“อย่าก้าวเท้าซ้าย”
เสียงกระซิบของเรย์เบาหวิวราวกับคลื่นลมที่พัดผ่านยอดหญ้า แต่มันกลับก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของเซราฟิน่าอย่างชัดเจน หญิงสาวชะงักปลายเท้าที่กำลังจะแตะพื้นดินที่ดูปกติธรรมดานั้นทันที เธอปรายตามองไปยังเศษใบไม้แห้งที่ดูเหมือนจะวางตัวอย่างเป็นธรรมชาติเกินไป ก่อนจะขยับยิ้มมุมปากอย่างเข้าใจ
“นายวางวงจรเวทเอาไว้ตรงไหนบ้าง?” เซราฟิน่าถามเบาๆ โดยไม่หันไปมอง พร้อมกับกระชับไม้คทาประจำตระกูลในมือแน่น เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจางๆ ของมานาที่ถูกบีบอัดไว้ใต้ผืนดิน นี่คือกับดักเวทมนตร์รูปแบบ 'โซ่ตรวนสุญญากาศ' ที่เรย์เพิ่งติดตั้งเสร็จในช่วงเวลาไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
“รอบรัศมีสิบเมตร คือกรงขังชั้นแรก” เรย์ตอบพลางจ้องเขม็งไปที่พุ่มไม้หนาทึบเบื้องหน้า “พวกมันมาแล้ว สี่คน... การเดินเท้าเป็นจังหวะแบบทหารรับจ้าง ไม่ใช่พวกนักเรียนที่หลงเข้ามาแน่”
บรรยากาศรอบกายกดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายของมานาที่ปนเปื้อนด้วยเจตนาสังหารเริ่มลอยฟุ้งเข้ามาในพื้นที่ เรย์ขยับตัวไปยืนบังหน้าเซราฟิน่าอย่างเป็นธรรมชาติ แม้เขาจะรู้ดีว่าคุณหนูแห่งตระกูลเวทมนตร์โบราณผู้นี้เก่งกาจเพียงใด แต่สัญชาตญาณของการเป็น 'ตัวประกอบที่อยากอยู่อย่างสงบ' ของเขามักจะผลักดันให้เขาเป็นโล่กำบังให้คนอื่นเสมอ
*ซวบ*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ย่ำลงบนกิ่งไม้ดังขึ้นจากทิศตะวันออก เงาดำสี่ร่างปรากฏตัวขึ้นภายใต้ชุดคลุมสีเทาหม่นที่ช่วยพรางตาในป่าทึบ พวกมันไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงทันทีที่เห็นเป้าหมาย ผู้นำกลุ่มชูมือขึ้นเป็นสัญญาณ และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เวทมนตร์ลูกไฟสีม่วงเข้มสามสายก็พุ่งตรงมายังจุดที่เรย์และเซราฟิน่ายืนอยู่
“ลงต่ำ!” เรย์ตวาด
ทั้งคู่ทิ้งตัวลงกับพื้นโดยพร้อมเพรียง ลูกไฟเหล่านั้นพุ่งผ่านศีรษะไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ด้านหลังจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แต่เรย์ไม่ได้ตื่นตระหนก เขากลับยกยิ้มที่มุมปากอย่างเยือกเย็น นิ้วมือของเขาขยับทำสัญญาณมือเบาๆ เป็นรหัสลับ
*‘บั๊ก... เริ่มต้นการทำงาน’*
ในขณะที่ศัตรูทั้งสี่กำลังจะรุกคืบเข้ามาตามสัญชาตญาณของการเป็นผู้ล่า เรย์ก็กระตุกเส้นด้ายเวทที่เขาวางล่อไว้ล่วงหน้าทันที ผืนดินบริเวณที่กองหน้าของศัตรูเหยียบอยู่เริ่มแปรสภาพ พื้นดินที่เคยแน่นหนาพลันเหลวตัวลงราวกับหนองน้ำดูดวิญญาณ ทันทีที่เท้าของพวกมันจมลง ระบบเวทที่เรย์คำนวณมาอย่างดีก็ทำงาน—วงจรเวทมนตร์รูปหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของพวกมัน
“อะไรกัน! นี่มันเวทระดับสูงไม่ใช่รึ!” หนึ่งในศัตรูแผดเสียงร้องด้วยความตระหนก พยายามดึงเท้าออกจากบ่อโคลนมานาที่ยึดติดพวกมันไว้แน่น
“ไม่ใช่แค่เวทระดับสูงครับ” เรย์ลุกขึ้นยืนพลางปัดฝุ่นที่ไหล่ด้วยท่าทีสบายๆ “แต่มันคือกับดักที่ออกแบบมาเพื่อดัดนิสัยพวกใจร้อนโดยเฉพาะ”
