“คุณอคินทร์คะ... กรุณาถอยออกไปค่ะ ที่นี่คือที่พักของฉัน ไม่ใช่เวทีละครให้คุณมาสร้างภาพคนรักที่ถูกทอดทิ้ง”
รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกพยางค์กลับแฝงด้วยความเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอไม่ได้มองหน้าชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านขวางประตูทางเข้าห้องชุดไว้ ร่างบางหมุนตัวกลับหลังหัน เตรียมจะเดินหนีเข้าสู่พื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าฝ่ามือหนาที่คุ้นเคยกลับคว้าเข้าที่ต้นแขนของเธอเสียก่อน
สัมผัสนั้น... มันไม่ใช่ความรุนแรงอย่างที่เคยได้รับในอดีต แต่มันคือความสั่นเทาที่แฝงไว้ด้วยความอ้อนวอนอย่างน่ารังเกียจ
“ริน... ผมไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องความสงสาร แต่ผมมาเพราะผม... ลืมทางกลับบ้านไม่ถูก” อคินทร์กระซิบ เสียงของเขาแหบพร่า ดวงตาคมกริบที่เคยหยิ่งผยองบัดนี้กลับฉายแววแตกสลายจนน่าสมเพช “ตั้งแต่วันที่คุณเดินออกมา โลกของผมมันก็เหลือเพียงความมืดมิด... ที่คุณเคยบอกว่าผมใจร้าย วันนี้ผมได้รับบทลงโทษนั้นครบถ้วนแล้ว”
รินรดาสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี เธอแค่นหัวเราะจนไหล่บางสั่นไหว “อย่ามาใช้มุกเดิมๆ เลยค่ะคุณอคินทร์ ผู้ชายที่เคยไล่ภรรยาตัวเองออกไปนอนข้างถนนเพื่อเอาใจผู้หญิงอีกคน ไม่สมควรมาพูดเรื่องความมืดมิดหรอกนะคะ มันน่าขำสิ้นดี”
จังหวะนั้นเอง เสียงเล็กๆ ที่ใสกระจ่างพลันดังขึ้นจากทางด้านหลังของรินรดา ทำให้อคินทร์ชะงักงันไปราวกับถูกสาป
“คุณอา... มาหาแม่รินเหรอครับ?”
น้องมินท์ เด็กชายวัยอนุบาลก้าวออกมาจากมุมห้อง ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากอคินทร์อย่างไม่ผิดเพี้ยนจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความไร้เดียงสา มือเล็กๆ ขยำชายเสื้อของรินรดาไว้แน่นเป็นการป้องกัน
อคินทร์รู้สึกเหมือนลมหายใจของเขาขาดห้วงไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยแห้งแล้งราวกับทะเลทรายกลับถูกกระแทกอย่างแรงจนสั่นสะเทือน ภาพของเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ดวงตาสีเข้มคู่นั้น จมูกโด่งรั้นที่ดูดื้อรั้นนั่น มันคือเงาสะท้อนของตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
“เด็กคนนี้...” เสียงของอคินทร์สั่นสะท้าน เขาก้าวขาไม่ออก ราวกับมีโซ่ตรวนมองไม่เห็นฉุดรั้งไว้ “ริน... บอกผมมา นี่ลูกใคร”
รินรดาขยับตัวไปบังร่างเล็กไว้มิดชิด แววตาของเธอเปลี่ยนจากความโกรธเกลียดเป็นความเย็นชาจนน่าขนลุก “เขาเป็นลูกของฉันค่ะ... และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตที่แสนสมบูรณ์แบบของคุณอคินทร์เลยแม้แต่นิดเดียว ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าให้ลูกของฉันต้องมาแปดเปื้อนกับคนอย่างคุณเลย”
“แต่เขาเหมือนผม... เหมือนผมมาก!” อคินทร์เริ่มคุมสติไม่อยู่ เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของรินรดาที่เขาโหยหามาตลอดหลายเดือนลอยมาแตะจมูก มันเป็นไออุ่นเดียวที่เขาปรารถนาจะครอบครองอีกครั้ง แต่ทว่ากำแพงที่รินรดาสร้างขึ้นนั้นสูงชันเกินกว่าที่เขาจะปีนป่ายข้ามไปได้ง่ายๆ
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินไปแบบนี้ ความลับที่เธอปกปิดไว้จะพังทลายลง เธอจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายที่เจ็บปวดที่สุด
“เหมือนงั้นเหรอคะ?” รินรดาเหยียดยิ้ม “คุณมั่นใจแค่ไหนกันคะว่าคนอย่างคุณ... จะคู่ควรกับการเป็นพ่อของเด็กคนนี้? คนที่เคยปฏิเสธการมีตัวตนของลูก... คนที่เคยตะโกนใส่หน้าฉันว่าอยากให้ฉันหายไปจากชีวิตคุณตลอดกาล คุณคิดว่าคนใจร้ายแบบนั้นจะสมควรได้รับความรักจากลูกจริงๆ หรือคะ?”
