ปลายไม้เท้าเวทมนตร์ของรองประธานสภานักเรียนเปล่งประกายแสงสีครามเย็นเยียบ สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาเรียบเฉยของเรย์ที่ยังคงยืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนอย่างไร้ความกังวล ท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินฝั่งตะวันตกที่ถูกมนตร์พรางตา เสียงฝีเท้าของเหล่าผู้ติดตามในชุดเครื่องแบบสภาก็รายล้อมเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหนี
"ท่านประธานต้องการตัวแก ไปกับพวกเราซะดีๆ" คำประกาศนั้นเต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่มุ่งหวังจะสยบเด็กหนุ่มสามัญชนให้คุกเข่าลงตรงหน้า
เรย์ถอนหายใจเบาๆ เปลือกตาหย่อนลงครึ่งหนึ่งคล้ายคนกำลังง่วงงุน นิ้วมือเรียวยาวเคาะเบาๆ ที่ต้นแขนของตัวเองเป็นจังหวะเนิบนาบ การถูกหมายหัวจากสภานักเรียนตั้งแต่วันแรกๆ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่มี 'บั๊ก' ค่าพลังทะลุเพดานระบบเวทมนตร์จนเครื่องประเมินร้าว แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือพวกมันจะเคลื่อนไหวเร็วเกินไปหน่อย
"ถ้าผมบอกว่าไม่ว่างล่ะครับ?" เรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากไม่ได้บ่งบอกถึงความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "พอดีว่าตารางชีวิตวันนี้ของผมถูกจองไว้หมดแล้ว โดยเฉพาะวิชา 'การสอบภาคปฏิบัติ' ที่กำลังจะเริ่มในอีกสิบนาทีข้างหน้านี่ไงครับ"
รองประธานหน้าตึงขึ้นทันที ปลายไม้เท้าขยับเข้าใกล้หน้าผากของเรย์อีกนิ้วเศษ "อย่ามาเล่นลิ้น! แกคิดว่าความลับเรื่องค่าพลังที่ผิดปกติของแกจะซ่อนพ้นสายตาสภานักเรียนไปได้งั้นเหรอ?"
"ผมไม่ได้ซ่อนนี่ครับ" เรย์กระพริบตาปริบๆ อย่างไร้เดียงสา "ก็แค่ระบบมันคำนวณผิดพลาดเอง... ใครจะไปรู้ล่ะครับว่าเครื่องประเมินโบราณของโรงเรียนจะเซนซิทีฟกับ 'ความดันอากาศ' ขนาดนั้น"
ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงระฆังเตือนสิทธิ์การเข้าสนามสอบรอบพิเศษก็ดังขึ้นกังวานไปทั่วอาคารเรียน แรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากเวทมนตร์เคลื่อนย้ายมวลสารทำงานอัตโนมัติใต้ฝ่าเท้าของนักเรียนทุกคน เรย์อาศัยจังหวะที่วงแหวนเวทเรืองแสงขึ้นใต้รองเท้า ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วโบกมือลาอย่างสุภาพ
"ไว้โอกาสหน้าถ้าว่าง ผมจะแวะไปจิบน้ำชาคุยเล่นกับท่านประธานนะครับ... ตอนนี้ขอตัวไปสอบก่อนนะครับ เดี๋ยวสอบตกแล้วจะไม่มีทุนการศึกษา"
*วูบ!*
แสงสีขาวสว่างวาบกลืนร่างของเรย์หายไปในพริบตา ทิ้งให้รองประธานสภานักเรียนยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
***
สนามสอบภาคปฏิบัติ "หุบเขากรงเล็บทมิฬ" ถูกสร้างขึ้นด้วยมิติจำลองขนาดมหึมา ท้องฟ้าเหนือหัวเป็นสีเทาหม่นไร้แสงอาทิตย์ มีเพียงกลุ่มเมฆหมอกหนาทึบที่ลอยต่ำจนแทบจะกลืนไปกับพื้นดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังของป้อมปราการโบราณ กลิ่นอายของดินชื้นและคาวเลือดจางๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ บ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายเพียงใด
นักเรียนปีหนึ่งหลายสิบคนยืนรวมกลุ่มกันด้วยสีหน้าซีดเผือด เสียงซุบซิบดังระงมเมื่อผู้คุมสอบประกาศกฎกติกา
"การสอบรอบนี้ไม่มีการจำกัดวิธี ขอแค่พวกเธอ 'เอาชีวิตรอด' และล่า 'แก่นเวท' ของอสูรระดับสูงให้ได้อย่างน้อยหนึ่งชิ้นภายในเวลาสองชั่วโมง... ใครทำไม่ได้ จะถูกปรับตกและหมดสิทธิ์เรียนต่อในภาคเรียนนี้ทันที!" เสียงประกาศก้องกังวานของอาจารย์ผู้คุมสอบดังขึ้นจากหอคอยเวทมนตร์ลอยฟ้า
เซราฟิน่า ทายาทตระกูลเวทมนตร์โบราณผู้มีเรือนผมสีเงินยาวสลวยและนัยน์ตาสีไพลิน กวาดสายตามองรอบตัวด้วยความหงุดหงิด เธอเหลือบมองเรย์ที่กำลังยืนเอามือซุกกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างไร้ความกระตือรือร้นราวกับกำลังมาเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
"นายยังจะมีอารมณ์มายืนทำหน้าเหงออยู่อีกเหรอ เรย์?" เซราฟิน่าเดินเข้ามาใกล้ น้ำเสียงของเธอลดระดับลงเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน "นั่นมัน 'หมาป่าเงาอัคคี' ระดับสี่นะ! แถมยังมีฝูง 'แมงมุมพฤกษาพิษ' เดินกันให้วุ่น ถ้าโดนรุมขึ้นมา ต่อให้นายเก่งแค่ไหนก็..."