เขาสะบัดมือเบาๆ มานาที่เหลือล้นในตัวเขาไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาในรูปของพลังทำลายล้าง แต่ถูกรีดออกมาเป็นเส้นใยมานาที่คมกริบดุจใบมีดโกน มันพุ่งพันธนาการศัตรูทั้งสี่ไว้กับลำต้นไม้โดยรอบอย่างแม่นยำ เซราฟิน่ามองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่เป็นประกาย เธอรู้ดีว่าเรย์ไม่ได้ใช้พลังเกินตัว แต่มันคือการ 'จัดการ' ด้วยความเข้าใจในโครงสร้างของมานาอย่างถ่องแท้
“จบงานเร็วไปหน่อยนะ” เซราฟิน่ากล่าวพลางเดินออกมาจากที่ซ่อน “นายตั้งใจจะให้พวกมันเป็นเหยื่อล่ออะไรหรือเปล่า?”
เรย์ไม่ได้ตอบทันที เขาสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติที่ข้อมือของหนึ่งในศัตรู—รอยสักรูปงูที่กำลังเลื้อยขยับได้จริงบนผิวหนัง มันไม่ใช่รอยสักธรรมดา แต่มันคือตราประทับสัญญาเวทที่ถูกควบคุมจากระยะไกล
“ไม่ใช่เหยื่อล่อครับ แต่มันคือ 'ตัวส่งสัญญาณ'” เรย์หน้าเครียดลงถนัดตา
ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวของเรย์ เสียงนั้นไม่ได้เป็นเพียงข้อความแจ้งเตือนสถานะ แต่มันมีความแปรปรวนของระดับเสียงที่น่าขนลุก
[แจ้งเตือน: ตรวจพบคลื่นมานาความเข้มข้นสูงระดับหายนะกำลังเคลื่อนที่เข้าสู่พิกัดปัจจุบัน]
[คำเตือน: เป้าหมาย 'ผู้คุมกฎแห่งเงามืด' ได้รับรู้ถึงตำแหน่งของท่านแล้ว]
เรย์หน้าซีดเผือด เขาหันไปคว้าแขนเซราฟิน่าแล้วดึงให้ถอยหลังทันที “เซราฟิน่า ไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!”
“เดี๋ยวก่อน เกิดอะไรขึ้น?” เธอถามด้วยความตกใจเมื่อเห็นเรย์ทำสีหน้าจริงจังกว่าที่เคยเห็นมาตลอดชีวิต
“มีคนกำลังมา... คนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้” เรย์กล่าวพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่จู่ๆ ก็ถูกเมฆหมอกสีดำปกคลุมจนบดบังแสงอาทิตย์ไปจนหมดสิ้น
จากความมืดมิดนั้น ร่างของบุรุษในชุดเกราะสีเงินวาววับปรากฏขึ้นกลางอากาศ เขาก้าวเดินลงมาบนอากาศเสมือนเดินบนบันไดที่มองไม่เห็น สายตาของชายคนนั้นจ้องมองมาที่เรย์ราวกับจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
“ในที่สุด... ก็หาตัวพบเสียที เจ้าหนูผู้ครอบครองบั๊กที่ผิดพลาดของโลกใบนี้”
ชายผู้นั้นขยับรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยัน ก่อนจะชักดาบสีดำสนิทออกมาจากฝัก ดาบเล่มนั้นปล่อยไอหมอกที่ทำให้ต้นไม้รอบๆ เหี่ยวเฉาลงในพริบตาเดียว เรย์รู้ทันทีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้จบลงแค่การวางกับดัก แต่มันคือการเผชิญหน้ากับต้นตอของปัญหาทั้งหมดที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด
นี่คือการเผชิญหน้าที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับเรย์และเซราฟิน่าในตอนนี้นะครับ พบกันตอนถัดไปครับ!
ไมโลกับภูตน้อย
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 29
กับดักที่วางไว้ล่วงหน้า
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!