คำพูดนั้นกรีดลงบนหัวใจของอคินทร์อย่างจัง เขารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากที่จองหองออกจนหมดสิ้น ความรัก ความโหยหา และความรู้สึกผิดที่สั่งสมมานานนับปีทะลักออกมาจนเขากลั้นไม่อยู่
“ผมขอโทษ...” เขาคุกเข่าลงกับพื้นอย่างไร้ศักดิ์ศรี มือหนาสั่นเทาเอื้อมไปหาชายเสื้อของเด็กน้อยแต่มือก็ชะงักค้างไว้กลางอากาศ “ริน... ให้โอกาสผมได้ไหม แค่สักครั้ง ให้ผมได้ทำหน้าที่ที่ผมเคยทิ้งขว้างมันไป... ผมไม่อยากเห็นสายตาหวาดกลัวแบบนี้จากลูกเลย”
รินรดามองภาพชายหนุ่มผู้ยิ่งใหญ่ที่เคยทำให้เธอต้องเสียน้ำตาเป็นสายเลือดในวันนี้ บัดนี้เขากลับคุกเข่าอ้อนวอนราวกับสุนัขที่ถูกทิ้ง มันควรจะเป็นภาพที่ทำให้เธอสะใจ... แต่น่าประหลาด ที่ลึกๆ ในใจเธอกลับรู้สึกถึงไออุ่นที่วูบไหวขึ้นมาอย่างไม่น่าให้อภัย
“แม่ครับ... คุณอาเขาร้องไห้เหรอครับ?” น้องมินท์เอ่ยถามเสียงเบา พลางเอียงคอสงสัย
รินรดานิ่งงัน เธอรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง ความรู้สึกที่เธอกดทับไว้เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง เธอควรจะไล่เขาไป แต่ทว่า... ความอบอุ่นที่ห่างหายไปนานในบ้านหลังนี้ กลับถูกเติมเต็มด้วยการปรากฏตัวของเขา
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของอคินทร์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น หน้าจอสว่างวาบเผยให้เห็นชื่อคนที่โทรเข้า...
*‘เมษา’*
อคินทร์ชะงักกึก เขากำลังจะกดตัดสาย แต่รินรดาที่เห็นชื่อนั้นชัดเจนพลันเปลี่ยนสีหน้าทันที เธอคว้าข้อมือเขาไว้ก่อนที่เขาจะทันได้กดวางสาย แล้วดึงมือเขาให้ลุกขึ้นยืนด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
“รับสายสิคะคุณอคินทร์... คนของคุณโทรตามแล้วนี่” รินรดาแค่นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “และจำไว้ด้วยว่า... การที่คุณมาคุกเข่าตรงนี้ มันไม่มีความหมายอะไรเลยถ้าคุณยังไม่สามารถจัดการชีวิตที่ยุ่งเหยิงของตัวเองให้จบสิ้น!”
ทว่าในวินาทีที่อคินทร์จำใจกดรับสาย เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมากลับทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจ
“อคินคะ! คุณรีบกลับมาด่วนเลยค่ะ... ผลตรวจ DNA ของลูกพี่สาวคุณที่โรงพยาบาลส่งมาแล้วค่ะ... ฉันเปิดดูแล้วนะคะ! สรุปว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกคุณอคินทร์จริงๆ ด้วย! เราวางแผนจัดงานแต่งงานใหม่ของเรากันเถอะค่ะ!”
ร่างของรินรดาแข็งทื่อไปทันที ในขณะที่อคินทร์เบิกตากว้าง ดวงตาของเขาสลับมองระหว่างหน้าจอโทรศัพท์กับเด็กน้อยที่ยืนอยู่ข้างหลังรินรดา ก่อนที่ความจริงบางอย่างจะค่อยๆ เผยออกมาในใจของชายหนุ่ม...
หากเด็กคนนั้นไม่ใช่ลูกพี่สาว... แล้วเด็กที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ล่ะ คือใครกันแน่?
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับเมฆหมอกสีชมพูนะคะ
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 29
ไออุ่นที่โหยหา
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!