เสียงหัวเราะคิกคักใสกระจ่างของเด็กชายวัยสามขวบเศษดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานโอ่อ่าสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก พื้นที่ที่เคยมีแต่กลิ่นอายของความเย็นชา เอกสารกองโต และความกดดันอันน่าอึดอัด บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันแห่งชีวิตชีวาที่อคินทร์ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้... โดยเฉพาะกับตัวเขาเอง
"คุณพ่อขา... มินท์ต่อเลโก้สูงเท่านี้แล้วนะฮะ! ดูสิ สูงเท่าตึกใบหยกของมินท์เลย!"
นิ้วป้อมๆ ชี้ไปยังตึกเลโก้สีสันสดใสที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพรมราคาแพง อคินทร์ละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อปราคาแพงลิบลิ่ว รอยย่นระหว่างคิ้วที่มักขมวดมุ่นด้วยความเครียดเรื่องธุรกิจหลายพันล้าน คลายลงอย่างช้าๆ ราวกับน้ำแข็งที่ถูกรินรดด้วยน้ำอุ่น ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างเย็นชา บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้เมื่อทอดมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่นั่งยองๆ อยู่แทบเท้า
ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนยาวขึ้นสองทบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นพรมอย่างไร้ฟอร์มความเป็นนักธุรกิจใหญ่ เขายื่นมือหนาไปช่วยประคองฐานเลโก้ที่กำลังจะเอียงล้มด้วยความเอ็นดู
"เก่งมากครับ ไหน... ขอคุณพ่อดูหน่อยซิว่าฝีมือสถาปัตยกรรมของตัวแสบวันนี้ จะเจ๋งกว่าเมื่อวานไหม" อคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แทบไม่เคยใช้พูดกับใคร ยกเว้นแต่กับเด็กชายคนนี้
"เจ๋งกว่าสิฮะ! เพราะมินท์ตั้งใจทำให้อะ... ให้คุณพ่อคนเก่งโดยเฉพาะเลยนะ" มินท์เกือบหลุดคำว่า 'คุณพ่อคนหล่อ' ตามที่รินรดามักจะใช้กระเซ้าเย้าแหย่เวลาอยู่บ้าน แต่เจ้าตัวเล็กก็ไหวพริบดีพอที่จะเปลี่ยนคำพูดให้ดูน่ารักน่าชังขึ้นไปอีก
อคินทร์ใจกระตุกวูบ ทุกครั้งที่เด็กน้อยเรียกเขาว่า 'คุณพ่อ' ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างก็ตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่แค่ความรับผิดชอบ แต่มันคือสายใยบางเบาที่ค่อยๆ ถักทอแน่นหนาขึ้นทุกวัน ทุกครั้งที่มินท์เข้ามาวนเวียนใกล้ชิด ทุกคำพูดที่เจือด้วยความไร้เดียงสา กลับกลายเป็นศรแหลมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของเขาเอง... หัวใจที่เพิ่งตระหนักว่า เขากำลังหลงรักเด็กชายคนนี้เข้าอย่างจัง และยิ่งรักมากเท่าไหร่ ความจริงที่ว่าเขาเคยผลักไสแม่ของเด็กคนนี้ออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย ก็ยิ่งย้อนกลับมาลงทัณฑ์เขาอย่างสาสมเท่านั้น
ร่างสูงเอื้อมมือไปยีผมนุ่มสลวยของลูกชายเบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านความรู้สึกผิดบาปในใจจนเขาต้องหลุบตาลงซ่อนความร้าวราด
ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มินท์เริ่มเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเขาบ่อยขึ้น ไม่ใช่เพราะบังเอิญ แต่เป็นเพราะความตั้งใจของเด็กน้อย... และลึกๆ แล้ว อคินทร์รู้ดีว่ารินรดาเองก็คงมองเห็นความเปลี่ยนแปลงบางอย่างในแววตาของลูกชาย ถึงได้ยอมเปิดช่องให้เขาได้มีเวลาใกล้ชิดกับแก้วตาดวงใจดวงนี้มากขึ้น แม้ว่าแววตาของอดีตภรรยาเวลาที่มองเขาจะยังคงว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกก็ตาม
"ช่วงนี้ลูกมาหาคุณพ่อบ่อยจัง แม่รินไม่ว่าเหรอครับหื้ม?" อคินทร์แกล้งถาม หยิบต่อบล็อกเลโก้สีแดงมาต่อให้เข้าที่
มินท์เอียงคอทำท่าทางครุ่นคิด ดวงตากลมโตใสแป๋วถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน "แม่รินบอกว่า... คุณพ่อใจดีกับมินท์ แม่ก็เลยไม่ว่าอะไรฮะ แต่อีกหน่อยถ้าคุณพ่อดุ มินท์จะฟ้องแม่รินนะ!"
