เสียงลมหายใจหอบกระชั้นผ่านปลายสายโทรศัพท์คือเสียงดนตรีแห่งความพินาศที่อคินทร์ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยินจากปากของตนเอง ผู้ชายผู้เคยถือไพ่เหนือกว่าในทุก
กระดานชีวิต บัดนี้กลับยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องทำงานที่เงียบงัน เอกสารหย่าที่เซ็นชื่อครบถ้วนสมบูรณ์วางอยู่ตรงหน้า ประดุจคมมีดที่กรีดลงบนกลางใจ
"นายอยู่ที่ไหน..." เสียงของเขาสั่นพร่าเกินกว่าจะรักษาฟอร์มของนักธุรกิจผู้เย่อหยิ่งไว้ได้ นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดผวาเป็นครั้งแรกในชีวิต "เอาเอกสารนั่นมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!"
"สายไปแล้วค่ะคุณอคินทร์..."
รินรดากดตัดสายทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้เอื้อนเอยคำแก้ตัวใดๆ อีก น้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าไม่ได้ไหลออกมาด้วยความอ่อนแอ แต่มันคือหยาดน้ำตาแห่งการชำระล้างหัวใจให้บริสุทธิ์จากมลusของความเจ็บปวด เธอยืนอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสของร้านกาแฟแห่งหนึ่ง มองออกไปเบื้องนอกที่ผู้คนต่างเดินสวนกันไปมาอย่างเร่งรีบ ชีวิตของพวกเขาก็ดำเนินต่อไปได้ แม้ว่าโลกของเธอจะเคยพังทลายลงมาครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม
ผู้หญิงคนเดิมที่เคยนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นอย่างไร้ความหมายเมื่อสามปีก่อน ได้ตายไปพร้อมกับทะเบียนสมรสแผ่นนั้นแล้วค่ะ
เธอยกมือขึ้นแตะหน้าอกด้านซ้ายเบื้องลึก หัวใจดวงนี้เคยเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวทุกครั้งที่ได้ยินเสียงรถยนต์ของเขาแล่นเข้าบ้าน มันคือความหวาดระแวง กลัวการถูกทอดทิ้ง กลัวสายตาเย็นชาคู่นั้นที่มองมาประดุจเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในคฤหาสน์หลังใหญ่ แต่วันนี้... เมื่อเธอเลือกที่จะก้าวออกมา กำแพงหนาทึบที่เรียกว่า "ความด้านชา" ก็ถูกสร้างขึ้นมาโอบ
ล้อมหัวใจที่บอบช้ำไว้อย่างแน่นหนา
รินรดาท่องจำไว้เสมอในทุกย่างก้าวที่เดินผ่าน ไม่ว่าเขาจะร่ำไห้คุกเข่าอ้อนวอนสักแค่ไหน หรือสายตาคู่นั้นจะฉายแววสำนึกผิดเพียงใด เธอก็จะไม่มีวันลืมความรู้สึกในคืนที่เธอต้องอุ้มท้องแก่ใกล้คลอดเดินออกจากบ้านโดยไม่มีแม้แต่คำลา รอยแผลเป็นทางจิตวิทยาที่เขากรีดไว้ มันลึกเกินกว่าจะเยียวยาด้วยคำว่า "ขอโทษ" เพียงไม่กี่คำ
โทรศัพท์ในมือสั่นเตือนอีกครั้ง ชื่อของ "อคินทร์" ปรากฏหรี่แสงอยู่บนหน้าจอติดต่อกันเป็นสายที่สิบ แต่เธอกลับเลือกที่จะกดปิดเครื่องอย่างไร้เยื่อใย
ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์ตระกูลอัครเดชาโชติ อคินทร์กำลังขว้างเอกสารทุกอย่างบนโต๊ะทำงานลงกับพื้นด้วยความคลุ้มคลั่ง แจกันราคาแพงถูกปัดร่วงแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี เศษแก้วคมกริบกระจายเกลื่อนกลาดสะท้อนกับแสงไฟสลัว ร่างสูงใหญ่ทรุดตัวลงคุกเข่าท่ามกลางซากปรักหักพังเหล่านั้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี
ภาพความทรงจำย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ภาพที่รินรดานั่งเงียบๆ มุมห้อง ภาพที่เธอถือถุงยาด้วยใบหน้าซีดเซียว และภาพที่เธอถือซองเอกสารสีน้ำตาลเดินจากไปในวันที่ฝนพรำ เขาเคยคิดว่าเธอเรียกร้องความสนใจ เขาเคยเยาะเย้ยว่าผู้หญิงอย่างเธอไม่มีวันไปไหนรอดเพราะเกาะเขากิน แต่ความเป็นจริงในวันนี้ตบหน้าเขาอย่างฉาดใหญ่ รินรดาลุกขึ้นยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง แถมยังทิ้งใบหย่าไว้ให้เขาเป็นฝ่ายดิ้นรน
"ริน... ผมขอร้อง..." เขาพึมพำกับความว่างเปล่า มือหนากุมขมับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเย่อหยิ่งทนงตนที่เคยมีถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี
เมษาที่แอบยืนมองเหตุการณ์อยู่หน้าประตูห้องทำงาน ลอบกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ สีหน้าของเธอิดเบี้ยวด้วยความริษยาและเคียดแค้น ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมและเย็นชาที่เธอพยายามเข้าหามาตลอดหลายปี บัดนี้กลับกำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนเสียสติให้กับผู้หญิงจืดชืดคนนั้น รินรดามันมีดีอะไรนักหนา ทำไมแม้แต่ตอนที่หย่ากันไปแล้ว เงาหัวใจของมันยังคงฝังรากลึกอยู่ในอกของอคินทร์ได้ขนาดนี้!
