หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 32

มินท์ป่วย

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
ผ้าห่มผืนหนาถูกดึงขึ้นคลุมถึงคางเล็กๆ ของเด็กชายที่นอนขดตัวซุกอยู่บนโซฟา ตัวของน้องมินท์ร้อนจัดจนน่าตกใจ เสียงหายใจหอบกระชั้นดังแทรกความเงียบงันภายในห้องนั่งเล่นที่ครั้งหนึ่งเคยไร้ชีวิตชีวา แต่วันนี้ กลับมีเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมขยับไปไหน อคินทร์ไม่เคยรู้เลยว่า การเฝ้ามองเด็กคนหนึ่งหายใจเข้า-ออก จะสร้างความหวatกลัวในอกเขาได้มากขนาดนี้ "คุณ... คุณคินทร์คะ ดิฉันเอาผ้าชุบน้ำมาเปลี่ยนให้ค่ะ" แม่บ้านเอ่ยเสียงสั่นด้วยความเกรงใจ เมื่อยื่นอ่างน้ำอุ่นให้ผู้เป็นนาย "ออกไปก่อนเถอะ" อคินทร์เอ่ยเสียง Weighed down ขุ่นมัว ดวงตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่ค้าทางธุรกิจด้วยความเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับแดงก่ำและจับจ้องเพียงใบหน้าซีดเซียวของลูกชายที่ละม้ายคล้ายตนเองราวกับถอดแบบ มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปบิดผ้าขนหนูผืนเล็กจนแห้งสนิท ก่อนจะบรรจงซับลงบนหน้าผากมนอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ แก้วตาดวงนี้จะแตกสลายคามือ "คุณ... พ่อ..." เสียงแหบแห้งของเด็กชายดังลอดริมฝีปากที่แห้งผาก น้องมินท์ปรือตาขึ้นมองเพดานสลัว ก่อนจะกะพริบตาปริบๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพผู้ชายตัวโตที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายทำให้เด็กน้อยขมวดคิ้วมึนงง "คุณพ่อ... ทำไมยังไม่กลับไปหาคุณป้าเมษาล่ะครับ" คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลึกลงกลางใจอคินทร์ ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นพล่านไปทั่วสรรพang ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง "พ่อ... ไม่ได้ไปไหนทั้งนั้นครับ" อคินทร์พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ขณะที่มือใหญ่วางทาบลงบนแก้มร้อนผ่าวของลูก "มินท์เจ็บตรงไหนบอกพ่อนะครับ ลูกตัวร้อนมากเลยรู้ไหม" น้องมินท์เบือนหน้าหนีเล็กน้อยด้วยความดื้อรั้นตามประสาเด็กที่ยังเก็บความน้อยใจ "มินท์ไม่เป็นไร... เดี๋ยวคุณแม่ก็มาแล้ว คุณแม่บอกว่ามินท์เป็นเด็กเข้มแข็ง ไม่ต้องให้คนใจร้ายมาดูแลหรอกครับ" *คนใจร้าย*... คำนี้บาดลึกยิ่งกว่าส a ภาพบาดแผลใดๆ อคินทร์รู้สึกราวกับถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงที่ตนเองเป็นคนก่อขึ้น เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาคมทอดมองเด็กน้อยที่พยายามขยับตัวหนีสัมผัสของเขาด้วยความระแวง "พ่อขอโทษ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาอย่างยากเย็นแสนเข็ญ มันเป็นคำที่อคินทร์ไม่เคยคิดว่าจะเอื้อนเอ่ยให้ใครฟังตลอดชีวิตอันยิ่งใหญ่ของเขา แต่วันนี้ เขากลับยอมคุกเข่าราบคาบต่อหน้าเด็กชายตัวเล็กๆ คนนี้ "พ่อขอโทษนะลูก... ต่อไปนี้ พ่อจะไม่ใจร้ายอีกแล้ว" "โกหก..." น้องมินท์น้ำตาคลอเบ้า มือเล็กๆ กำชายเสื้อของตัวเองแน่น "ผู้ใหญ่ใจร้ายทุกคนก็พูดแบบนี้ทั้งนั้นแหละครับ ตอนที่คุณพ่อไล่คุณแม่... คุณพ่อก็ทำหน้าดุแบบนี้เลย" หัวใจของอคินทร์กระหน่ำเต้นด้วยความระส่ำระสาย ภาพวันที่รินรดากลั้นน้ำตาเดินหันหลังออกไปจากคฤหาสน์หลังนี้ ย้อนกลับมาหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า รินรดาเคยร้องขอความเห็นใจจากเขามากมายแค่ไหน แต่เขากลับเลือกที่จะเหยียบย่ำมันอย่างไร้เยื่อใย และในวันนี้ เมื่อเขาสูญเสียทุกอย่างไป เขากลับเพิ่งตระหนักได้ว่า... ความเย่อหยิ่งของตนเองช่างไร้ค่าเพียงใดเมื่อเทียบกับรอยยิ้มของเด็กชายคนนี้ "พ่อไม่ได้โกหกครับคนเก่ง..." อคินทร์เอื้อมมือไปกุมมือเล็กที่ร้อนผ่าวไว้แน่น ถ่าย วามอบอุ่นจากฝ่ามือของตนเพื่อบรรเทาความหนาวสั่นของลูก "เชื่อพ่อสักครั้งเถอะนะ... ให้โอกาสพ่อได้ดูแลลูกกับแม่นะ" "คุณแม่ไม่กลับมาหรอกครับ..." น้องมินท์ส่ายหน้าช้าๆ หยดน้ำตาใสไหลรินอาบแก้ม "คุณแม่บอกว่า... ที่นี่มีแต่คนใจร้าย" ประโยคทิ่มแทงนั้นทำให้อคินทร์นิ่งค้าง เขาประคองร่างเล็กของลูกชายขึ้นมากอดแนบอกอย่างไม่กลัวเปื้อน กลิ่นอายเด็กน้อยและไอร้อนจากพิษไข้สะท้อนความเปราะบางในชีวิตที่เขาเพิ่งสร้างรอยร้าวขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง อ้อมแขนที่เคยแข็งกร้าวโอบกอดร่างน้อยไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือไป เด็กคนนี้จะหายวับไปกับตาเหมือนสายหมอก ในขณะที่อคินทร์กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งการสำนึกผิดและพยายามปลอบประโลมบุตรชาย เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังแว่วมาจากหน้าประตูกระจกบานเลื่อนที่เปิดแง้มไว้ "มินท์! ลูกแม่อยู่ไหน!" เสียงหวานที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและเกรี้ยวกราดดังขึ้น รินรดาในชุดทำงานที่ยังไม่ได้เปลี่ยน ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เธอกวาดสายตามองหาลูกชายสุดที่รักโดยไม่แม้แต่จะชายหางตาแลผู้ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเลยสักนิด รินรดารีบพุ่งเข้าไปทรุดกายลงข้างโซฟา ดึงร่างของน้องมินท์ออกจากอ้อมแขนของอคินทร์อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ราวกับกลัวว่าลูกจะแปดเปื้อนเชื้อโรคจากคนใจร้าย "แม่จ๋า..." น้องมินท์โผเข้าซบอกอุ่นทันทีที่ได้ยินเสียง ร่างเล็กสะื้นฮักด้วยความโล่งอก อคินทร์เซถอยหลังไปเล็กน้อยตามแรงดึงของอดีตภรรยา ความว่างเปล่าและหนเหน็บเข้าเกาะกุมหัวใจทันทีที่อ้อมแขนว่างเปล่า เขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเช่นนั้น เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ตนเคยผลักไสไล่ส่ง รินรดากอดปลอบลูกชายด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมามองหน้าอคินทร์ สายตานั้นไม่มีความรัก ความอาลัย หรือแม้แต่ความโกรธเกรี้ยวหลงเหลืออยู่เลย... มีเพียงความเย็นชา ดาษดื่น และความรังเกียจเดียดฉันท์ที่พุ่งตรงมาปักอกเขาจนแทบกระอัก "คุณทำอะไรลูกฉันอีกอคินทร์?" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ "แค่ที่คุณทำลายชีวิตฉันมันยังไม่สะใจพอเหรอ ถึงต้องมายุ่งกับลูกของฉันด้วย!" อคินทร์อ้าปากค้าง หัวใจกระหน่ำเต้นด้วยความเจ็บปวด เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "ริน... ผมแค่อยู่ดูแลลูก..." "ดูแล?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันบนเรียวปากสวยช่างบาดลึกหัวใจคนฟังยิ่งนัก "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะใช้คำว่าดูแลเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ! ออกไปจากชีวิตพวกเราสองคนแม่ลูกซะ อคินทร์... เพราะไม่ว่าคุณจะสำนึกผิดแค่ไหน มันก็สายเกินไปตั้งแต่ที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้ว!" พูดจบ รินรดาก็ช้อนตัวอุ้มร่างเล็กของน้องมินท์ขึ้นแนบอก เตรียมจะก้าวเดินผ่านเขาไปอย่างไร้เยื่อใย อคินทร์หน้าซีดเผือด หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารู้ดีว่าตนเองไม่มีสิทธิ์รั้งเธอไว้ แต่ทว่า... ก่อนที่รินรดาจะก้าวพ้นขอบประตู เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน อคินทร์หยิบขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดแต่ปรายตาไปเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ... *เมษา* เขากำลังจะกดตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ทว่ารินรดาที่หยุดชะงักฝีเท้าลงชั่วขณะ กลับเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอนั้นพอดี ดวงตากลมโตฉายแววเย้ยหยันออกมาก่อนที่เธอจะเอ่ยประโยคที่ทำให้อคินทร์แทบหยุดหายใจ "รับสิคะ... ผู้หญิงของคุณคงโทรมาตามหาผัวคืนสู่เหย้าแล้วกระมัง อย่าปล่อยให้รอนานเลยค่ะ คนใจร้ายอย่างคุณ... เหมาะกับนรกขุมนั้นที่สุดแล้ว" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%