ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 34

การล่มสลายขององค์กรทมิฬ

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
คมดาบแห่งความมืดทาบลงบนลำคอระหง ประกายสีนิลของมันสะท้อนเข้ากับม่านตาของเซราฟิน่าจนสั่นระริก หยดเหงื่อเม็ดโตไหลย้อยลงตามกรอบหน้าคมคายที่ปกติมักจะเชิดขึ้นด้วยความถือดี ทว่าในวินาทีนี้... ความตายกำลังหายใจรดต้นคอของเธออย่างชัดเจน "น่าเสียดายจริงนะคุณหนูตระกูลวาลคีรี... ต่อให้ฉลาดเป็นกรดแค่ไหน สุดท้ายจุดจบของหมากตัวนี้ก็มีค่าแค่เศษเนื้อที่รอเวลาถูกบดขยี้" เสียงหัวاคคิกคักของผู้นำองค์กรทมิฬดังลอดผ่านหน้ากากโลหะสีเลือด คมดาบถูกง้างขึ้นอีกครั้งเพื่อเตรียมสะบั้นศีรษะลงมาในคราวเดียว เรย์ที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว ยังคงอยู่ในสภาวะ 'รีเซ็ตพลังกะทันหัน' จากผลข้างเคียงของการใช้พลังเกินขีดจำกัดเมื่อบทก่อน ระบบภายในร่างกายของเขากำลังรวนเรจนไม่สามารถรวบรวมมานาแม้แต่หยดเดียวเพื่อก้าวขาเข้าไปช่วย *ตึง... ตึง...* เสียงหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึกไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัว หากแต่เป็นการคำนวณรอบทิศทางด้วยสติอันเยือกเย็น เรย์หรี่ตาลงมองเงาสะท้อนบนพื้นศิลา เขาไม่ได้มองไปที่คมดาบที่กำลังตกลงมา แต่สายตากลับจดจ่ออยู่กับ 'วงแหวนเวทมนตร์ใต้ฝ่าเท้าของศัตรู' ที่ยังคงทอแสงกะพริบเป็นจังหวะสามสเต็ป—จังหวะเดียวกับที่เขาแอบฝังรูนขัดข้องระบบเอาไว้เมื่อสามนาทีที่แล้ว "เซราฟิน่า... เอียงคอไปทางขวา... สององศา" เรย์ส่งเสียงกระซิบผ่านกระแสจิตที่แฝงไว้ด้วยมานาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด ทว่าเฉียบคมและทรงพลังพอที่จะทำให้คุณหนูผู้หยิ่งทะนงสะดุ้งสุดตัว แม้จะสับสนระคนตกใจ แต่สัญชาตญาณและความเชื่อใจอันไร้เงื่อนไขที่มีต่อชายหนุ่มตรงหน้า ทำให้เซราฟิน่าทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมด เธอทิ้งตัวลงนอนราบไปกับพื้นศิลาเย็นเฉียบในเสี้ยววินาทีที่คมดาบเฉียดผ่านเส้นผมสีทองระยิบระยับของเธอไป ชนิดที่เส้นผมขาดปลิวว่อนกลางอากาศ! *ฉับ!* คมดาบฟันลมเข้าเต็มแรงจนเกิดแรงกระแทกมหาศาล ทว่าในจังหวะนั้นเอง วงแหวนเวทมนตร์ใต้ฝ่าเท้าของผู้นำองค์กรทมิฬก็เปลี่ยนจากสีแดงฉานเป็นสีฟ้าคราม สัญญาณเตือนภัยดังระรัวขึ้นจากกลไกที่ถูกเซ็ตระบบไว้ล่วงหน้า "อ... อะไรกันวะ?!" ผู้นำองค์กรทมิฬอุทานลั่นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อจู่ๆ มานาในร่างกายของเขาก็ไหลย้อนกลับอย่างไร้ทิศทาง แรงโน้มถ่วงรอบตัวเพิ่มขึ้นนับร้อยเท่าจนเขาทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เสียงเกราะเหล็กบดขยี้กันดังลั่นสนั่นห้องโถงใต้ดิน เรย์ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ใบหน้าจะยังซีดขาวจากอาการย้อนกลับของพลัง แต่รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นเต็มไปด้วยความเหนือชั้น แววตาคู่คมกวาดมองศัตรูที่กำลังดิ้นรนราวกับสัตว์ติดจั่น "แก... แกทำอะไรกับระบบมานาของข้า?!" ผู้นำองค์กรทมิฬคำรามลั่น เลือดสีดำทะลักออกทางมุมปากเนื่องจากแรงกดดันภายในที่ตีรวน "ไม่ได้ทำอะไรมากหรอกครับ... แค่คืนกำไรให้ตามสัดส่วนที่คุณลงทุนลงแรงไปกับโครงข่ายเวทมนตร์ทั่วทั้งโรงเรียนนี้ก็เท่านั้น" เรย์ก้าวเดินเข้าไปใกล้ทีละก้าว เสียงฝีเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องกังวาน "องค์กรทมิฬที่เที่ยวสูบพลังชีวิตของนักเรียนเพื่อสร้างอาวุธต้องห้าม... น่าเสียดายนะครับที่โครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด มันถูกออกแบบโดยคนที่มีรสนิยมเกลียดความซ้ำซากจำเจอย่างผม" เซราฟิน่ายันตัวลุกขึ้นยืน มือเรียวปัดฝุ่นตามเนื้อตัว ก่อนจะหันมามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มผู้ทำตัวเป็นแค่ตัวประกอบมาตลอด เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวตายเมื่อครู่ แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่แผ่ซ่านขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ *หมอนี่... วางแผนขั้นตอนนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่เรายังไม่ออกเดินทางด้วยซ้ำสินะ* "จับกุมเขาซะครับคุณหนูวาลคีรี เรื่องที่เหลือคงไม่ต้องให้ผมสอนกระมังครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยพลางผายมือราวกับสุภาพบุรุษผ่อนคลายในงานเลี้ยงน้ำชา เซราฟิน่าสูดหายใจเข้าลึก and เชิดหน้าขึ้นด้วยรอยยิ้มเย่อหยิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือทั้งสองข้าง บรรยากาศรอบตัวกดดันจนแทบหายใจไม่ออก "หึ... ไม่ต้องสั่งฉันก็รู้ย่ะ ตาบ้าเรย์!" สิ้นคำประกาศิต พลังเวทบทโบราณตระกูลวาลคีรีก็พุ่งทะยานเข้าพันธนาการร่างของผู้นำองค์กรทมิฬจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว โครงข่ายเวทมนตร์สีดำที่แผ่ขยายปกคลุมทั่วอาณาบริเวณค่อยๆ แตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวทีละนิด ความจริงเบื้องหลังการหายตัวไปของนักเรียนและการทุจริตภายในสภาเวทมนตร์ถูกเปิดเผยผ่านบันทึกเวทที่ถูกดึงออกมาจากความทรงจำของหัวหน้ากลุ่มทมิฬโดยตรง ภาพทุกอย่างฉายชัดเจนกลางอากาศท่ามกลางสักขีพยานที่ทยอยตามลงมาสมทบ ภารกิจกวาดล้างองค์กรในเงาบรรลุผลสำเร็จอย่างงดงาม ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกและหมากที่เรย์เดินไว้ทุกประการ ไม่มีช่องโหว่ ไม่มีข้อผิดพลาด มีเพียงความเงียบงันของความตกตะลึงจากบรรดาอาจารย์และสภาสูงที่เพิ่งก้าวเข้ามาเห็นฉากจบอันน่าทึ่งนี้ ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง และทุกคนกำลังโล่งอกกับชัยชนะ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนระบบที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเรย์อย่างกะทันหัน ไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนความสำเร็จของภารกิจเดิม แต่มันเป็นเสียงโทนต่ำที่เยือกเย็นและอันตรายกว่าครั้งไหนๆ ในรอบปี [ตรวจพบการแทรกแซงจากมิติภายนอก] [ระบบกำลังรีบูต... คำเตือน: พบ 'ผู้ดูแลระบบตัวจริง' กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่พิกัดปัจจุบัน] [เป้าหมาย: เรย์ (ผู้ใช้บั๊กหมายเลข 00)] [เวลาที่เหลือก่อนการลบข้อมูลทั้งหมด: 00:10... 00:09...] ดวงตาของเรย์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มสุขุมบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อหน้าต่างระบบสีแดงฉานเด้งขึ้นมาขวางกั้นตรงหน้า พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนก้าวทะลุมิติออกมาจากรอยแยกสีดำทมิฬที่ฉีกขาดกลางอากาศ... เงาร่างที่ไมควรจะมีตัวตนอยู่ในโลกแฟนตาซีแห่งนี้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้เรย์กับเซราฟิน่ามาจนถึงบทนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%