กลิ่นอายอับชื้นของห้องเก็บตำราเวทมนตร์โบราณปะปนกับกลิ่นกระดาษเก่าคร่ำคร่า เสียงพลิหน้ากระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าดังขึ้นอย่างเป็นจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกสร้างขึ้นโดยเจตนา เพื่อกดดันให้เด็กหนุ่มผู้สวมชุดนักเรียนระดับล่างรู้สึกถึงความแตกต่างของชนชั้นอย่างชัดเจน
"เจ้าสามัญชน... หูหนวกหรือไง ถึงไม่ได้ยินที่ท่านเคียสกำลังพูดด้วย"
น้ำเสียงแหลมสูงเจือความดูแคลนดังขึ้นจากมุมห้อง เซราฟิน่าก้าวเท้าออกมายืนขนาบข้างเด็กหนุ่ม ดวงตาสสีมรกตจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด มือเรียวบางของเธอกำไม้เท้าประจำตัวแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แม้เธอจะเป็นทายาทตระกูลขุนนางเก่าแก่ แต่เธอกลับเลือกที่จะยืนอยู่ฝั่งเดียวกับเรย์—ตัวประกอบที่ใครๆ ต่างก็มองข้าม ทว่ากลับมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบขรึมนั้น
เรย์ยังคงนิ่งเฉย เขาปิดตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์เล่มหนาลงอย่างช้าๆ เสียงกระดาษกระทบกันดัง *ทึบ* สะท้อนก้องในห้องโถงกว้าง เขาสรุปใจความสำคัญทั้งหมดในหัวเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาเรื่องเสียด้วยซ้ำ
เคียส วาลคิเรีย—ทายาทลำดับที่สองแห่งตระกูลดยุกผู้กุมอำนาจเหนือสภาเวทมนตร์ ย่างกรายเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าคมคาย เส้นผมสีเงินยวงสะท้อนกับแสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์ รอบตัวของเขามีออร่ามานาสีครามเข้มแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบข้างบิดเบือนเล็กน้อย นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงพรสวรรค์ระดับท็อปของชั้นปีที่ถูกยกย่องให้เป็นอัจฉริยะ
"เสียมารยาทจริงๆ นะครับท่านเคียส การเข้ามาในเขตหวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต แถมยังส่งเสียงดังรบกวนสมาธิผู้อื่น... ดูเหมือนว่าหลักสูตรมารยาทของตระกูลขุนนางชั้นสูง คงจะตกหล่นบทเรียนพื้นฐานข้อนี้ไปเสียแล้วกระมังครับ"
เรย์เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนมุมปากของเขายิ่งทำให้เคียสรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง
"แก..." เคียสกัดฟันกรอด ประกายไฟสีฟ้าแล่บแปลบปลาบอยู่ที่ปลายนิ้วชี้ "สามัญชนชั้นต่ำ กล้าดียังไงมาสั่งสอนฉัน? รู้ไหมว่าแค่กระดิกนิ้วครั้งเดียว ชีวิตในโรงเรียนนี้ของแกก็จบสิ้นลงได้ทันที"
บรรยากาศภายในห้องเก็บตำราลดฮวบลงจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง เซราฟิน่าขยับตัวเตรียมร่ายเวทป้องกันทันที แต่เรย์กลับยกมือขึ้นแตะแขนของเธอเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของเรย์ทำให้หญิงสาวชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
*หมอนี่... จะทำอะไรกันแน่นะ?* เซราฟิน่าคิดในใจ หัวใจเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่อยากรู้ว่าเด็กหนุ่มผู้ไร้พลังเวทในสายตาคนอื่น จะรับมือกับอัจฉริยะผู้บ้าอำนาจคนนี้อย่างไร
เรย์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะไล่เลี่ยกัน แต่รัศมีสุขุมนุ่มลึกที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้เคียสต้องชะงักฝีถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"เรื่องจบสิ้นหรือไม่นั้น ผมเกรงว่าท่านเคียสคงไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวหรอครับ" เรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่ากังวานชัดเจน "อีกอย่าง... การใช้เวทมนตร์ข่มขู่เพื่อนร่วมสถาบันในเขตพื้นที่หอสมุดหลวง มีความผิดตามกฎข้อที่ 42 ของระเบียบโรงเรียนเวทมนตร์อัสลัน บทลงโทษคือการถูกพักการเรียนเป็นเวลาสามเดือน และถูกตัดสิทธิ์จากการคัดเลือกตัวแทนไปแข่งขันเวทมนตร์ทวีป..."
เรย์ก้มลงมองนาฬิกาพกโบราณที่หยิบขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างใจ1เย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นยิ้มสุภาพให้อีกฝ่าย
"...และอีกสามนาทีเศษ เจ้าหน้าที่ตรวจการประจำหอสมุดก็จะเดินตรวจมาถึงจุดนี้พอดีครับ ท่านเคียสคิดว่า... เวลาสามนาทีนี้ จะเพียงพอสำหรับการเก็บกวาดหลักศิลานเวทมนตร์ที่ท่านแอบร่ายทิ้งไว้ใต้ชั้นหนังสือหรือเปล่าครับ?"