"ก็ตายแหละครับ" เรย์สวนขึ้นทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เพราะงั้นถึงต้องบอกว่าเราต้องทำตัวให้ 'กลมกลืน' ครับ"
"กลมกลืนอะไรของนาย? คะแนนขั้นต่ำที่จะผ่านคือการล่าอสูรระดับสามขึ้นไป แต่ฉันเห็นนายเดินเอามือซุกกระเป๋ามาตลอดทางเนี่ยนะ" เซราฟิน่าขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจความคิดของพ่อหนุ่มสามัญชนคนนี้เอาเสียเลย ทั้งที่ความสามารถจริงของเรย์สามารถถล่มสนามสอบนี้ให้ราบคาบได้ด้วยการสะดุดขาตัวเองครั้งเดียวแท้ๆ
"คุณหนูเซราฟิน่าครับ การเป็นจุดเด่นในสถานที่แบบนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเอาป้ายไฟนีออนมาแปะหน้าผากแล้วตะโกนว่า *'มากินฉันสิครับ'* หรอครับ" เรย์เหลือบมองซ้ายขวา ก่อนจะกระซิบเบาๆ "เป้าหมายของเราวันนี้มีแค่คำเดียว... 'พอผ่าน' เข้าใจไหมครับ? แค่เฉียดฉิวเส้นยาแดงผ่าแปดพอ"
"หา? นายจะบอกว่าจะยอมสอบได้คะแนนคาบเส้นงั้นเหรอ ทั้งที่ความสามารถนาย..."
*โฮกกกกกกกก—!*
เสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจขัดจังหวะบทสนทนาของทั้งคู่ หมอกหนาทึบเบื้องหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงลมมหาศาลพัดโหมกระหน่ำจนเส้นผมของเซราฟิน่าปลิวสยาย ร่างเงาดำขนาดมหึมาสูงร่วมสามเมตร กรงเล็บแหลมคมยาวราวกับดาบเหล็ก และดวงตาสีแดงฉานที่จ้องมองมายังกลุ่มนักเรียนด้วยความกระหายเลือด มันคือ 'ราชสีห์เขี้ยวอัสนี' อสูรเวทกลายพันธุ์ระดับห้าที่หลุดเข้ามาในเขตสอบหลัก!
ความโกลาหลเกิดขึ้นในพริบตา เสียงกรีดร้องของนักเรียนดังระงม หลายคนทรุดฮวบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว แรงกดดันระดับนี้มันเกินกว่าที่เด็กปีหนึ่งจะรับมือไหว
"อาจารย์! มีอสูรหลุดเข้ามา! ช่วยด้วย—!" เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือดังขึ้น แต่ระบบป้องกันฉุกเฉินของสนามสอบกลับขัดข้อง มีม่านพลังสีดำสนิทปิดกั้นเส้นทางถอยหนีออกไปจนหมดสิ้น
เซราฟิน่าหน้าถอดสี มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะกำลังร่ายบทเวทป้องกันขั้นสูง แม้เธอจะเป็นอัจฉริยะ แต่การเผชิญหน้ากับอสูรระดับห้าตัวต่อตัวในวัยแค่นี้ก็ยังถือว่าหนักหนาเกินไป
ในขณะที่ทุกคนกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไร้ระเบียบ เรย์กลับถอยหลังไปก้าวหนึ่งอย่างเงียบเชียบ เขาลอบสำรวจสถานการณ์ด้วยหางตา พร้อมกับคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
*(อสูรระดับห้า... ถ้าปล่อยให้มันอาละวาด เดี๋ยวพวกสภานักเรียนจะใช้เป็นข้ออ้างเล่นงานเราทีหลัง แต่ถ้าเราจัดการมันแบบเท่ๆ โชว์พาวเวอร์ คะแนนประเมินก็จะพุ่งกระฉูดจนกลายเป็นจุดสนใจอีก... เอาวะ วิธีที่ดีที่สุดคือทำให้มันดูเหมือน 'อุบัติเหตุ' ก็แล้วกัน)*
เรย์แสร้งทำเป็นสะดุดก้อนหิน ล้มลงไปกองกับพื้นอย่างน่าอนาถ พร้อมกับส่งเสียงร้องอุทานเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจจากรอบข้าง
"โอ๊ะ... เจ็บจังเลยครับ"
ในวินาทีนั้นเอง จังหวะที่ราชสีห์เขี้ยวอัสนีกระโจนเข้าใส่เหยื่อตรงหน้า เรย์ที่ล้มอยู่บนพื้นก็แกล้งทำเป็นหวาดกลัวแล้วเหวี่ยงมือปัดป่ายสะเปะสะปะไปโดนซากเสาหินผุๆ ข้างตัวโดยไม่ได้ตั้งใจ
*ครืนนนนน!*
