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ก้องขึ้นขัดจังหวะความดราม่าเบื้องหน้า
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
รินรดากับอคินทร์ชะงัก หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะเธอไม่ได้นัดหมายใครไว้ในเวลานี้ ส่วนอคินทร์รีบปาดน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยความสับสน
ประตูกระจกบานหรูค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสี่ขวบที่วิ่งดุ๊กๆ เข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่ละม้ายคล้ายคลึงกับอคินทร์ราวกับแกะ
"คุณแม่ครับ! น้องมินท์วาดรูปคุณพ่อเสร็จแล้ว... เอ๊ะ? ทำไมคุณอาใจร้ายคนนี้ถึงมาคุกเข่าอยู่ตรงนี้ล่ะครับ?"
เด็กน้อยหยุดยืนกะพริบตาปริบๆ มองหน้าอคินทร์สลับกับรินรดาด้วยความสงสัยใสซื่อ ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่นั้นจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นกระดาษผลตรวจดีเอ็นเอที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น และทันใดนั้นเอง ประตูห้องก็เปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—บุคคลที่ถือหลักฐานชิ้นสำคัญอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งกำลังจะพัดพาความลับทั้งหมดให้กระจัดกระจายและพลิกผันเกมนี้ไปตลอดกาล!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 15
ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนชีวิต
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!