ก้านนิ้วเรียวยาวของอคินทร์สั่นเทาเล็กน้อยขณะกำก้านแก้วไวน์ในมือแน่น จนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ราวกับว่าหากเขาเผลอบีบแรงกว่านี้อีกนิด แก้วราคาแพงลิบลิ่วใบนั้นคงแหลกสลายคามือ เช่นเดียวกับหัวใจที่กำลังถูกบีบคั้นด้วยความจริงอันน่าตกตะลึงที่เพิ่งประจักษ์แก่สายตา
ดวงตากลมโตคู่ใสที่มองลอดผ่านกระจกใสของร้านอาหารหรูระดับมิชลินสตาร์เมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงความนึกคิด รอยยิ้มจิ้มลิ้มกับโครงหน้าละมุนที่ถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาในวัยเด็ก มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และไม่ใช่ภาพหลอนจากความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณ แต่มันคือสายเลือด... สายเลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งและตราหน้าว่าเป็นเพียง "ภรรยาไร้ค่า"
"คุณอคินทร์คะ... เมษาเลือกเมนูนี้ไว้ รอคุณชิมอยู่ตั้งนานแล้วนะคะ"
เสียงหวานหยดย้อยของเมษาดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ เธอยื่นจานอาหารจานหรูมาตรงหน้า พร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมพยายามทอดสะพานให้อดีตสามีของเธอ (ในนามที่เธอหวังจะเลื่อนขั้น) หันมาสนใจ แต่ทว่า... ในเวลานี้ อคินทร์กลับรู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้าช่างน่ารำคาญและน่าสะอิดสะเอียนเสียจนเขาไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง
"เก็บมันไปเถอะ เมษา... ฉันไม่ได้นัดเธอมาเพื่อกินข้าว" อคินทร์เอ่ยเสียงเรียบเย็นชา นัยน์ตาคมกริบคมปลาวาฬตวัดมองหญิงสาวตรงข้ามด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง
เมษาชะงัก รอยยิ้มค้างเติ่งบนใบหน้า ริมฝีปากที่บรรจงทาลิปสติกสีแดงเพลิงเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความไม่พอใจ "อ้าว... ก็คุณเป็นคนนัดเมษาออกมาเองไม่ใช่เหรอคะ? หรือว่ามีเรื่องงานสำคัญอะไร... หรือว่า..." เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม
"ฉันไม่ได้นัดเธอ" อคินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเฉียบคมราวด้ามมีดโกน "คนที่ฉันนัด... คือรินรดาต่างหาก"
เพล้ง! (ในความรู้สึก) เมษารู้สึกเหมือนมีค้อนทุบลงกลางศีรษะ รอยยิ้มเสแสร้งพังทลายลงในพริบตา "รินรดา? นังสลัมคนนั้นน่ะเหรอคะ! คุณนัดมันมาทำไมกันคะอคินทร์ ผู้หญิงไร้ค่าแบบนั้น มันมีค่าอะไรให้คุณต้องเสียเวลามาเจอด้วย!"
"หุบปากซะ เมษา!" อคินทร์ตวาดกร้าว นัยน์ตาดุจพญามารวาวโรจน์ขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเมษาต้องหดคอหนีด้วยความหวาดกลัว "อย่ามาลามปามพูดจาต่ำทรามใส่แม่ของลูกฉันแบบนั้นอีก!"
คำว่า 'แม่ของลูกฉัน' กระแทกเข้าโสตประสาทของเมษาเข้าอย่างจัง ทำให้เธอเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลูกงั้นเหรอ? หรือว่า... หรือว่านั่นคือเหตุผลที่อคินทร์เปลี่ยนไป!
ในวินาทีนั้นเอง ประตูร้านอาหารก็ถูกผลักออกเบาๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเดรสยาวเรียบหรูสีเอิร์ธโทน รินรดาเดินเข้ามาด้วยก้าวย่างที่มั่นคง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตาคู่สวยกลับนิ่งสนิท ไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรือเยื่อใยใดๆ เช่นในอดีต
ข้างกายเธอคือเด็กชายตัวน้อยในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา น้องมินท์กุมมือมารดาไว้แน่น ดวงตากลมโตส่อแววเฉลียวฉลาดกวาดมองบรรยากาศภายในร้านหรู ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างสูงใหญ่ของอคินทร์ที่กำลังลุกขึ้นยืนด้วยความร้อนรน
อคินทร์รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกะทันหัน หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุตะпкаอก ยามที่ได้เห็นรินรดาเดินตรงมาที่โต๊ะ V.I.P. ตัวที่เขากลั่นแกล้งจองไว้เพื่อขอโอกาสพูดคุยปรับความเข้าใจ
"ริน..." อคินทร์เปล่งเสียงเรียกชื่ออดีตภรรยาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกท่วมท้นที่กำลังตีรวนขึ้นมาในอก "คุณ... มาจนได้"
รินรดาหยุดยืนนิ่งห่างจากเขาเพียงไม่กี่ก้าว สายตาคมปลาวาฬที่เคยทอดมองเขาด้วยความรักและความเจ็บปวด บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและเย็นชา ราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าข้างถนน
"ฉันไม่ได้มาเพื่อกินข้าวกับคุณค่ะ คุณอคินทร์" น้ำเสียงหวานใสแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลง "แล้วก็อย่าเสียเวลาพูดเรื่องขอโทษหรือเรื่องไร้สาระพวกนั้นเลยค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว"
อคินทร์ก้าวเท้าเข้าไปหาเธอสัญชาตญาณ ร ่างสูงใหญ่ทอดเงาทับร่างบาง ทว่ารินรดากลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรังเกียจที่จะเข้าใกล้ พร้อมกับดึงตัวน้องมินท์ให้มาหลบอยู่ด้านหลังของเธอทันที การกระทำนั้นบาดลึกเข้าไปในขั้วหัวใจของอคินทร์ราวกับถูกกรีดด้วยมีดซ้ำๆ
"ริน... ขอร้องล่ะ ฟังผมก่อนได้ไหม" อคินทร์เอ่ยวิงวอน ดวงตาคมเข้มแดงก่ำด้วยความรู้สึกผิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "ผมรู้แล้ว... ผมรู้ทุกอย่างแล้วเรื่องน้องมินท์ ผมขอโทษ... ขอโอกาสให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ ได้ชดเชยเวลาที่เสียไปทั้งหมด..."
