“คุณอคินทร์คะ... ถ้าคุณไม่รู้วิธีเล่นกับเด็ก ก็เชิญกลับไปที่โต๊ะทำงานของคุณเถอะค่ะ อย่าทำให้น้องมินท์สับสนไปมากกว่านี้เลย”
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าเย็นชาของรินรดาดังขึ้น ทำลายความเงียบในห้องนั่งเล่นที่อคินทร์เพิ่งก้าวเข้ามา อดีตสามีผู้เคยเย็นชาจนน่าใจหายในคราวนั้น บัดนี้กลับยืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง มือหนาที่เคยจับปากกาเซ็นเช็คหรือตวัดกระดาษหย่า กำลังกำค้างอยู่ในอากาศอย่างทำตัวไม่ถูก เมื่อสายตาดุคมของเขาสบเข้ากับดวงตากลมโตใสซื่อของ ‘น้องมินท์’ ที่กำลังกอดตุ๊กตาหมีตัวเก่าแน่น
อคินทร์ไม่ได้ตอบโต้เขาทันที เขาเพียงแค่กวาดสายตามองรินรดาที่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยสายตาที่ไม่ได้มีความอาลัยอาวาสเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะหันกลับมาหาเด็กน้อยที่เขาเพิ่งได้รับรู้ความจริงเมื่อไม่นานมานี้ว่า... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอง
“มินท์... มาหาพ่อหน่อยได้ไหมครับ” อคินทร์คุกเข่าลงบนพรมราคาแพง กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดของเขาที่รินรดาเคยหลงใหลในอดีต บัดนี้กลับทำให้เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงเล็กน้อยจนต้องเบือนหน้าหนี
น้องมินท์เงยหน้ามองแม่เป็นเชิงขออนุญาต รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธออยากจะไล่เขาออกไปให้พ้นจากสายตา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ ในใจที่บอบช้ำ มันมีแรงกระเพื่อมประหลาดเมื่อเห็นภาพชายที่เคยใจร้ายที่สุด กำลังพยายามลดตัวลงมาให้เท่ากับระดับสายตาของลูก
เด็กน้อยก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหาอคินทร์ มือเล็กๆ สั่นเล็กน้อยเมื่อต้องสัมผัสกับนิ้วมือของชายแปลกหน้าที่มีใบหน้าคล้ายกับเขาเหลือเกิน อคินทร์รับร่างเล็กนั่นเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างเก้ๆ กังๆ เขาสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมสะอาดแบบเด็กน้อย กลิ่นที่เขาไม่เคยสนใจจะดมเมื่อครั้งที่รินรดาพยายามอุ้มท้องลูกคนนี้มาให้เขาเชยชม
“ลูกชอบเล่นอะไรครับ?” อคินทร์ถามพลางขยับตัวนั่งลงกับพื้นอย่างไม่สนภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้ทะนงตน
“มินท์ชอบรถแข่งครับ... แต่แม่บอกว่ามินท์ต้องเก็บของเล่นเอง ถ้าทำรกแม่จะดุ” เด็กน้อยตอบเสียงใส ก่อนจะวางหุ่นยนต์พลาสติกตัวจิ๋วลงบนพื้น
อคินทร์ระบายยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เป็นยิ้มที่ไม่ได้ปรุงแต่งด้วยความเย่อหยิ่งเหมือนทุกครั้ง เขาเริ่มไถรถไปกับพื้นไม้ ปล่อยให้ตัวเองจมลงไปในโลกของเด็กน้อยอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาเห็นดวงตาของมินท์ที่เป็นประกาย เห็นรอยยิ้มที่กว้างจนเห็นฟันซี่เล็กๆ และที่สำคัญที่สุด... เขาเห็น ‘ตัวเอง’ ในวัยเด็กที่เขาแทบจะลืมเลือนไปแล้วว่าเคยมีความสุขแค่ไหน
ทุกความพยายามของอคินทร์อยู่ในสายตาของรินรดาตลอดเวลา เธอเห็นมือหนาที่เคยใช้ตบโต๊ะเพื่อไล่เธอออกจากห้อง กำลังประคองร่างเล็กของลูกอย่างทะนุถนอม เธอเห็นความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเข้าถึงหัวใจของเด็กที่เขาเคยผลักไส
