กล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขอบทองวางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้เนื้อดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าตัวกล่อง คือความหนาแน่นของถุงกระดาษแบรนด์เนมระดับโลกนับสิบใบที่ตั้งเรียงรายละลานตาจนเกือบจะบังทัศนียภาพของมุมห้องรับแขกในคอนโดมิเนียมหรูของรินรดา
มันไม่ใช่แค่การส่งของขวัญมาแสดงความยินดีตามมารยาททางสังคม แต่มันคือการประกาศกร้าวผ่านอำนาจเงินตรา ที่อคินทร์เพียรพยายามจะถมทับอดีตอันแสนเย็นชาของเขากลับคืนมาด้วยวัตถุราคาแพงลิบลิ่ว
"คุณพ่อซื้ออะไรมาเยอะแยะเลยครับคุณแม่ ตัวนี้หุ่นยนต์บินได้ใช่ไหมครับ... โอ้โห มีรีโมตควบคุมด้วย!"
เสียงใสแจ๋วของน้องมินท์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ร่างเล็กป้อมในชุดนอนลายการ์ตูนกำลังตื่นตาตื่นใจกับกล่องของเล่นชิ้นมหึมาที่ถูกแกะออกทีละชิ้น สองตาประกายระยิบระยับด้วยความสุขตามประสาเด็กน้อย โดยไม่รู้เลยว่าเบื้องหลังของขวัญราคาแพงเหล่านี้คือเศษเสี้ยวของความสำนึกผิดที่ผู้เป็นพ่อพยายามจะซื้อหาความรักที่เขาเคยเหยียบยละเลยไป
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ปลายนิ้วเรียวบางกำถ้วยชาอุ่นๆ ไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาคู่คมกวาดมองสิ่งของฟุ่มเฟือยเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย มันมีทั้งความสมเพช เวทนา และความรำคาญใจที่ตีรวนขึ้นมาในอกราวกับคลื่นใต้น้ำ
เขากำลังคิดว่าเงินสามารถซื้อความรู้สึกของเธอคืนมาได้หรือไงกัน?
เพล้ง!
เสียงกระดาษห่อของขวัญถูกฉีกกระชากตามด้วยเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กชายตัวน้อย แต่มันไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องนี้อบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน... ความเงียบงันที่กดทับลงมาระหว่างเธอกับชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่ริมระเบียง กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุฝน
อคินทร์ในชุดสูททำงานเข้ารูปที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างไร้ระเบียบ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจก สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองภาพของสองแม่ลูกนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับฉายแววความหวังอันริบหรี่ ราวกับสุนัขจนตรอกที่กำลังรอคอยเศษอาหารแห่งความเมตตาจากเจ้าของ
"ชอบไหมลูก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามลูกชายด้วยความอ่อนโยนที่รินรดาไม่เคยได้ยินมาก่อน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยใส่ใจแม้กระทั่งวันเกิดของเด็กคนนี้ด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้... เขากลับจำแนกได้กระทั่งว่าของเล่นชิ้นไหนเหมาะกับวัยของแก
น้องมินท์เงยหน้าขึ้นจากกองกล่องของขวัญ รอยยิ้มกว้างปรากฏบนดวงหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนจะพยักหน้ารับหงิกๆ "ชอบครับ! แต่... แม่บอกว่าเราไม่ควรรับของแพงๆ ของคนอื่นนี่ครับ คุณอคินทร์ซื้อมาทำไมเยอะแยะเหรอครับ เปลืองเงินแย่เลย"
คำพูดไร้เดียงสาของเด็กน้อยเปรียบเสมือนคมมีดเล่มเล็กที่กรีดเข้าที่กลางใจของอคินทร์เต็มเปา ดวงตาคมเข้มไหววูบไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำว่า "คนอื่น" จากปากสายเลือดในไส้
เขาสบตากับรินรดาที่เงยขึ้นมามองเขาพอดี สายตาคู่นั้นว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกร้าวเสียจนเขาต้องเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีด้วยความเจ็บปวดที่จุกแน่นในลำคอ
"ผมไม่ได้ซื้อให้ 'คนอื่น' ครับมินท์..." อคินทร์ก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้ เปล่งเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวว่ามันจะไปกระทบกระเทือนความรู้สึกของเด็กน้อย "ผมซื้อให้ลูก... และ... ของขวัญชิ้นพิเศษ สำหรับคุณด้วยครับริน"
