“ถ้าเท้าขวาของคุณยังก้าวช้ากว่าจังหวะกลไกของแผ่นศิลาแผ่นนั้นอีกเพียงครึ่งวินาที เราคงได้กลายเป็นเนื้อบดละเอียดเคลือบซอสเวทมนตร์ไปแล้วนะครับ คุณเซราฟิน่า”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของผนังหินชื้นแฉะ ภายในดันเจี้ยนชั้นใต้ดินลึกสามร้อยเมตรของสถาบันเวทมนตร์ เรย์ยืนพิงเสาหินเก่าแก่ มือข้างหนึ่งปัดฝุ่นออกจากเสื้อคลุมเครื่องแบบด้วยท่าทางเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่ใช่กับดักมรณะที่พร้อมจะบดขยี้ร่างมนุษย์ให้แหลกเหลวในพริบตา
เซราฟิน่าสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาสีกุหลาบจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความหงุดหงิดและความจำนน เธอกำไม้เท้าอัคคีในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด หน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ยังไม่เป็นปกติจากการใช้มานาปริมาณมหาศาลเมื่อครู่
“ถ้าไม่ใช่เพราะฉันร่ายคาบ ‘เกราะอัคคีพิทักษ์’ ต้านแรงกระแทกจากกลไกวงล้อเฟืองเมื่อกี้ไว้ทัน นายคงไม่มีโอกาสมายืนกวนประสาทฉันอยู่ตรงนี้หรอกนะ เรย์!” เธอกัดฟันกรอด เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยทัศน์ของคุณหนูตระกูลขุนนางเก่าแก่ แม้เหงื่อกาฬจะไหลซึมตามกรอบหน้าและเส้นผมสีเงินยวงจะยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงก็ตาม
“ครับๆ ยอมรับก็ได้ครับว่าคุณเซราฟิน่าเก่งมาก…” เรย์ถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ยอมยกมือสองข้างขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ “แต่ถ้าคุณยังยืนเถียงกับผมตรงจุดอับสายตานี้ แทนที่จะถอยหลังไปสามก้าวตามเส้นทางที่ผมคำนวณโครงสร้างศิลาไว้ เราอาจจะได้ต้อนรับแขกไม่เชิญกลุ่มใหม่ที่จะโผล่ออกจากผนังด้านขวาในอีก... สาม... สอง... หนึ่ง...”
*ครืนนน—!*
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำนวณของเรย์ ผนังหินด้านขวาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน ประจุมานาสีม่วงเข้มพวยพุ่งออกมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงคำรามต่ำที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ อสูรเวทมนตร์ประเภทโกเลมศิลาโบราณ ขนาดมหึมาเท่าตึกสองชั้นก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองมายังมนุษย์ตัวจิ๋วทั้งสองด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
เซราฟิน่าหน้าซีดเผือด เปลวไฟในมือสั่นไหวจนเกือบดับวูบ ดันเจี้ยนระดับนี้ไม่ควรจะมีโกเลมระดับผู้พิทักษ์ชั้นสูงหลงเหลืออยู่ การคำนวณของทางสถาบันผิดพลาดอย่างมหันต์ หรือนี่คือกับดักที่ถูกเซ็ตไว้ตั้งแต่แรก
“ถอยไป!” เซราฟิน่าก้าวขึ้นมาขวางหน้าเรย์โดยสัญชาตญาณ แม้ขาสั่นเทาแต่มานาในกายกลับถูกรีดเร้นออกมาจนเกิดเสียงฮัมต่ำในอากาศ “ฉันจะใช้เวทบทใหญ่เผามันให้เป็นจุล นายหาจังหวะหนีไปซะ เรย์!”
เรย์มองแผ่นหลังที่สั่นเทราแต่ยังคงยืนหยัดของคุณหนูตระกูลใหญ่ แววตาของเขาที่เคยฉายแววขี้เล่นและระมัดระวังตัวเป็นนิติลดความเรียบเฉยลงเล็กน้อย ลึกๆ แล้วเด็กหนุ่มคนนี้เกลียดความยุ่งยากที่สุด แต่เขาก็เกลียดการปล่อยให้คนอื่นมารับเคราะห์แทนตัวเองยิ่งกว่า
มือเรียวยาวเอื้อมไปจับที่ข้อศอกของเซราฟิน่าเบาๆ แล้วดึงเธอกลับมาอยู่ด้านหลังด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อย แต่เด็ดขาดพอที่จะทำให้เธอนิ่งอึ้ง
“คุณนี่นะ… ชอบทำตัวเป็นฮีโร่ในเวลาที่ไม่เข้าท่าอยู่เรื่อย” เรย์พึมพำเบาๆ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “จำที่ผมบอกเมื่อตอนที่เราเข้ามาในชั้นนี้ได้ไหมครับ? โกเลมศิลาโบราณตัวนี้ไม่ได้ใช้พลังเวทขับเคลื่อน แต่มันใช้ ‘แกนกลางแรงโน้มถ่วง’ ที่ฝังอยู่ใต้ฐานศิลา หากเราทำลายตรงนั้น มันก็จะกลายเป็นแค่กองหินปูนธรรมดา”
“ทะ… ไดเรกชั่นแบบนั้น นายจะเข้าไปใกล้จุดบอดของมันได้ยังไงในเมื่อแขนมันใหญ่เท่าต้นไม้อยู่แล้ว!” เซราฟิน่าท้วงเสียงหลง ความร้อนรนทำให้เธอเผลอควชายเสื้อคลุมของเรย์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
“ก็เพราะว่าเราต้อง ‘จับมือกัน’ ยังไงล่ะครับ”
เรย์หันมาส่งยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจจนน่าประหลาดใจ รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของทายาทตระกูลเวทมนตร์ผู้หยิ่งทะนงกระตุกวูบอย่างไม่ทราบสาเหตุ
ก่อนที่เซราฟิน่าจะได้เอ่ยถามอะไร เรย์ก็คว้ามือบางของเธอเข้ามากุมไว้แน่น ฝ่ามือของเขาทั้งอบอุ่นและมั่นคง ส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยแปลกประหลาดท่ามกลางบรรยากาศที่หนทึบไปด้วยกลิ่นอายความตาย
“เชื่อใจผมสิครับ”
สิ้นคำพูดนั้น มานาสีทองอร่ามที่ถูกกดผนึกไว้ภายใต้ระบบค่าพลังเต็มแม็กซ์ของเรย์ก็ทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดในเสี้ยววินาที มันไม่ใช่มานาที่รุนแรงจนทำลายล้าง แต่เป็นมานาที่บริสุทธิ์และทรงพลังราวกับกฎเกณฑ์ของธรรมชาติเข้าควบคุมทุกอณูอากาศ แรงโน้มถ่วงรอบตัวโกเลมถูกบิดเบี้ยวในพริบตา
“ร่ายคาบเพลิงประสานตามจังหวะที่ผมส่งสัญญาณนะครับ… สาม สอง หนึ่ง… ตอนนี้!”
เซราฟิน่าไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมเธอถึงทำตามคำสั่งของเด็กหนุ่มอย่างไม่ลังเล ร่างกายเคลื่อนไหวไปเองตามสัญชาตญาณที่เชื่อมโยงกับมานาของเรย์ เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นที่ปลายไม้เท้าของเธอ พุ่งทะยานผสานไปกับคลื่นพลังเวทสีทองของเรย์อย่างลงตัวราวกับซ้อมกันมานับร้อยครั้ง
*ตูมมมมม—!*
ลำแสงเพลิงผสานพลังเวทพุ่งทะลวงเข้ากลางอกของโกเลมศิลาอย่างแม่นยำไร้ที่ติ แกนกลางแรงโน้มถ่วงแหลกสลายเป็นผุยผง เสียงคำรามของอสูรยักษ์ดับวูบลงในพริบตา ร่างมหันต์ทรุดฮวบลงกลายเป็นเพียงกองหินเศษซากที่นอนแน่นิ่งสนิท
ความเงียบสงบกลับคืนสู่โถงทางเดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของคนทั้งสองที่ยังคงยืนกุมมือกันไว้ท่ามกลางเศษฝุ่นละอองที่ลอยเค្វ้งในอากาศ
เซราฟิน่ายังคงค้างอยู่ในท่าร่ายเวท สายตาสกุหลาบมองกองหินตรงหน้าสลับกับใบหน้าของเรย์ที่ยังคงสงบนิ่งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจของเธอยังคงเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจากมือที่กุมกันอยู่ และความจริงที่ว่า… เด็กหนุ่มคนนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่สามัญสำนึกของมนุษย์คนใดจะจินตนาการได้
เรย์ก้มลงมองมือที่ประสานกันอยู่ ก่อนจะค่อยๆคลายออกอย่างสุภาพ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
“เห็นไหมครับ? ถ้าเราช่วยกัน ก็ไม่มีอะ….”
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยดังขึ้นในโสตประสาทของเรย์ แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนระบบภารกิจปกติทั่วไป หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับตัวหนังสือสีทองที่สั่นไหวอย่างรุนแรง
**[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของมานาภายนอกระดับหายนะ]**
**[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: ประตูมิติชั้นใต้ดินที่ซ่อนอยู่หลังกองซากโกเลมกำลังถูกเปิดออก]**
**[ผู้มาเยือนปริศนา: บุคคลที่ไม่ควรมีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์สถาบัน กำลังก้าวผ่านมิติเข้ามา….]**
เรย์หุบยิ้มทันที ดวงตาสองข้างหรี่ลงมองตรงไปยังกองซากหินที่เริ่มสลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีดำทมิฬ บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกอีกครั้งในเสี้ยววินาที
เซราฟิน่าสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เธอหันขวับมามองเรย์ด้วยใบหน้าตื่นตระหนก “เรย์… นั่นมันเสียงอะไร มานาบ้าอะไรเนี่ย มันกำลังพุ่งตรงมาทางเรา…!”
ก่อนที่เรย์จะทันได้เอ่ยปากเตือน มือสีขาวซีดราศศพคู่หนึ่งก็ยื่นทะลวงออกมาจากรอยแยกมิติสีดำสนิทที่กลางกองซากหิน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องอยู่ในหัวของคนทั้งคู่ ราวกับเสียงเรียกจากขุมนรกที่ไม่มีวันหวนกลับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครทุกตัวในทุกๆ ตอนเสมอนะครับ
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 19
ถ้าจะรอดก็ต้องจับมือกัน
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!