เอกสารรายงานความเสียหายห้าสิบสองแผ่น กองอยู่บนโต๊ะไม้สักทองของห้องประชุมคณะกรรมการนักเรียนอย่างเป็นระเบียบ ตัวเลขค่าความเสียหายของสนามประลองเวทเขตใต้ถูกคำนวณออกมาเป็นตัวเลขที่ทำให้คนดูต้องกลืนน้ำลาย แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขเหล่านั้น คือรอยร้าวลึกสามเมตรที่ผ่ากลางเสาหินศิลาแกรนต์ ซึ่งต่อให้ใช้เวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งระดับสูง ก็ไม่อาจสร้างรอยทำลายล้างที่ไร้ร่องรอยการร่ายคาถาเช่นนี้ได้
เซราฟิน่ายืนกอดอก แผ่นหลังแนบชิดกับหน้าต่างกระจกสีบานใหญ่ที่มองลงไปยังลานกว้างของสถาบัน ดวงตาคู่คมกริบสีไพลินจดจ้องมองรายงานในมือของประธานนักเรียนด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา
"ไม่มีร่องรอยมานากระจายตัว ไม่มีอักขระเวทตกค้าง... นี่ไม่ใช่ฝีมือของพวกตระกูลใหญ่ หรือแม้แต่นักเรียนทุนอัจฉริยะที่พวกเราจับตาดูอยู่" เสียงหวานแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในห้อง
เรย์ที่กำลังนั่งแคะเล็บตัวเองอยู่ตรงมุมห้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เขากลอกตาไปทางเพดาน ทำทีเป็นสนใจลวดลายปูนปั้นรูปเทวดาเสียเต็มประดา ทั้งที่ความจริงแล้ว เขานั่นแหละคือ "อุบัติเหตุ" ที่ทำให้เสาหินศิลาแกรนต์ต้นนั้นเกือบพังทลายลงมาเมื่อวานนี้ ด้วยการสะกิดนิ้วเพียงครั้งเดียวเพื่อปัดแมลงวัน
"แล้วเธอคิดว่าเป็นฝีมือใครล่ะ เซราฟิน่า?" เสียงทุ้มต่ำของอัลเบิร์ต ประธานนักเรียนผู้ได้ฉายาว่า 'ป้อมปราการเหล็ก' เอ่ยถามพร้อมกับดันแว่นกรอบทองขึ้น "คณะกรรมการสืบสวนกำลังปั่นป่วน ข่าวลือเรื่อง 'ตัวประกอบแรงก์ S' เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วหอพักปีหนึ่งแล้วนะ เด็กพวกนั้นลือกันว่ามีเงาดำปริศนาที่จัดการโกเล็มอสูรพันปีได้โดยไม่ต้องขยับตัว"
เรย์เกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ดีที่กลืนลงไปได้ทัน เขายกมือขึ้นเกาแก้มแก้เก้อพลานึกในใจ *พวกเด็กปีหนึ่งนี่จินตนาการล้ำเลิศเสียจริง เงาดำอะไรกัน ฉันแค่อยلเดินไปเข้าห้องน้ำต่างหาก*
เซราฟิน่าหันขวับมามองเรย์ที่ทำตัวลีบอยู่มุมห้อง ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด เธอเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับอากาศธาตุ ทว่าทุกย่างก้าวของเกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่บีบคั้น
"นายคิดเห็นยังไง, เรย์?" เซราฟิน่าโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ใบหน้าห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไวโอเล็ตป่าลอยเข้าจมูก "ในฐานะที่นาย... เอ่อ มักจะ 'บังเอิญ' อยู่ในจุดเกิดเหตุทุกครั้งที่มีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้น"
"ผมเป็นแค่ตัวประกอบที่รักสงบคนหนึ่งนะครับ คุณเซราฟิน่า" เรย์ตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิษภัย ดวงตาสสีนิลมองกลับไปอย่างใสซื่อราวกับเด็กน้อยไร้เดียงสา "เรื่องปีศาจหรือโกเล็มอะไรนั่น ผมยังจำทางไปโรงอาหารยังไม่ค่อยจะถูกเลยครับ จะเอาแรงที่ไหนไปทำลายสนามประลอง"
เซราฟิน่าจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เธอกำลังพยายามค้นหาพิรุธ ทว่าความนิ่งสงบของเรย์นั้นไร้รอยต่อเสียจนน่ากลัว ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไม่มีวันกระเพื่อม ไม่ว่าเธอจะใช้เวทมนตร์จิตวิทยาตรวจสอบระดับใด ก็ไม่อาจทะลุผ่านกำแพงป้องกันอันไร้รูปของอีกฝ่ายได้เลย
"แต่รายงานนี่ระบุว่า... จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากห้องพักของนายไม่ถึงร้อยเมตร" เซราฟิน่าวางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนตักของเรย์