“คุณเปลี่ยนไปนะ... หรือจริงๆ แล้ว คุณแค่เก่งเรื่องแสดงละครคะอคินทร์” รินรดาเอ่ยแทรกขึ้นหลังจากปล่อยให้ทั้งคู่เล่นกันไปได้พักใหญ่ เสียงของเธอไม่ได้โกรธแค้น แต่มันมีความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่า
อคินทร์หยุดมือที่กำลังหมุนล้อรถแข่ง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว สายตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีอำนาจที่กดขี่เหมือนเก่า แต่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่เขารู้ดีว่ามันแก้ไขไม่ได้ “ผมไม่ได้แสดงละครริน... ผมแค่อยากให้โอกาสตัวเองได้รู้จักกับเขา ในฐานะพ่อ... แม้มันจะสายเกินไปจนน่าละอายก็ตาม”
“ความพยายามของคุณในวันนี้... มันชดเชยน้ำตาตลอดห้าปีที่ฉันต้องอุ้มท้องลูกคนเดียวไม่ได้หรอกค่ะ” รินรดาเดินเข้ามาใกล้ มือเรียวบางเอื้อมไปจับไหล่ของมินท์ให้ลุกขึ้น “พอได้แล้วค่ะมินท์... คุณอคินทร์เขามีธุระต้องไปจัดการ”
“แต่คุณพ่อยังไม่ได้สอนมินท์ต่อรถไฟเลยนะครับ!” เด็กน้อยท้วงขึ้นอย่างเสียดาย
อคินทร์ลุกขึ้นยืนตาม ร่างสูงใหญ่เงาของเขาโอบล้อมทั้งคู่ไว้ เขาอยากจะรั้งสองแม่ลูกนี้ไว้ในอ้อมกอด แต่เขารู้ดีว่าถ้าเขาทำแบบนั้น กำแพงที่รินรดาสร้างขึ้นจะพังทลายลงด้วยคมมีดที่เธอเตรียมไว้แทงเขากลับอย่างสาสม
“เอาไว้คราวหน้าเถอะมินท์... พ่อสัญญาว่าครั้งหน้า พ่อจะเตรียมรถไฟมาให้เยอะกว่านี้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปสบตารินรดา “ผมจะมาใหม่”
“ไม่ต้องมาหรอกค่ะ... เพราะที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับคนที่ไม่รู้จักคุณค่าของครอบครัวแต่แรก”
รินรดาจูงมือน้องมินท์เดินเลี่ยงออกไป ทิ้งให้คนตัวสูงยืนอยู่เพียงลำพังในห้องที่เงียบสนิท อคินทร์ถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการพยายามทำดีเข้าครอบงำ แต่ทันใดนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะรับแขก ซึ่งรินรดาอาจจะลืมไว้
เขาไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่มือที่สั่นเทาของเขากลับหยิบมันขึ้นมาอย่างเผลอไผล เมื่อดึงเอกสารด้านในออกมาดู ดวงตาคมกริบก็เบิกกว้างขึ้นทันที
มันไม่ใช่แค่รายงานสุขภาพของลูก... แต่เป็นบันทึกการรักษาโรคหัวใจของน้องมินท์ที่ร้ายแรงกว่าที่เขาเคยรู้ และที่มุมกระดาษใบสุดท้าย มีรูปถ่ายของเขาในวันที่ไปหาหมอเมื่อเดือนก่อน... แต่ในรูปนั้น มีผู้ชายอีกคนยืนอยู่เคียงข้างรินรดาด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและสายตาที่เธอมองด้วยความรักแบบที่เขาไม่เคยได้รับ
หัวใจของอคินทร์กระตุกวูบเมื่อเห็นชื่อผู้ชายคนนั้นที่สลักอยู่ใต้รูป... คนที่เขาเคยคิดว่ากำจัดออกไปจากชีวิตของเธอได้สำเร็จแล้ว แต่ความจริงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่ว่า เขาเป็นเพียงแค่คนนอก... ที่แม้แต่ลูกชายยังอาจจะรักคนอื่นมากกว่าพ่อแท้ๆ อย่างเขา
เมฆหมอกสีชมพูหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดของอคินทร์ในตอนนี้นะคะ!
หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 27
ความพยายามของพ่อ
ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!