หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว•ตอนที่ 11

แผนร้ายเริ่มขยับ

ผลงานโดย เมฆหมอกสีชมพู
เสียงหัวoเราะคิกคักของเด็กชายตัวน้อยที่ดังลอดมาจากมุมหนึ่งของห้องรับแขกวีไอพี ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องนั้นผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของใครบางคน จนปลายนิ้วที่กำลังจิกเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อนั้นสั่นระริกด้วยความเคียดแค้น เมษานั่งตัวเกร็งอยู่บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง รอยยิ้มที่เธอพยายามปั้นแต่งขึ้นมาเพื่อต้อนรับแขกผู้ใหญ่เริ่มบิดเบี้ยวจนน่ากลัว ดวงตากลมโตที่กรีดอายไลเนอร์มาอย่างคมกริบกำลังจดจ้องภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่เหมือนมีไฟสุมทรวง บนพรมปูพื้นเนื้อนุ่ม อคินทร์—นักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยชา เย่อหยิ่ง และไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ กำลังนั่งคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างไร้ฟอร์ม โดยมีเด็กชายมินท์หัวเราะชอบใจขณะเอาสติกเกอร์รูปซูเปอร์ฮีโร่ไปแปะไว้บนหน้าผากของเขา ภาพที่ประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจยอมลดตัวลงมาเล่นเป็นเด็กน้อยอย่างไร้มาด ทำให้หัวใจของเมษาร้อนรุ่มราวกับถูกกรดกัดกร่อน ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน... ที่ผู้ชายคนนั้นยอมสละเวลาอันมีค่าเพื่อเด็กคนนี้? ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สายตาเย็นชาคู่นั้นทอประกายความอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยได้รับเลยแม้แต่เสี้ยวเดียว แม้ว่าเธอจะพยายามทุ่มเทเข้าหาและเอาใจเขามากแค่ไหนก็ตาม "คุณอคินทร์คะ เมษาว่าเอกสารโครงการใหม่ที่เราต้องเซ็นอนุมัติวันนี้ น่าจะรีบจัดการให้เรียบร้อยดีกว่านะคะ เดี๋ยวเลยเวลาอาหารกลางวันแล้วค่ะ" เสียงหวานที่เคลือบด้วยความไม่พอใจถูกส่งออกไปอย่างพยายามควบคุมน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด เมษาขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับวางมือเรียวลงบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ อคินทร์ชะงักเล็กน้อย เขาดึงสติกเกอร์ออกจากหน้าผากอย่างนิ่มนวล ก่อนจะหันไปมองหญิงสาวด้านหลังด้วยแววตาที่เรียเฉยจนน่าใจหาย ความอบอุ่นเมื่อครู่เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความห่างเหินที่สร้างกำแพงกั้นไว้อย่างชัดเจน "ผมยังไม่ว่างครับ เมษากลับไปนั่งรีก่อนเถอะ" คำพูดสั้นๆ แต่เฉียบคมบาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน เมษากัดริมฝีปากแน่นจนแทบห้ามไม่อยู่ ความอับอายและริษยาแล่นพล่านขึ้นมาถึงริ้วสมอง เธอกวาดสายตาคมกริบมองเลยไปยังร่างบางของรินรดาที่กำลังยืนจัดเตรียมของว่างอยู่ไม่ไกล รินรดา... ผู้หญิงหน้าจืดคนนั้นที่ควรจะหลุดพ้นออกไปจากชีวิตของอคินทร์นานแล้ว ทำไมถึงยังวนเวียนอยู่ใกล้ชิดเขาได้อีก? ทำไมอคินทร์ถึงดูเหมือนจะให้ความสนใจ และพยายามทำตัวติดพันอดีตภรรยาที่ตัวเองเคยเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีคนนี้เสียเหลือเกิน! สายตาสองคู่ปะทะกันกลางอากาศ รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับเมษาพอดี เธอบ่บอกความรู้สึกใดๆ ทางสีหน้า นอกจากความนิ่งสงบ เย็นชา และไร้ซึ่งความเกรงกลัว ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เมษากลัดกลุ้มจนแทบคลั่ง *นังผู้หญิงหน้าด้าน! แกกล้าดียังไงมาทำเป็นเหนือกว่าฉัน!