ประโยคหลังเขาตั้งใจเอ่ยกับเธอโดยตรง พร้อมกับทรุดกายลงนั่งชันเข่าข้างหนึ่งเบื้องหน้ารินรดา ราวกับอัศวินที่ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดเพื่อขอร้องความอภัยจากราชินีผู้ถูกทอดทิ้ง
มือหนายื่นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มขอบทองไปข้างหน้า ช้าๆ อย่างระมัดระวัง
รินรดาก้มมองกล่องในมือเขา รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด เธอยังจำได้ดีถึงวันที่เธอเคยแหงนคอมองเขาด้วยความรักและความคาดหวัง วันที่เธอเคยเอ่ยขอความใส่ใจเพียงน้อยนิด แต่วันนั้น... สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเงียบงันและสายตาดูแคลน
แล้ววันนี้ล่ะ? เมื่อเธอเลือกที่จะเดินออกมาด้วยลำแข้งของตัวเอง เมื่อเธอเรียนรู้ที่จะมีความสุขได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเงาของเขา เขากลับเอาเงินทองมากมายมากองตรงหน้าแล้วคิดว่ามันจะลบภาพความโหดร้ายในอดีตได้งั้นหรือ?
"เก็บกลับไปเถอะค่ะคุณอคินทร์" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึก "ของพวกนี้... มันมีค่ามากเกินกว่าที่คนสถานะอย่างฉันจะรับไว้ และที่สำคัญ... ฉันไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องรับของขวัญจาก 'อดีตสามี' ที่หย่าขาดกันไปแล้วด้วยค่ะ"
คำว่า 'อดีตสามี' และ 'หย่าขาด' กระแทกเข้าโสตประสาทของอคินทร์อย่างจัง กล้ามเนื้อบริเวณกรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ความโกรธเกรี้ยวและเสียใจตีรวนขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก แต่เขาก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโวยวาย เพราะทุกอย่าง... มันคือสิ่งที่เขาเป็นคนก่อขึ้นมาเองกับมือ
"ริน... ผมไม่ได้ตั้งใจจะเอาเงินมาฟาดหัวคุณ" เขาเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความอัดอั้น "ผมแค่อยากชดเชย... อยากทำหน้าที่พ่อและสามีที่บกพร่องในอดีต ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะ ให้ผมได้ดูแลพวกคุณเหมือนที่ครอบครัวอื่นๆ เขาทำกัน"
"ครอบครัว?" รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสมเพช "คุณเพิ่งจะนึกคำนี้ออกเหรอคะคุณอคินทร์? วันที่คุณบอกว่าฉันเป็นแค่ภาระ วันที่คุณปล่อยให้ฉันอุ้มท้องลูกโดยที่คุณไม่เคยเหลียวแล วันที่คุณควงผู้หญิงคนอื่นออกงานหน้าตาเฉย... ตอนนั้น คำว่าครอบครัวของคุณมันไปอยู่ที่ไหนคะ?"
ประโยคคำถามที่พรั่งพรูออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ทำให้อคินทร์ถึงกับพูดไม่ออก ร่างสูงใหญ่ชะงักงัน หัวใจปวดแปลบราวนถูกไฟแผดเผา เขายอมรับความจริงทุกประการ... เขามันโง่เง่าเองที่มองไม่เห็นเพชรล้ำค่าในมือ จนกระทั่งวันที่มันหลุดลอยหายไป และต่อให้เขาจะพยายามคว้ามันกลับมามากแค่ไหน มันก็มีแต่จะบาดลึกจนเลือดอาบมือ
"แม่ครับ..." น้องมินท์ที่สังเกตเห็นบรรยากาศตึงเครียด รีบคลานเข้ามาดึงชายเสื้อของรินรดาเบาๆ ดวงตากลมโตมองสลับไปมาระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองด้วยความกังวลใจ "อย่าดุคุณอคินทร์เลยนะ... หน้าตาเขากำลังจะร้องไห้แล้วเห็นไหมครับ"
เด็กน้อยชี้ไปยังใบหน้าของอคินทร์ด้วยความซื่อประสาซี้ รินรดาชะงัก เธอก้มมองลูกชายก่อนจะเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า... และเธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกร้าวและเย่อหยิ่งมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
ภาพของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ผู้คุมบังเหียนบริษัทระดับประเทศ กำลังนั่งคุกเข่าหลั่งน้ำตาอยู่แทบเท้าของเธอ... คือภาพที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นในชาตินี้
ทว่า... ก่อนที่ความรู้สึกอ่อนโยนใดๆ จะทันได้ก่อตัวขึ้นในใจของหญิงสาว เสียงฝีเท้าเร่งรีบพร้อมกับแรงผลักประตูกระจกห้องชุดให้เปิดออกอย่างไร้มารยาท ก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงเสียก่อน
"อคินทร์คะ! คุณอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย..."