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยทำให้อคินทร์แค่นหัวเราะในลำคออย่างขมขื่น ใจดีงั้นหรือ? ถ้ามินท์รู้ว่าผู้ชายที่กำลังนั่งต่อเลโก้ร่วมหัวจมท้ายกับเขาอยู่ตอนนี้ เคยใจร้ายกับแม่ของเขาขนาดไหน เด็กน้อยคนนี้จะยังอยากกอดเขาแบบนี้อยู่อีกไหม ความคิดนั้นกัดกินหัวใจเขาจนเจ็บแปลบไปหมด
"พ่อสัญญา... ว่าจะไม่มีวันดุซาลาเปาน้อยของพ่อเด็ดขาดครับ" อคินทร์ดึงตัวเด็กชายเข้ามากอดแน่น ฝังจมูกลงกับกลุ่มผมนุ่มสูดดมความหอมสะอาดบริสุทธิ์ที่ช่วยเยียวยาจิตใจอันบอบช้ำของเขาได้ดีที่สุดในนาทีนี้
ทว่า ความสุขในห้องทำงานกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูกระจกฝ้าด้านนอก ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขานุการส่วนตัว พร้อมกับร่างเพรียวบางในชุดเดรสสีแซลมอนที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มมั่นอกมั่นใจ
"อคินทร์คะ เมษาเอาแฟ้มเอกสารโปรเจกต์รีสอร์ตใหม่มาให้เซ็น... อุ๊ย!"
เมษาชะงักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ภาพท่านประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและทรงอิทธิพล กำลังนั่งคุกเข่าคลุกฝุ่นอยู่กับพื้นพรมร่วมกับเด็กผู้ชายมอมแมมคนหนึ่ง ภาพที่ไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาดในโลกธุรกิจ แต่มันกลับกำลังเกิดขึ้นกับเด็กที่เธอเกลียดเข้าไส้
อคินทร์ขมวดคิ้วมุ่น ความรื่นรมย์ในแววตาสลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเย็นชาที่ถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดเศษฝุ่นที่กางเกงสแลคราคาแพงออกเล็กน้อย ก่อนจะก้าวเข้าไปรับแฟ้มเอกสารจากมือเมษาด้วยท่าทีห่างเหิน
"วางไว้ตรงนั้นแหละครับ เดี๋ยวผมดูต่อเอง" น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ถูกส่งออกไป
เมษาพยายามปั้นยิ้มหวานหยด ยื่นมือทำทีจะเข้าไปแตะแขนแกร่งของชายหนุ่ม แต่สายตากลับเหลือบไปมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยความรังเกียจระคนหมั่นไส้ "ช่วงนี้คุณอคินทร์ดูจะว่างนะคะ ถึงได้เอาเวลามาเล่นกับ... เด็กที่ไหนก็ไม่รู้ ดูสิคะ เสื้อผ้าเลอะหมดแล้ว เดี๋ยวเชื้อโรคก็ติดคุณอคินทร์หรอกค่ะ"
คำพูดเหยียดหยามนั้นทำให้อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที อคินทร์หันขวับกลับมามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่คมกริบราวกับใบมีด นัยน์ตาสีเข้มลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดติดขึ้นอย่างง่ายดาย
"ระวังปากของคุณด้วย เมษา" อคินทร์เอกดเสียงต่ำลอดไรฟัน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจนเมษาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "เด็กคนนี้ไม่ใช่ 'เด็กที่ไหน' และถ้าคุณยังพูดจาไร้มารยาทแบบนี้ในห้องของผมอีกแม้แต่คำเดียว... คุณก็เตรียมเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทนี้ได้เลย!"
เมษาหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจและอับอาย ไม่คิดว่าอคินทร์จะออกตัวปกป้องเด็กเหลือขอคนนี้รุนแรงถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาไม่เคยสนใจไยดีเด็กที่ไหนเลยแท้ๆ หรือเพราะอิทธิพลของนังรินรดามันฝังรากลึกจนทำให้ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!
