หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 25

น้ำตาของผู้ชายทิฐิสูง

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ความเงียบงันที่น่าอึดอัดแผ่ซ่านราวกับกลุ่มควันพิษในบรรยากาศรอบตัว ท่ามกลางลานจอดรถกว้างขวางหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ เมฆหมอกสีเทาทะมึนตั้งเค้าฝนราวกับฟ้าดินกำลังเยาะเย้ยหยันโชคชะตาของมนุษย์ผู้โง่เขลา "ริน..." เสียงเรียกนั้นแหบพร่า สั่นระรัว และเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบไม่เหลือเค้าลางของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาคนเดิม อคินทร์ก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ เมื่อร่างระหงในชุดสูททำงานเข้ารูปก้าวลงมาจากรถตู้คันหรูที่เขาเพิ่งคาดคั้นคนขับรถ แต่สิ่งที่ทำให้ดวงตาดุจพญามารของเขาเบิกกว้างจนแทบถลн ไม่ใช่เพียงแค่การปรากฏตัวของรินรดา... อดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างไร้ความปรานี หากแต่เป็นเงาร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยราวสี่ขวบ ที่ก้าวตามลงมาพร้อมกับมือเล็กๆ ที่เอื้อมไปจับชายเสื้อสูทของเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตคู่สวยคู่นั้น... ถอดแบบมาจากกระจกเงาของเขาไม่มีผิดเพี้ยน! รินรดายืนนิ่งสงบ เธอไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก หวาดกลัว หรือแม้แต่เกรี้ยวกราดอย่างที่อคินทร์คาดคิด แววตาคู่คมที่เคยฉาบด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบ เย็นชา และว่างเปล่า จนน่ากลัว ราวกับเขากลายเป็นเพียงธาตุอากาศไร้ตัวตนในสายตาของเธอ "แปลกใจมากหรือคะ คุณอคินทร์" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน รินรดาก้มลงลูบศีรษะเด็กชายตัวน้อยเบาๆ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นสบกับอดีตสามี "คิดไม่ถึงล่ะสิว่าคนที่คุณเคยประกาศกร้าวไล่ส่งออกจากบ้านในคืนที่ฝนตกหนัก จะยังมีลมหายใจมายืนอยู่ตรงหน้าคุณอีกครั้ง...แถมยังพกของขวัญชิ้นใหญ่มาฝากด้วย" อคินทร์รู้สึกคล้ายมีก้อนสะอื้นจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ ลมหายใจของเขาสั่นสะท้าน หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นรัวระรัวจนเจ็บแปลบไปหมด เขากวาดสายตามองเด็กน้อยสลับกับใบหน้าที่นิ่งเฉยของภรรยาเก่า สมองของเขาตื้อตันไปหมด คำแก้ตัวนับร้อยที่เคยเตรียมไว้พังทลายลงในพริบตา เมื่อความจริงอันโหดร้ายปรากฏเด่นชัดอยู่ตรงหน้า—เด็กคนนี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา เป็นสิ่งที่เขาเคยโง่เขลาปฏิเสธและผลักไสไล่ส่งด้วยมือของตนเอง "ริน... ลูก..." อคินทร์พยายามเปล่งเสียงออกไป แต่มันกลับแห้งผากจนแทบไม่มีเสียง ร่างสูงใหญ่ที่เคยสง่างามทรนงตน ค่อยๆ เซถอยหลังราวกับคนหมดแรงจะยืนหยัด "อย่าเรียกฉันแบบนั้นเลยค่ะ มันน่าขยะแขยง" รินรดาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบคม ประโยคเชือดเฉือนนั้นกรีดลึกเข้ากลางใจของคนฟังจนเลือดซิบ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อนั้นด้วยซ้ำ ในเมื่อคุณเป็นคนเลือกเองไม่ใช่หรือคะ ว่าผู้หญิงในบ้านวันนั้นไม่มีค่าพอแม้แต่จะเป็นภรรยาของคุณ แล้วนับประสาอะไรกับเด็กที่เกิดมาจากผู้หญิงไร้ค่าคนนั้นล่ะคะ?" คำพูดของเธอย้อนกลับมาทุบตีร่างของอคินทร์ราวกับค้อนเหล็กเผาไฟ ความทรงจำในคืนหย่าร้างผุดวาบขึ้นมาในหัว—คืนที่เขาโยกย้ายเอกสารหย่าใส่หน้าเธอ คืนที่เขาพูดจาถากถางด้วยความเย่อหยิ่งทิฐิสูงว่าเธอไม่มีวันก้าวออกไปจากชีวิตเขาได้โดยมีอะไรติดตัวไปนอกจากความอัปยศ และคืนที่เขาไล่เธอออกไปโดยไม่ฟังเสียงอ้อนวอนใดๆ เขามันโง่เขลา... โง่เขลาที่สุดที่ปล่อยเพชรเม็ดงามที่สุดในชีวิตหลุดมือไป เพียงเพราะความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีจอมปลอม! "พี่ขอโทษ..." อคินทร์พึมพำออกมาด้วยความรู้สึกที่พังทลาย สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่งลงตรงนั้น ความทิฐิที่เคยค้ำคอมาตลอดชีวิตถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยเหยียบย่ำ รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ซึ่งยิ่งทำให้อคินทร์รู้สึกเจ็บปวดเจียนตายยิ่งกว่าการถูกมีดกรีดเนื้อเสียอีก "คำขอโทษเหรอคะ? มันมีค่าเท่าไหร่กันคะคุณอคินทร์? เอาไปแลกกับหยาดน้ำตาที่ฉันต้องเสียไปตลอดสามปีได้หรือเปล่า? หรือเอาไปซื้อข้าวมื้อที่ฉันกับลูกเกือบอดตายในวันที่คุณควงผู้หญิงคนอื่นออกงานสังคมอย่างระรื่นได้ล่ะ?" อคินทร์สูดหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวดที่กัดกินวิญญาณ เขารู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่อาจลบล้างความผิดบาปที่ตนก่อไว้ได้ แรงกดดันรอบตัวบีบคั้นจนเข่าทั้งสองข้างอ่อนยวบลงอย่างไม่มีทางเลือก ท่ามกลางสายตาของพนักงานบริษัทที่เริ่มหันมามองด้วยความตื่นตะลึง ประธานหนุ่มผู้ทรงอำนาจแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน กลับค่อยๆ ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบตรงหน้ารินรดาอย่างไม่หลงเหลือศักดิ์ศรีใดๆ อีกต่อไป "พี่ขอร้องล่ะริน..." อคินทร์เงยหน้าขึ้นมองเธอ หยาดน้ำลูกผู้ชายเอ่อคลอหน่วยตาคมคลาล และร่วงหล่นลงมาตามโหนกแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน นี่คือภาพที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะได้เห็นในชีวิต—น้ำตาของผู้ชายทิฐิสูงที่ยอมก้มหัวให้กับความพ่ายแพ้ "จะด่า จะตบ จะตีพี่ให้ตายยังไงก็ได้ ขอแค่รินให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ... ได้โปรดเถอะนะริน" เด็กชายตัวน้อยที่ยืนข้างกายรินรดากระตุกชายเสื้อแม่เบาๆ ด้วยความตกใจกับภาพผู้ชายแปลกหน้าที่คุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าแม่ของตน รินรดาก้มลงมองอดีตสามีที่เคยสูงส่ง บัดนี้กลับก้มกราบแทบเท้าเธอด้วยความสภาพที่น่าสมเพชเวทนา หัวใจของเธอกระตุกวูบหนึ่งด้วยความสะใจที่อัดอั้นมานาน แต่กระนั้น เธอก็ยังคงรักษาความเย็นชาไว้ได้จนหยดสุดท้าย เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนเรียวปากสวย ก่อนจะเอמהกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกราวกับมาจากขุมนรก "คุณอยากไถ่บาปงั้นเหรอคะคุณอคินทร์? ดีเลยค่ะ... เพราะเกมแก้แค้นที่ฉันเตรียมไว้ให้คุณ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเอง!" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงร้องตื่นตระหนกของเมษาที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถอีกคัน "พี่อคินทร์คะ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่ถึง..." เมษาชะงักงันค้างเติ่งเมื่อเห็นภาพตรงหน้า และเมื่อสายตาของเธอปะทะเข้ากับใบหน้าของเด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างรินรดา สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงทันทีราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ รินรดาปรายตามองเมษาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตากับอคินทร์ที่กำลังมองเธอด้วยความหวาดหวั่นระคนสำนึกผิด และในวินาทีนั้นเอง ที่รินรดายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลลับแผ่นหนึ่งให้เขา โดยมีสายตาของเมษาที่เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกพุ่งตรงมาที่เอกสารในมือเธออย่างลนลาน! "เปิดอ่านดูสิคะคุณอคินทร์..." รินรดากระซิบเสียงพร่า ทิ้งปมสุดท้ายไว้ให้หัวใจของอคินทร์หยุดเต้น "เพราะสิ่งที่อยู่ในนั้น... คือใบมรณะบัตรของบริษัทคุณ... และคำสั่งศาลสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตรแต่เพียงผู้เดียวของฉัน!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%