ร่างเพรียวบางในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของ เมษา ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ทว่าเมื่อกวาดสายตามาเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ดวงตาคู่คมกลับเบิกกว้างด้วยความริษยาและตกใจระคนกัน เธอมองกล่องของขวัญราคาแพงนับสิบชิ้น มองอคินทร์ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารินรดา และมองเด็กชายตัวน้อยที่ยืนกอดแขนผู้เป็นแม่
เมษาขบริมฝีปากแน่นด้วยความเคียดแค้น เธอก้าวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูงที่พยายามดัดให้ดูน่าสงสาร
"นี่คุณมาทำอะไรที่นี่คะอคินทร์? ผู้หญิงคนนี้ก็แค่คนเห็นแก่เงินที่คิดจะเกาะคุณกินเท่านั้นแหละ อย่าไปลดตัวลงไปคุกเข่าให้เธอนักเลยนะคะ กลับกับเมษาเถอะค่ะ!"
สิ้นคำพูดของเมษา บรรยากาศภายในห้องที่คุกรุ่นอยู่แล้ว กลับดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตาเดียว
อคินทร์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ความอ่อนแอเมื่อครู่หายวับไปกับตา ถูกแทนที่ด้วยแววตาดุดันเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก เขากวาดสายตาคมกริบมองผู้หญิงที่ถือวิสาสะเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง
ทว่า... ก่อนที่อคินทร์จะได้เอ่ยปากไล่เมษาออกไป รินรดาซึ่งยืนนิ่งเงียบมานานก็ขยับตัวขึ้น เธอไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว หรือตบตีแย่งชิงอย่างที่เมษาคาดหวัง รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนริมฝีปากของเธอกลับทำให้คนที่พบเห็นต้องขนลุกเกรียว
รินรดาก้าวเข้าไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัว หยิบมันขึ้นมาถือไว้ในมือ แล้วเดินตรงมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าอคินทร์และเมษา
ดวงตาคู่คมของอคินทร์มองซองเอกสารในมือเธอด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจแปลกๆ ขณะที่เมษาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ
"ในเมื่อคุณอคินทร์กรุณาเอาของขวัญกองโตมาให้..." รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำ "ฉันก็ควรจะมี 'ของขวัญชิ้นพิเศษ' ตอบแทนให้คุณเหมือนกันนะคะ... เพื่อเป็นเกียรติแก่การเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างแท้จริงของเรา"
พูดจบ เธอก็ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลแผ่นนั้นใส่มือของอคินทร์ทันที
ชายหนุ่มรับมันมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาก้มมองซองเอกสารนั้น ก่อนจะค่อยๆ ดึงกระดาษแผ่นที่อยู่ข้างในออกมา... และทันทีที่สายตาคู่คมกวาดอ่านข้อความบนหัวกระดาษแผ่นนั้น สีหน้าของอคินทร์ก็ถอดสีซีดเผือดราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในเสี้ยววินาที
กระดาษแผ่นนั้นร่วงหลุดจากมือหน็ลงสู่พื้นพรม... เผยให้เห็นข้อความตัวหนาเด่นชัดที่สะท้อนเข้าตาคนทั้งห้อง
*ใบรับรองการจดทะเบียนสมรสครั้งใหม่... ระหว่างรินรดากับชายหนุ่มปริศนาผู้ทรงอิทธิพลอีกคนหนึ่ง ที่อคินทร์ไม่มีวันคาดคิดว่าจะกลายมาเป็นพ่อใหม่ของลูกชายเขา!*
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 18
ท่านประธานสายเปย์
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!