"หน้าที่พ่อ?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยันและสมเพชเวทนา "คุณเพิ่งจะรู้ตัวเหรอคะ? ตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย ตอนที่คุณปล่อยให้ฉันอุ้มท้องเติบโตมาลำพังโดยไม่เคยเหลียวแล ตอนที่คุณบอกว่าเด็กคนนี้เป็นภาระ... คุณไปอยู่ไหนมาคะ คุณอคินทร์?"
คำถามแต่ละคำเปรียบเสมือนคมหอกที่ปักทะลุอกอคินทร์จนเลือดสาดกระจาย เขาพูดไม่ออก ได้แต่ยืนตัวชา น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจรื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างน่าเวทนา
"คุณ... คุณมันใจร้ายเกินกว่าจะได้รับโอกาสนั้นค่ะ" รินรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เฉียบขาดเชือดเฉือนวิญญาณ "และต่อให้คุณจะคุกเข่าขอร้องจนเลือดไหลออกมากองแทบเท้าฉัน คำตอบของฉันก็ยังเหมือนเดิม... เราจบกันแค่นี้ค่ะ ต่างคนต่างอยู่ และอย่าได้มายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉันกับลูกอีก!"
พูดจบ รินรดาก็ไม่รอให้อดีตสามีได้แก้ตัวแม้แต่ครึ่งคำ เธอเอื้อมมือไปกุมมือน้อยๆ ของลูกชายแล้วหันหลังเดินกลับออกไปจากร้านทันทีอย่างไม่ลังเล
"ริน! เดี๋ยวสิ ริน!" อคินทร์ตะโกนเรียกสุดเสียง ร่างสูงทำท่าจะก้าวเท้าวิ่งตามไป ทว่ากลับมีเงาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาขวางทางเอาไว้เสียก่อน
"อคินทร์คะ! คุณจะวิ่งตามนังสลัมกับลูกชู้มันไปทำไมกันคะ!" เมษาแผดเสียงกรีดร้องด้วยความริษยาจนสติหลุด เธอพยายามคว้าแขนเขาไว้ แต่มันกลับทำให้ความอดทนเส้นสุดท้ายของอคินทร์ขาดผึ่งลง
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉัน!" อคินทร์ตваดลั่นจนพนักงานในร้านสะดุ้งโหยง ก่อนจะสะบัดแขนอย่างแรงจนเมษาเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น เขาไม่สนใจไยดีผู้หญิงน่ารำคาญคนนั้นอีกต่อไป ร่างสูงพุ่งพรวดผลุนผลันก้าวตามรินรดาออกไปที่ลานจอดรถด้านนอกทันทีด้วยความกระวนกระวายใจ
บรรยากาศยามค่ำคืนค่อนข้างเงียบสงบ แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบพื้นถนนเปียกชื้นจากฝนที่เพิ่งซาเม็ด อคินทร์กวาดสายตามองหาเป้าหมายด้วยหัวใจที่เต้นรัวระรัว และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...
เอี๊ยดดดด—! เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูที่พุ่งทะยานออกมาจากมุมตึกด้วยความเร็วสูงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องวาบเข้าตาอคินทร์จนต้องยกมือขึ้นป้อง
และภาพที่ปรากฏตรงหน้า... ทำให้หัวใจของอคินทร์หยุดเต้นลงในทันที!
ร่างของรินรดากำลังถูกชายฉกรรจ์สวมชุดดำสองคนพยายามฉุดกระชากตัวขึ้นรถตู้สีดำทึบที่จอดเทียบฟุตบาทอยู่ ขณะที่น้องมินท์ถูกอุ้มแยกตัวออกไปอีกทาง เด็กชายส่งเสียงร้องไห้จ้าด้วยความหวาดกลัวลั่นลานจอดรถ
"แม่จ๋า! ช่วยด้วย! ปล่อยผมนะ!"
"ริน!/น้องมินท์!" อคินทร์แผดเสียงคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าที่คลั่งด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาดุจพญามารเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเงาร่างคุ้นตาของใครบางคนที่ก้าวลงมาจากเบาะหลังรถตู้คันนั้น... กลับเป็นบุคคลที่เขาคิดไม่ถึงที่สุด และเป็นคนที่ถือไพ่เหนือกว่าเขาในเกมแก้แค้นครั้งนี้!
(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความเจ็บปวดนี้ด้วยกันนะคะ เมฆหมอกสีชมพูรักรี้ดทุกคนค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 24
ดินเนอร์ลับๆ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!