กระแสเวทมนตร์มหาศาลที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ดินพุ่งทะลักขึ้นมาตามแรงกระแทกนั้นราวกับระเบียบใต้พิภพ เสาหินโบราณถล่มลงมาทับร่างของราชสีห์เขี้ยวอัสนีเข้าอย่างจัง เสียงกระดูกแตกหักดังสนั่น ตามด้วยประกายสายฟ้าสีม่วงที่ช็อตเข้าร่างอสูรยักษ์จนมันดิ้นทุรนทุรายและแน่นิ่งไปในเวลาไม่ถึงสามวินาที
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมสนามสอบในทันที ทุกสายตาหันขวับมามองเด็กหนุ่มสามัญชนที่กำลังนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น เนื้อตัวมอมแมมด้วยฝุ่นดิน ใบหน้าเปื้อนเหงื่อ และแว่นตาเอียงกระفеسอย่างน่าสมเพช
เซราฟิน่าอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน เธอมองซากอสูรระดับห้าที่นอนตายสนิทสลับกับใบหน้าเอ๋อๆ ของเรย์
*ตาย... ตายแบบนี้เนี่ยนะ? โชคช่วยบ้าอะไรวะเนี่ย!* คุณหนูสาวสบถในใจอย่างเหลืออด
เรย์รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าด้วยความลุกลี้ลุกลน เขายิ้มแห้งๆ ให้กับเซราฟิน่าและผู้คุมสอบที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาดูเหตุการณ์
"ฮ่าๆ... สงสัยผมจะดวงดีเกินไปหน่อยนะครับอาจารย์ อยู่ดีๆ เสามันก็ถล่มลงมาทับมันซะงั้น แบบนี้... น่าจะได้คะแนนแค่ 'พอผ่าน' ใช่ไหมครับ?" เรย์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงซื่อๆ แต่ในใจกลับถอนหายใจยาวเหยียด
ผู้คุมสอบอ้าปากค้าง พูดไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับอย่างมึนงง ขณะที่ระบบประเมินผลเหนือหัวของเรย์ปรากฏตัวเลขคะแนนขึ้นมาแวบหนึ่ง...
*ติ๊ง! ตรวจพบการกำจัดเป้าหมายระดับสูงด้วยความบังเอิญ... ระบบทำการปรับลดคะแนนเพื่อรักษาความลับ... ประเมินผลคะแนนรวม: 50.01 คะแนน (ผ่านเกณฑ์แบบเฉียดฉิว)*
เรย์แอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ระบบกำลังจะปิดหน้าจอแสดงผล ทันใดนั้น หน้าจอสีฟ้าใสก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกระพริบเตือนรัวเร็ว พร้อมกับข้อความปริศนาที่เด้งขึ้นมากลางอากาศโดยที่ไม่มีใครคาดคิด—
*[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมในเขตชานมิติ... พลังงานภายนอกกำลังแทรกแซงระบบทดสอบ...]*
*[เป้าหมายไม่ทราบฝ่ายกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาจุดที่คุณอยู่... รหัสระบุตัวตน: "ผู้เฒ่าแห่งความมืด"]*
*[คำสั่งฉุกเฉินจากระบบหลัก: จงวิ่งหนี... หรือเตรียมรับมือกับการ 'ล้างบาง' ครั้งใหญ่ในอีก 3 วินาทีข้างหน้า]*
เรย์หุบยิ้มทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปยังม่านหมอกหนาทึบเบื้องหน้าซึ่งบิดเบี้ยวเป็นเกลียวคลื่น ความรู้สึกหนาวเยือกแล่นริ้วขึ้นมาจากสันหลังเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
...ดูเหมือนว่าวันนี้ จะไม่ได้กลับไปนอนพักผ่อนตามเวลาซะแล้วสิครับ
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ ขอบพระคุณครับ จาก "ไมโลกับภูตน้อย"
ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์•ตอนที่ 3
การสอบภาคปฏิบัติที่ไม่มีใครคาดคิด
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอเป็นแค่ตัวประกอบที่โดนเมิน แต่ดันติดบั๊กค่าพลังเต็มแม็กซ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!