สีหน้าของเคียสเปลี่ยนสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและความโกรธที่ตีรวนขึ้นมาพร้อมกัน สายตาของเขาเหลือบไปมองใต้ชั้นหนังสือมุมห้อง ซึ่งมีศิลาเวทมนตร์สีดำขนาดเท่าฝ่ามือส่งแสงริצוระเรื่ออยู่จริง ๆ—มันคือหลักฐานมัดตัวที่หากเจ้าหน้าที่มาพบเข้า เขาจะจนมุมด้วยหลักฐานคาตาโดยไม่ต้องสืบสวน
"แก... แกสังเกตเห็นมันตั้งแต่เมื่อไหร่!" เคียสคำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความเคียดแค้น
"ผมไม่ได้สังเกตหรอครับ... ผมแค่อ่านทิศทางการไหลเวียนของมานาที่ผิดปกติจากแผ่นกระเบื้องบนพื้นก็เท่านั้นเอง" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป "เวทมนตร์ระดับสูงมักจะทิ้งร่องรอยความร้อนเสมอ ยิ่งเป็นศิลาเวทมนตร์ต้องห้ามตระกูลวาลคิเรียด้วยแล้ว ยิ่งตรวจสอบง่ายเข้าไปใหญ่เลยล่ะครับ"
ความจริงแล้ว เรย์ไม่ได้พึ่งพาเวทมนตร์แม้แต่น้อย แต่ระบบคำนวณอัตโนมัติภายในจิตสำนึกของเขาได้วิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์และความหนาแน่นของมานาในอากาศออกมาเป็นตัวเลขและแผนภาพสามมิติอย่างแม่นยำ เขาก็แค่ใช้ความรู้ทางตรรกะและฟิสิกส์เวทมนตร์ขั้นพื้นฐาน มาหักล้างเล่ห์เหลี่ยมของเด็กเหลือขอที่คิดจะใช้กำลังรังแกผู้อื่นเท่านั้น
เสียงฝีเท้าหนักแน่นเริ่มดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอก—ใกล้เข้ามาทุกที
เคียสกัดฟันแน่นจนได้ยินเสียงกรอด เขากวาดสายตามองหน้าเรย์และเซราฟิน่าสลับกันด้วยความเจ็บใจ แม้จะอยากซัดหน้าสามัญชนคนนี้ให้จมดินแค่ไหน แต่สติสัมปชัญญะก็เตือนให้รู้ว่าการถูกพักการเรียนในช่วงเวลาสำคัญก่อนการสอบคัดเลือก จะทำให้แผนการทั้งหมดของตระกูลพังทลายลง
"ฝากไว้ก่อนเถอะ... สามัญชน!"
เคียสสะบัดชายเสื้อคลุมอย่างแรง ส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะรีบกวาดเก็บศิลาเวทมนตร์ใต้ชั้นหนังสืออย่างลนลาน แล้วสาวเท้าเดินหนีหายลับไปจากมุมตึกอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตรวจการจะเลี้ยวเข้ามาถึงเพียงไม่กี่วินาที
เมื่อร่างของคู่กรณีหายลับไป ความตึงเครียดในห้องเก็บตำราก็คลี่คลายลง เซราฟิน่ายืนมองเรย์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และ... หวั่นไหว
"นาย... ทำได้ยังไงกัน?" เซราฟิน่าเอ่ยถาม ทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของเธอไม่ได้มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความอยากรู้อยากเห็นที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้มบางๆ "โดยไม่ต้องใช้มานาสักหยด... นายไล่ทายาทดยุกผู้ทรงอิทธิพลให้ออกไปได้โดยใช้แค่กฎโรงเรียนกับตรรกะบ้านๆ เนี่ยนะ?"
"ไม่ใช่ตรรกะบ้านๆ หรอครับคุณหนูเซราฟิน่า" เรย์หันกลับมาจัดหนังสือบนชั้นให้เข้าที่เข้าทางด้วยท่าทีสบายๆ "มันคือศิลปะแห่งการเอาตัวรอดของตัวประกอบต่างหากล่ะครับ"
เรย์ส่งยิ้มสุภาพให้เธอ แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะก้มลงหยิบตำราเล่มถัดมา จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว หน้าต่างกระจกบานใหญ่สั่นสะเทือนด้วยแรงกดดันมหาศาลที่มาจากฟากฟ้าด้านนอก
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยดังขึ้นในหัวของเรย์ พร้อมกับหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีใครอื่นมองเห็น
[ระบบตรวจพบความผิดปกติระดับภัยพิบัติ: พลังมานาปริศนาพุ่งเป้ามาที่พิกัดปัจจุบัน]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากฐานข้อมูลประวัติศาสตร์ กำลังก้าวข้ามรอยแยกมิติเข้ามาในอาณาเขตสถาบัน]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: "ผู้มาเยือนจากห้วงมืดบรรพกาล" - เงื่อนไขการรอดชีวิต: เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง หรือใช้สิทธิ์ปลดล็อกการควบคุมบั๊กพลัง 100%]
เรย์ชะงักฝ่ามือที่กำลังจะหยิบหนังสือ ดวงตาสนุกสนานเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที เขากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างหอสมุด ที่ซึ่งท้องฟ้ายามค่ำคืนกำลังถูกฉีกออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่กำลังแผ่ไอสังหารปกคลุมไปทั่วทั้งสถาบันเวทมนตร์
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ จาก "ไมโลกับภูตน้อย"
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 6
การปะทะกับตัวท็อปที่ไม่เป็นมิตร
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!