* เมษากรดเสียงคำรามอยู่ในใจอย่างเจ็บแค้น ในขณะที่เมษากำลังวางแผนร้ายเพื่อทำลายรินรดาให้พ้นทาง รินรดากลับวางถาดน้ำชาลงบนโต๊ะด้วยท่าทีแผ่วเบา เธอไม่ได้สนใจสายตาที่เต็มไปด้วยพิษสงของเมษาเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตสอนให้เธอกลายเป็นหินผาที่ไม่มีวันยอมให้ใครมาทำร้ายซ้ำสองอีกแล้ว ยิ่งอคินทร์แสดงท่าทีสนใจเธอมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งรู้สึกอันตรายมากเท่านั้น เพราะเธอรู้ดีว่าความสนใจที่มาจากความรู้สึกผิดของเขา มันนำพามาซึ่งความยุ่งเหยิงที่ไม่ต้องการ "คุณรินรดาคะ..." เมษาจงใจเดินเข้าไปหา พร้อมกับแกล้งทำเป็นสะดุดชายผ้าถักของพรมจนเซเข้าหาถาดน้ำชาในมือของรินรดา เพล้ง! เสียงแก้วเซรามิกราคาแพงหล่นกระทบพื้นแตกกระจาย น้ำชาสีอำพันกระเด็นเลอะเปอะเปื้อนเสื้อผ้าของทั้งสองฝ่าย "อุ๊ย! ขอโทษค่ะคุณรินรดา เมษาไม่ได้ตั้งใจ..." เมษาแสร้งทำเป็นตกใจ สีหน้าสำนึกผิดถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างแนบเนียน ทั้งที่ในใจกำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้น อคินทร์กลับผุดลุกขึ้นยืนด้วยความเร็วที่เหนือกว่า เขาก้าวเข้ามาขวางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคนไว้ ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนทุกคนในห้องต้องเงียบกริบ อคินทร์ไม่ได้มองเมษาที่ยืนตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จเลยแม้แต่น้อย แต่สายตากลับกวาดมองสำรวจรอนรดาอย่างเป็นห่วงเป็นใย มือหนายื่นออกไปตามสัญชาตญาณเพื่อจะคว้าข้อมือเรียวของเธอมาสำรวจดูว่ามีรอยแผลตรงไหนหรือไม่ "ริน... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" เสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยถามเต็มไปด้วยความร้อนรน ภาพที่อคินทร์แสดงออกอย่างชัดเจนว่าใส่ใจรินรดามากกว่าคนรัก (หรือคนที่พยายามอ้างตัวว่าเป็นคนรัก) อย่างเธอ ทำให้เมษาหน้าชาดิก ความริษยาพุ่งทะยานจนสติเกือบหลุด เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝังลึกเข้าไปในฝ่ามือ รินรดาชักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับถูกของร้อน ดวงตากลมโตมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและสมเพชระคนกัน "ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะคุณอคินทร์ แต่กรุณาถอยไปหน่อยเถอะค่ะ เสื้อผ้าฉันเลอะหมดแล้ว และคุณเมษาเองก็คงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ หรอกมั้งคะ... แค่ซุ่มซ่ามไปหน่อยเท่านั้นเอง" รินรดาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ซุ่มซ่าม' อย่างเจ็บแสบ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง "เดี๋ยวก่อนริน..." อคินทร์เอื้อมมือจะคว้าแขนเธอไว้ แต่ทว่า... ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับการปรากฏตัวของเลขาคนสนิทที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก และในมือของเขากำลังถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะที่ส่งตรงมาจากสำนักงานทนายความ เลขาหนุ่มเดินเข้าไปกระซิบข้างหูของอคินทร์ด้วยท่าทางรีบร้อน แต่อคินทร์กลับหรี่ตามองซองเอกสารนั้นด้วยความสงสัย ก่อนที่เขาจะดึงเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาอ่าน เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดแรก... สีหน้าเคร่งขรึมของอคินทร์ก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดทันที ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงใหญ่ชาวาบไปทั้งตัวราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ เอกสารในมือร่วงหล่นลงสู่พื้น เผยให้เห็นหัวข้อตัวอักษรขนาดใหญ่ที่สะดุดตาคนทั้งห้องอย่างชัดเจน... **"ผลตรวจยืนยันความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม (DNA) ระหว่าง นายอคินทร์ และ เด็กชายมินท์... เป็นบวก (99.99%)"** ดวงตาคมกริบของอคินทร์เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ เขารีบเงยหน้าขึ้นมองหน้าเด็กชายมินท์สลับกับรินรดาที่ยืนนิ่งสนิทด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... ความจริงที่ถูกปิดบังมาตลอดพังทลายลงตรงหน้า ในวินาทีที่สายตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เมฆหมอกสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าเถอะ... เพราะหนูไม่ได้รักคนใจร้ายแล้ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%