เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้•ตอนที่ 28

ระยะห่างที่กลับมาอีกครั้ง

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
รอยชอล์กสีขาวบนแปลนกระดาษไขแผ่นใหญ่ถูกขีดฆ่าด้วยน้ำหนักมือที่หนักหน่วงจนกระดาษเกือบขาด รวิศไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะเขียนแบบเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยาวที่มักจะนิ่งสงบยามจับปากกาหมึกซึม กลับกำลังหมุนหัวด้ามเหล็กเล่นด้วยจังหวะที่กระวนกระวายกว่าปกติ "คุณจะรื้อผนังฝั่งนี้ทิ้งอีกรอบเหรอกรณา" น้ำเสียงของสถาปนิกหนุ่มราบเรียบ เย็นชา และเจือไปด้วยความหงุดหงิดที่พยายามกดไว้ใต้ความนิ่ง "มันไม่ใช่แค่เรื่องผนังค่ะคุณรวิศ" กรรณาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความดื้อรั้น เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดขอบ "โครงสร้างที่คุณออกแบบมันเซฟเกินไป ปลอดภัยเกินไป จนตัวละครในเรื่องของฉันไม่มีทางอึดอัดพอที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาได้ คุณกำลังเอาหลักการวิศวกรรมมาครอบงำชีวิตจิตใจของคนดู" "เพราะผมมองเห็นความจริง" รวิศเงยหน้าขึ้น ปะทะสายตากับเธอ แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "ชีวิตจริงมันไม่ใช่บทละครที่คุณจะเขียนให้ใครสักคนพังทลายแล้วสร้างใหม่ได้ตามใจชอบในสามตอน ถ้าโครงสร้างมันรับน้ำหนักไม่ไหว มันก็พัง และถ้าอนาคตที่เรากำลังคุยกันอยู่... มันมองไม่เห็นแม้แต่เสาเข็ม คุณจะให้ผมเอาความรู้สึกของตัวเองไปเสี่ยงเทปูนลงไปเฉยๆ งั้นเหรอ" บรรยากาศในห้องทำงานเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอไปกับเสียงลมหายใจที่สะดุดกึกของหญิงสาว คำว่า 'อนาคต' ที่หลุดออกมาจากปากของรวิศ ไม่ใช่การพูดเปรียบเปรยถึงงานออกแบบสถาปัตยกรรม แต่มันคือปมปัญหาที่ทั้งคู่พยายามหลบเลี่ยงมาตลอดหลายสัปดาห์ ความแตกต่างระหว่างเขากับเธอ ราวเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ รวิศคือความมั่นคง ปลอดภัย และต้องมีแบบแผนรองรับทุกย่างก้าว ขณะที่กรรณาคือความเสี่ยง ความฝัน และความไม่แน่นอนที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่ทุกสิ่งที่ท้าทาย "งั้นเหรอคะ..." กรรณาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไหววับ "ที่คุณกังวลเรื่องโครงสร้าง หรือจริงๆ แล้วคุณแค่กลัว... กลัวว่าถ้าอนาคตมันไม่ได้ถูกตีเส้นเอาไว้ล่วงหน้า คุณจะควบคุมมันไม่ได้ เหมือนกับความรู้สึกของคุณที่มีต่อฉันตอนนี้" รวิศชะงัก ด้ามปากกาในมือหยุดนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับถูกจี้ถูกจุด หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างรุนแรง แต่ใบหน้ากลับยังคงรักษาความเย็นชาไว้ได้อย่างแนบเนียน "คุณคิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเชียวรึ" เขาเค้นเสียง ริมฝีปากหยักลึกเหยียดยิ้มเยาะ "อย่าเอาตรรกะเพ้อเจ้อจากบทละครน้ำเน่ามาใช้กับโลกความเป็นจริงเลยครับ กรรณา" "ปากแข็ง" เธอพึมพำเบาๆ แต่เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "คุณมันก็เป็นแบบนี้ตลอด... เอาแต่สร้างกำแพง ป้องกันนู่นป้องกันนี่ กลัวเจ็บ กลัวสูญเสีย จนสุดท้ายคุณก็ผลักทุกคนออกไป รวมถึงฉันด้วย" กรรณาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก เธอไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้เขาเห็น โดยเฉพาะในเวลาที่พวกเขากำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความสัมพันธ์ที่ยังไม่ทันได้นิยาม กับความจริงอันโหดร้ายที่ว่า วิถีชีวิตของพวกเขามันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ "ถ้าคุณคิดว่างานออกแบบของฉันมันมีแต่ความพังทลาย และอนาคตที่เรามองมันคนละมุม... งั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องคุยกันต่อแล้วล่ะค่ะ" กรรณาเอื้อมมือไปหยอดม้วนกระดาษแปลนของเธอขึ้นมาถือไว้แน่น สันหลังตั้งตรงอย่างถือดี "โปรเจกต์นี้ ต่างคนต่างไปทำในส่วนของตัวเองเถอะค่ะ คุณรวิศ" เธอยังไม่ทันได้หมุนตัวเดินหนี สัมผัสอุ่นจัดที่ข้อมือก็รั้งเธอไว้ แรงดึงไม่ได้รุนแรง แต่มันมั่นคงจนเธอนิ่งง้างไป รวิศลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานก้าวเข้ามาประชิดตัวจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขาผสมผสานกับความเร่งร้อนในแววตาคู่คม "ปล่อยนะคะ" เธอสะบัดข้อมือเบาๆ แต่เขาไม่ยอมปล่อย ซ้ำยังออกแรงดึงเข้าหาตัวทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือ "ผมยังไม่ได้อนุญาตให้คุณเดินออกไป" น้ำเสียงของรวิศเปลี่ยนไป มันแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ข้างใน "คุณคิดว่าการหนีปัญหาด้วยการแยกทางกันมันคือทางออกที่ถูกต้องงั้นเหรอ กรรณา?" "แล้วคุณมีทางที่ดีกว่านี้ไหมล่ะคะ!" เารเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หยาดน้ำใสคลอหน่วยในดวงตากลมโตแต่ไม่ยอมร่วงหล่น "บอกมาสิคะว่าอนาคตที่คุณต้องการ มันมีที่ยืนให้คนไม่มีแบบแผนอย่างฉันตรงไหน หรือสุดท้ายแล้ว... คุณก็แค่อยากได้ความสัมพันธ์ที่อยู่ในเซฟโซน ปลอดภัย ไร้รอยขีดข่วน โดยที่คุณไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย!" รวิศนิ่งอึ้ง คำพูดของเธอราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ เขากลัวการสูญเสีย นั่นคือความจริงที่เขาไม่เคยปฏิเสธ ตั้งแต่วันที่ครอบครัวพังทลาย เขาสร้างกฎเกณฑ์และกรอบระเบียบขึ้นมาเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีก แต่ทว่า... ตั้งแต่มีผู้หญิงคนนี้ก้าวเข้ามาในชีวิต กรอบที่เขาเพียรสร้างกลับพังทลายลงทีละนิดด้วยรอยยิ้มและความดื้อรั้นของเธอ เขากลัว... กลัวว่าจะรักษาเธอไว้ไม่ได้ มือหนาอีกข้างยกขึ้นประคองกรอบหน้าเรียวของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับแววตาดุดันอย่างสิ้นเชิง นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียนอย่างลืมตัว กรรณาชะงัก ลลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครง "คุณไม่รู้หรอก..." รวิศกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นพร่าเล็กน้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเธอ "ว่าการที่มีคุณเข้ามาในชีวิตมันทำให้ผมต้องก้าวออกจากเซฟโซนมากแค่ไหน... และผมเกลียดความรู้สึกที่ตัวเองควบคุมอะไรไม่ได้เลยแบบนี้ที่สุด" "ถ้าอย่างนั้นก็..." กรรณาพยายามจะพูดต่อ แต่ทว่าริมฝีปากหยักของเขากลับเคลื่อนเข้ามาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดลงด้วยความรวดเร็วและนุ่มนวล จูบครั้งนี้ไม่มีการล่วงเกินอย่างป่าเถื่อน แต่มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความอึดอัดที่สะสมมานาน และความกลัวที่จะสูญเสียซึ่งกันและกัน รวิศกักตัวเธอไว้ระหว่างโต๊ะทำงานกับร่างของเขา ปลายนิ้วที่ประคองแก้มเปลี่ยนเป็นสอดเข้าที่ท้ายทอยรั้งให้เธอรับสัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กรรณาเบิกตากว้างชั่วขณะก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ ปิดลง ยอมปล่อยให้ความอบอุ่นและรสชาติที่คุ้นเคยละลายกำแพงในใจของเธอทีละน้อย ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานและอนาคตที่ยังไม่มีคำตอบ ทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่า ไม่ว่าระยะห่างจะถูกสร้างขึ้นมาอีกกี่ครั้ง พวกเขาก็ไม่มีทางผลักอีกฝ่ายออกไปจากชีวิตได้อีกแล้ว ทว่า... ในวินาทีที่ลมหายใจเริ่มประสานเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "คุณรวิศครับ! แฟ้มเอกสารอนุมัติงบจากบอร์ดบริหารชุดใหม่มาถึงแล้วครับ... เอえ ขอโทษครับ ผมเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าครับเนี่ย!" เสียงทุ้มของเลขาหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูเปิดกว้างเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมแพ้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%