"คุณอคินทร์คะ..." เมษาพยายามปรับน้ำเสียงให้อ่อนหวานที่สุด ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่กำลังจมดิ่งในความทุกข์ระทม "อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลยนะคะ เมย์เป็นห่วง... ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่เห็นค่าคุณหรอกค่ะ ปล่อยเขาไปเถอะนะคะ"
"หุบปาก!"
เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของอคินทร์ทำเอาเมษาผถอยกรูดด้วยความตกใจ ดวงตาคมกริบที่แดงก่ำจากการร้องไห้ตวัดมองเธอด้วยแววตาดุดันราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านรอบตัวจนห้องทั้งห้องแทบหยุดหายใจ
"ถ้าเธอไม่อยากตายอยู่ที่นี่ ก็ไสหัวออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
เมษาหน้าถอดสี รีบถอยหลังกรูดออกไปจากห้องแทบไม่ทัน ความโกรธแค้นสุมอกจนเธอตัวสั่น เธอจะไม่ยอมแพ้นังรินรดาง่ายๆ แน่นอน ในเมื่ออคินทร์คลุ้มคลั่งขนาดนี้ เธอก็ต้องหาทางกำจัดตัวแปรสำคัญที่ทำให้เขากลับไปหารินรดาทิ้งเสีย
และตัวแปรนั้น... คงหนีไม่พ้นเด็กชายตัวน้อยที่มักจะวิ่งเล่นอยู่ในสวนสาธารณะใกล้กับร้านกาแฟที่รินรดามักจะไปบ่อยๆ
ณ อีกมุมหนึ่งของเมือง รินรดากำลังนั่งยองๆ สวมรองเท้าให้เด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้วตาดวงใจของเธอ
"คุณแม่ครับ วันนี้เราจะไปกินไอศกรีมรสช็อกโกแลตกันใช่ไหมครับ" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถาม พร้อมกับดวงตากลมโตเป็นประกายที่ถอดแบบมาจากผู้ชายใจร้ายคนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
รินรดายิ้มบางๆ ให้ลูกชาย ลูบศีรษะเล็กด้วยความรักความอบอุ่นท่วมท้น "ค่ะคนเก่ง ของโปรดน้องมินท์เลยค่ะ"
เด็กน้อยหัวiเราะคิกคัก วิ่งนำหน้ามารดาไปไม่กี่ก้าว ทว่าในจังหวะที่รินรดากำลังก้าวเดินตามลูกชาย สายตาของเธอกลับต้องชะงักงัน เมื่อร่างสูงโปรคุ้นตาของใครบางคนกำลังยืนขวางทางเดินอยู่เบื้องหน้า
อคินทร์ยืนหอบหายใจรดตัว ร่างกายสะบักสะเยือนไร้ซึ่งมาDของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล นัยน์ตาสองข้างแดงก่ำจ้องมองมาที่เธอด้วยความโหยหา และในวินาทีถัดมา สายตาคู่นั้นก็เบนต่ำลงไปยังเด็กชายตัวน้อยที่กำลังยืนหลบอยู่ข้างหลังรินรดาราวกับถูกมนต์สะกด
ลมหายใจของอคินทร์ขาดห้วงไปทันที เมื่อดวงตากลมโตคู่นั้นเงยขึ้นสบตากับเขา... ใบหน้านั้น คิ้วคู่นั้น และริมฝีปากนั้น มันคือกระจกเงาของเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 31
รินรดาตั้งกำแพง
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!