"โครงสร้างนี้มันใช้การไม่ได้ คุณกรรณา... ผมอธิบายเป็นรอบที่สิบล้านแล้วมั้งครับว่า ความเป็นจริงทางวิศวกรรมกับจินตนาการเพ้อเจ้อของคุณ มันอยู่คนละฟากฝั่งของโลก"
รวิศกระแทกปากกาลงบนโต๊ะประชุมไม้สักทองเสียงดังสนั่น แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ ดวงตาคู่คมจดจ้องร่างบางที่นั่งไขว่ห้างกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่ยอมลดละ บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทสถาปัตยกรรมชื่อดังเวลานี้คุุกรุ่นเสียยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็ก
กรรณาไม่สะท้านแม้แต่น้อย เธอยกมุมปากขึ้นนิดเป็นรอยยิ้มหยันที่ทำเอาคนมองอยากจะขว้างแฟ้มเอกสารใส่หน้า มือเรียวปัดปอยผมที่ตกลงมาทัดใบหูอย่างใจเย็น
"แล้วคุณเคยลองเปิดกะโหลกหนาๆ ของตัวเองมองข้ามตารางคำนวณพวกนั้นดูสักครั้งไหมล่ะคะ คุณสถาปนิกผู้เคร่งครัด... บ้านหลังนี้ไม่ได้สร้างไว้ให้หุ่นยนต์อยู่ แต่มันสร้างไว้ให้ 'มนุษย์' ที่มีหัวใจและความรู้สึกใช้งาน ถ้าทุกอย่างต้องเป๊ะตามสูตรฟิสิกส์ โลกนี้ก็คงมีแต่อาคารกล่องสี่เหลี่ยมไร้วิญญาณเหมือนหน้าตาคุณตอนนี้แหละค่ะ"
"นี่คุณ..." รวิศสูดหายใจเข้าลึกระงับโทสะที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ ผู้หญิงคนนี้ช่างต่อปากต่อคำเก่งเป็นเลิศ ยิ่งรู้จักกันนานวันเข้า เขาก็ยิ่งค้นพบว่าใต้ท่าทางมั่นอกมั่นใจนั่นซ่อนความดื้อรั้นระดับร้อยแรงม้าเอาไว้
บนโต๊ะตรงหน้าพวกเขากลางกองแบบร่างพิมพ์เขียวและโมเดลจำลองบ้านพักตากอากาศ มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ แผ่นหนึ่งแปะอยู่—มันคือไอเดียปรับเปลี่ยนพื้นที่ระเบียงชั้นสองที่กรรณาเพิ่งเขียนเสนอสดๆ ร้อนๆ เมื่อครู่ จากเดิมที่รวิศออกแบบให้เป็นระเบียงกระจกนิรภัยกันตกทรงเรขาคณิตแข็งกระด้าง เธอกลับเขียนแก้ว่าอยากให้ทำเป็นระเบียงไม้ระแนงโค้งเว้า พร้อมซ่อนมุมนั่งเล่นลับๆ ที่มองเห็นวิวภูเขาได้แบบ 360 องศาโดยไร้เสากั้นสายตา
ในสายตาของรวิศ มันคือความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ไร้สาระสิ้นดี... ในตอนแรกนะ
ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกรอบ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ สีหน้าของเขายังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของสถาปนิกมือรางวัล แต่ถ้าสังเกตให้ดี ร่องรอยความหงุดหงิดเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยประกายความคิดบางอย่างที่วูบผ่านดวงตา
"ไม้ระแนงโค้งเว้า... คุณคิดได้ยังไงว่าโครงสร้างคานยื่นแบบนี้จะรับน้ำหนักคนนั่งกลุ่มใหญ่ไหวโดยไม่มีเสาค้ำกลาง?" รวิศเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของอีกฝ่ายอย่างค้นหา
"ถ้าคุณใช้เหล็กกล่องกัลวาไนซ์ซ่อนรูปพรรณดามไว้ใต้คานไม้ตัวนั้นล่ะคะ?" กรรณาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ดวงตากลมโตสบตากลับอย่างไม่เกรงกลัว "คุณเก่งเรื่องลายเส้นและสัดส่วนไม่ใช่เหรอคะ ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงคิดนอกกรอบไม่ได้ หรือว่าสมองของสถาปนิกอีگو้สูงอย่างคุณ ถูกล็อกไว้แค่กรอบสี่เหลี่ยมที่ตัวเองสร้างขึ้นมากันแน่"
คำพูดเจ็บแสบนั้นเกือบจะทำให้รวิศหลุดมาดขรึม ทว่า... สิ่งที่เธอกล่าวเมื่อครู่ มันกลับสודคล้องกับสมการที่เขานั่งคำนวณอยู่ในหัวเมื่อคืนพอดิบพอดี
*เหล็กกล่องกัลวาไนซ์ซ่อนรูปพรรณ...*
รวิศนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองส่วนที่เป็นสถาปนิกประมวลผลอย่างรวดเร็ว ภาพโครงสร้างทางวิศวกรรมที่เขาเคยมองข้ามเพราะคิดว่าเป็น "ความคิดเพ้อเจ้อของนักเขียนบท" กลับถูกประกอบร่างขึ้นใหม่ในหัวอย่างสมบูรณ์แบบ มันทำได้จริง... และที่สำคัญ มันทำให้ดีไซน์ที่ดูแข็งกระด้างของเขามีความอ่อนช้อยและมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันตาเห็น