"เม... เมษาแค่หวังดีนะคะ..." เธอยังพยายามแก้ตัวเสียงสั่น
"ผมไม่ได้ขอให้คุณหวังดี เชิญออกไปได้แล้ว!" อคินทร์สะบัดเสียงไล่อย่างไม่ไว้หน้า เมษาจึงจำใจต้องหันหลังเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก
เมื่อประตูกลปิดลง ความเงียบสงบก็กลับคืนมาอีกครั้ง อคินทร์รีบหันกลับมาหามินท์ที่นั่งทำตาแป๋วด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อยอีกครั้ง พยายามคลี่iรอยยิ้มอบอุ่นเพื่อไม่ให้ลูกตกใจ
"มินท์ตกใจเหรอครับ? คนเมื่อครู่นี้... เขาไม่ใช่คนสำคัญอะไรหรอกครับ ลูกไม่ต้องสนใจนะ" อคินทร์ลูบแก้มเนียนนุ่มเบาๆ
มินท์ส่ายหัวน้อยๆ ก่อนจะยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มบุ๋มที่แก้ม "มินท์ไม่กลัวหรอกฮะ เพราะคุณพ่อปกป้องมินท์... เท่ที่สุดเลย!"
คำว่า 'คุณพ่อเท่ที่สุด' จากปากลูกชาย ทำให้หัวใจที่ด้านชาของอคินทร์พองโตขึ้นมาอย่างประหลาด มันเป็นความรู้สึกอิ่มเอมที่เงินนับแสนล้านก็ซื้อไม่ได้ ความผูกพันที่ถักทอขึ้นในทุกๆ วันกำลังหลอมละลายหัวใจที่ด้านชาของเขาให้กลายเป็นจุณ เขารู้ซึ้งแล้วว่า ต่อให้เขาจะมีอำนาจล้นฟ้า หรือครอบครองอาณาจักรธุรกิจที่ใหญ่โตแค่ไหน แต่มันก็ไม่มีค่าอะไรเลย หากปราศจากรอยยิ้มและอ้อมกอดของสองแม่ลูกคู่นี้
อคินทร์ดึงตัวมินท์เข้ามากอดแนบอกแน่น ดวงตาคมทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ด้วยความรู้สึกที่สั่นไหว เขาจะไม่ยอมปล่อยให้สองแม่ลูกหลุดมือไปเด็ดขาด แม้จะต้องคุกเข่าอ้อนวอน หรือแลกด้วยลมหายใจ เขาก็จะทำ
ทว่า... ขณะที่อคินทร์กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดและความอบอุ่นนั้น เสียงเคาะประตูก็เบาขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของรินรดาที่ยืนถือกล่องใส่อาหารว่างอยู่ตรงกรอบประตู เธอมาเพื่อมารับลูกชายกลับบ้านตามเวลาที่นัดหมาย
สายตาสองคู่ประสานกันผ่านความเงียบงัน รินรดายืนนิ่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งเรียบไร้รอยยิ้ม ขณะที่อคินทร์ชะงักค้าง ร่างสูงค่อยๆ ปล่อยมือออกจากลูกชาย หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับคนทำความผิดแล้วถูกจับได้คาหนังคาเขา เมื่อเขาเห็นรินรดากวาดสายตามองภาพความใกล้ชิดระหว่างเขากับลูกชายด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา รินรดาก็เป็นฝ่ายก้าวเข้ามาในห้อง เธอโน้มตัวลงจูงมือลูกชายเบาๆ โดยไม่แม้แต่จะชายตามองอดีตสามีที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น
"มินท์ครับ กลับบ้านกันเถอะลูก... ป่านนี้คุณยายรอแย่แล้วนะ" เสียงหวานเอ่ยบอกลูกชายด้วยความอ่อนโยน
มินท์พยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะหันไปโบกมือลาอคินทร์ "บายๆ นะฮะคุณพ่อ ไว้พรุ่งนี้มินท์มาหาใหม่นะ!"
ประโยคสั้นๆ ของเด็กน้อยทำให้อคินทร์สะท้านไปทั้งร่าง เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ มองภาพอดีตภรรยากับลูกชายที่กำลังจะเดินลับหายออกไปจากห้องทำงานของเขา ความโหยหาและสำนึกผิดพุ่งพล่านจนจุกอก ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังจะก้าวพ้นขอบประตู บอดี้ส่วนตัวหน้าห้องก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาขวางไว้ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"ท่านประธานครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... มีคนส่งพัสดุปริศนาจ่าหน้าถึงคุณรินรดาโดยเฉพาะ และ... และที่สำคัญ หน้าซองระบุชื่อผู้ส่งว่าเป็น 'คนจากตระกูลอคินทร์' ที่คุณชายใหญ่สั่งให้เก็บเป็นความลับสุดยอดครับ!"
รินรดาชะงักฝีเท้าลงทันที เธอนิ่งค้างไปพร้อมกับอคินทร์ที่ใบหน้าถอดสีในพริบตา เมื่อสัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องเสียงดังว่า... ความลับดำมืดที่เขาพยายามปกปิดมาตลอด กำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในวินาทีนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 21
มินท์ผู้กุมหัวใจพ่อ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!