เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 29

ความเงียบที่บาดลึก

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงประตูกระจกนิรภัยบานหนาปิดลงด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็นเพียงเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงกระแทกด้วยความเกรี้ยวกราด แต่มันคือเสียงที่ประกาศชัดเจนถึงเส้นกั้นบางๆ ที่เพิ่งถูกขีดขึ้นระหว่างคนสองคน รวิศยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ร่างสูงในชุดเชิ้ตพับแขนลวกๆ ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม ฝ่ามือหนากำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองตามร่างบางที่กำลังเดินห่างออกไป เขามองตรงไปยังกระดาษร่างแบบแปลนสถาปัตยกรรมที่ถูกม้วนทิ้งไว้บนพื้น—มันเป็นลายเส้นที่กรรณาใช้เวลาทั้งคืนนั่งถกเถียงกับเขาด้วยแววตาดื้อรั้นคู่นั้น แววตาดื้อรั้นที่มักจะทำให้หัวใจที่ถูกปิดตายของเขาเกิดรอยร้าวขึ้นมาทีละน้อย *“ถ้าคุณคิดว่าทุกอย่างในชีวิตมันต้องคำนวณด้วยฟังก์ชันและตัวเลข... คุณก็อยู่คนเดียวในกล่องปูนเปลือยของคุณไปเถอะค่ะ รวิศ”* คำพูดประโยคสุดท้ายของเธอยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำตัดพ้อที่อ่อนแอ แต่มันคือคมมีดที่กรีดลงบนอีโก้และความกลัวลึกๆ ที่เขากลบฝังไว้ภายใต้หน้ากากความสมบูรณ์แบบมาตลอดชีวิต สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในอก เขามีเหตุผลร้อยแปดที่ควรจะก้าวเท้าตามออกไปเพื่อดึงข้อมือเล็กๆ นั้นกลับมา รวิศรู้ดีว่ายัยนักเขียนบทปากเก่งคนนั้นเป็นคนประเภทที่จะเดินหน้าชนทุกกำแพงโดยไม่สนว่าตัวเองจะเจ็บตัวแค่ไหน และโลกภายนอกยามค่ำคืนนี้ก็ไม่ได้ใจดีกับคนดื้อรั้นนัก แต่ทว่า... ขาเจ้ากรรมกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งความลังเล "ถ้าฉันรั้งเธอไว้ตอนนี้... เราต่างหากที่จะพังกันทั้งคู่" เขาพึมพำกับความว่างเปล่า น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ไม่มีวันเอ่ยให้ใครฟัง รวิศเลือกที่จะนิ่งเฉย ความเงียบงันแผ่ขยายปกคลุมทั่วสตูดิโอออกแบบอันกว้างใหญ่ มันเป็นความเงียบที่บาดลึกและหนาแน่นจนเกือบจะหายใจไม่ออก ทุกมุมห้องสะท้อนภาพเงาของความทรงจำในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่การปะทะคารมกันครั้งแรกอย่างดุเดือดในห้องประชุม จนถึงวินาทีที่เธอแอบเอาขนมปังมาวางไว้บนโต๊ะทำงานพร้อมกระดาษโน้ตลายมือหวัดๆ ที่ชอบสั่งให้เขารักษาสุขภาพ เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง โซฟาตัวที่เธอมักจะนั่งขัดสมาธิเขียนบทละคร แก้วกาแฟใบโปรดที่ยังวางทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ครัวแพנטรี กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมกลิ่นดอกไม้ป่าที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ—ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังตะโกนบอกเขาว่าพื้นที่ตรงนี้เคยมีชีวิตชีวาแค่ไหนก่อนที่เขาจะเลือกกอดความโดดเดี่ยวเอาไว้เช่นเดิม รวิศหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดเข้าโอบ ภายในใจของชายหนุ่มกำลังเกิดสงครามระหว่าง "ความกลัวการสูญเสีย" ที่ฝังรากลึก กับ "ความโหยหา" ที่รุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน ในขณะเดียวกัน ที่ด้านล่างของอาคารสำนักงาน กรรณาหยุดยืนอยู่ริมฟุตปาธ ลมหนาวระลอกใหญ่พัดผ่านจนเส้นผมสีเข้มปลิวไสว หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อขับไล่ความร้อนผ่าวที่ขอบตา เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ "คนบ้า... คนใจร้าย... ตาآสถาปนิกหน้าตาย" เธอพึมพำสบถออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความน้อยใจที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ดวงตากลมโตมองย้อนขึ้นไปยังหน้าต่างชั้นสามของตึก ไฟในห้องทำงานของเขายังคงปิดมืด มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะที่ลอดผ่านม่านกระจกออกมา มันช่างดูโดดเดี่ยวและห่างเหินเหลือเกิน กรรณาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ และลึกๆ แล้ว... เธอยังคงรอคอยให้บานประตูข้างหลังเปิดออกพร้อมกับเสียงทุ้มๆ ที่เอ่ยปากไล่ความดื้อรั้นของเธอเหมือนทุกครั้ง แต่ทว่า ผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ก็ไม่มีแม้แต่เงาของใครก้าวออกมา ความเงียบงันระหว่างพวกเขากลายเป็นกำแพงที่สูงชันเสียยิ่งกว่าผนังคอนกรีตใดๆ ที่รวิศเคยออกแบบ หญิงสาวแค่นหัวเราะให้กับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วโบกมือเรียกแท็กซี่คันแรกที่แล่นผ่านมา เธอบอกกับตัวเองว่านี่คือจุดสิ้นสุดของการพยายามทะลวงเซฟโซนของคนใจแข็ง แต่ในเสี้ยววินาทีที่รถแท็กซี่เคลื่อนตัวออกไป น้ำใสๆ หยดหนึ่งก็ร่วงหล่นลงบนหลังมือของเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ภายในสตูดิโอ รวิศลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงล้อรถยนต์บดถนนผ่านไปไกล เขารู้ดีว่าเธอไปแล้ว... และบางที เธออาจจะไม่มีวันหันกลับมามองสถาปนิกปากจัดคนนี้อีกเลย ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ชายหนุ่มขยับตัวเตรียมจะหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะเพื่อกดโทรหา แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบกริบก็ดังขึ้นที่บริเวณบันไดหนีไฟด้านหลังสตูดิโอ—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าเบาๆ ของกรรณา และไม่ใช่เสียงยามรักษาความปลอดภัย รวิศขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย เขาวางมือจากโทรศัพท์ เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ทาบทับลงบนกระจกฝ้าหน้าประตู ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง โดยไม่มีแม้แต่เสียงเคาะเตือน ร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก และเอกสารลับในมือที่สามารถสั่นคลอนโปรเจกต์ทั้งหมดของเขาให้พังทลายได้ในชั่วข้ามคืน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%