ความเงียบโรยตัวลงในห้องประชุมชั่วขณะ รวิศไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาอีก เขายังคงจ้องมองแบบร่างในมือสลับกับใบหน้าของหญิงสาวที่นั่งเชิดหน้าชูตาอยู่ตรงข้าม
กรรณาเริ่มรู้สึกแปลกใจกับความเงียบผิดปกติของอีกฝ่าย เธอลดการกอดอกลงเล็กน้อย ขยับตัวเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด "นี่... ใบ้กินไปเลยเหรอคะ หรือว่าเถียงไม่ออกแล้วว่าไอเดียของฉันมันเวิร์กกว่าที่คุณนั่งหลังขดหลังแข็งทำมาทั้งอาทิตย์"
รวิศวางกระดาษแผ่นนั้นลงอย่างช้าๆ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งอยู่จนร่างสูงโปร่งโน้มตัวลงมาใกล้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือจางกลิ่นกระดาษและกาแฟจากตัวเธอลอยวนอยู่ปลายจมูกของเขา
กรรณาผงะไปนิดโดยไม่รู้ตัว เผลอกลั้นหายใจเมื่อดวงตาคมก్రిบของรวิศจ้องมองเธอใกล้เสียจนเห็นแพขนตากรองแสงไฟ
"ปากเก่งนักนะ..." รวิศกระซิบเสียงต่ำ ทุ้มนุ่มและพร่าเลือนจนน่าแปลกใจ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่บัดนี้กลับเจือด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก "แต่... ยอมรับก็ได้ว่ารอบนี้คุณตาถึง"
ดวงตากลมโตของกรรณาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอไม่คิดว่าคนอย่างรวิศ—ผู้ชายที่ถือดีในศักดิ์ศรีและผลงานของตัวเองยิ่งกว่าอะไร—จะยอมปริปากเอמהคำชม ออกมาจากปากหนาๆ นั่นได้ แม้จะมาในรูปแบบคำเยินยอแกมหมั่นไส้ก็ตาม
"คะ... คุณว่าอะไรนะ?" เธอกะพริบตาปริบๆ เหมือนไม่อยากเชื่อโสตประสาทตัวเอง
"ผมบอกว่า..." รวิศโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนใจดวงน้อยของกรรณาเต้นผิดจังหวะ "ไอเดียเรื่องเหล็กซ่อนรูปพรรณของคุณ... มันใช้ได้ ผมจะลองเอาไปปรับแก้ดู"
น้ำเสียงของเขานั้นราบเรียบเป็นปกติ แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ รวิศเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมเขาถึงยอมจำนนต่อความคิดของเธอง่ายดายนัก อาจไม่ใช่เพราะตัวทฤษฎีสถาปัตยกรรมหรอก... แต่เป็นเพราะประกายไฟในแววตาเวลาที่เธอปกป้องจินตนาการของตัวเองต่างหาก ที่มันดึงดูดสายตาของเขาให้ละไปไหนไม่ได้เลย
กรรณาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ในอก ความใกล้ชิดกะทันหันนี้ทำให้สติปัญญาที่เคยฉับไวของเธอเตลิดไปไกลลิบ
"ระ... รู้ตัวก็ดีค่ะ ฉันไม่ใช่พวกประเภทพูดไปเรื่อยเปื่อยไม่มีเหตุผลสักหน่อย" เธอพยายามเค้นเสียงพูดออกไปให้มั่นคงที่สุด แม้ว่าใบหน้าเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด
รวิศมองอาการเขินอายที่พยายามกลบเกลื่อนนั้นด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ลึกขึ้น มือหนายื่นออกไปราวกับจะเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกแก้มเนียนให้ แต่แล้ว...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูห้องประชุมที่ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน
"คุณรวิศครับ แบบแปลนโครงการใหม่มาแล้ว... เอ๊ะ ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มของลูกน้องคนสนิทดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงธรณีประตู รวิศชักมือกลับทันที ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่ความเรียบเฉยเย็นชาในเสี้ยววินาที ขณะที่กรรณารีบดีดตัวลุกขึ้นยืนถอยหลังกรูดไปอีกฝั่งของโต๊ะราวกับไฟลวก
รวิศขบกรามแน่นด้วยความขัดเคืองที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากวาดสายตาคมกริบมองลูกน้องตัวดีที่ยืนยิ้มแห้งๆ อยู่หน้าประตู ก่อนจะหันกลับมามองสบตากับกรรณาที่ยืนหายใจหอบกระชั้นอยู่ไม่ไกล
สายตาที่พวกเขาสบกันในเสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูจะเปิดออกนั้น... มันแขวนความรู้สึกบางอย่างที่ยังพูดไม่จบเอาไว้บนเส้นด้าย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 10 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 10
ทัศนคติที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!