เรย์ก้มลงมองตัวเลขพิกัดที่ระบุไว้ในเอกสาร มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่ตั้งใจ *ไอ้พวกคนเขียนรายงานนี่ก็ขยันจังฟะ วันหลังต้องหาทางย้ายห้องไปอยู่หอพักร้างเสียแล้ว*
"บังเอิญครับ โลกเรามันกว้าง แต่ความบังเอิญมักจะแคบเสมอ" เรย์ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์—รอยยิ้มแบบตัวประกอบที่จืดจางจนไม่มีใครอยากจดจำ
อัลเบิร์ตถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนัง "ช่างเถอะ ตอนนี้อาจารย์ใหญ่เรียกประชุมด่วนเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย ข่าวลือเรื่องตัวประกอบแรงก์ S กำลังทำให้พวกสภาสูงจากเมืองหลวงเริ่มระแวงว่าสถาบันของเรากำลังซ่อนอาวุธลับเอาไว้ ถ้าสืบไม่เจอตัวจริงภายในสัปดาห์นี้ พวกเขาจะส่งหน่วยตรวจสอบเวทมนตร์ระดับสูงมาสแกนรายชื่อนักเรียนทุกคนแบบรายบุคคล"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'สแกนรายบุคคล' สีหน้าของเรย์ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้จะเพียงเสี้ยววินาที แต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของเซราฟิน่า
ระบบสแกนรายบุคคลของสภาสูง... ถ้าระบบนั้นทำงาน ค่าพลังที่ซ่อนอยู่หลังบั๊ก 'เต็มแม็กซ์' ของเขาจะต้องระเบิดตัวเลขออกมาจนเครื่องมือวัดพังทลายลงอย่างแน่นอน และนั่นหมายถึงความสงบสุขในฐานะตัวประกอบอันดับหนึ่งของเขาจะจบสิ้นลงทันที!
เซราฟิน่าสังเกตเห็นประกายความกังวลที่พาดผ่านดวงตาของเรย์เป็นครั้งแรก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากของเธอ
"ดูเหมือนว่า... นายเองก็ไม่อยากให้มีการสแกนรายบุคคลสินะ, เรย์?" เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่เฉียบคมดังขึ้นข้างหู
เรย์หันไปสบตาเซราฟิน่า สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เขารักษาความเยือกเย็นเอาไว้ แต่สถานการณ์ตอนนี้บีบให้เขาต้องเดินเกมเร็วกว่าที่คิด
ก่อนที่เรย์จะได้เอ่ยปากแก้ตัว ประตูห้องประชุมไม้สักก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของอาจารย์ประจำหัฟฟาลพัฟพุ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด หอบหายใจอย่างรุนแรงราวกับวิ่งหนีตายมาจากสุดขอบโลก
"ประธาน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" อาจารย์หนุ่มตะโกนลั่นห้อง "ระบบป้องกันภัยรอบสถาบัน... จู่ๆ ก็ตรวจจับพลังงานเวทระดับหายนะพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้ดิน... และเป้าหมายของมันกำลังพุ่งตรงมาที่ห้องประชุมนี้!"
ตู้มมม!---!
พื้นห้องประชุมสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง แรงระเบิดมหาศาลเป่าหน้าต่างกระจกสีจนแหลกละเอียดเป็นจุล เศษแก้วกระจายว่อนราวกับหิมะคมกริบ ท่ามกลางกลุ่มควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง เงาร่างขนาดมหาสาลของสิ่งมีชีวิตที่ถูกลืมเลือนจากประวัติศาสตร์ ค่อยๆ ก้าวเท้าเหยียบบนพื้นห้องด้วยแรงสั่นสะเทือนที่ทำเอาหัวใจของทุกคนหยุดเต้น
เรย์ลุกขึ้นยืนช้าๆ สายตาคมกราบกวาดมองสิ่งแปลกปลอมตรงหน้า ก่อนที่เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาปิดตายมาตลอดจะดังขึ้นในหัวสมองอย่างบ้าคลั่ง
*[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ราชันอสูรเงา' — บั๊กค่าพลังระดับ SSS ทำงานอัตโนมัติ!]*
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนไมโลกับภูตน้อยมาโดยตลอดนะครับ
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 21
ข่าวลือเรื่องตัวประกอบแรงก์ S
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!